ดึงจุดแข็งยุทธศาสตร์ไทย ตั้งเป้า Hub ประตูสู่อาเซียน

ชูจุดแข็งยุทธศาสตร์ไทย อุตสาหกรรมอาหาร ภูมิศาสตร์ ท่องเที่ยว เกษตร และโครงสร้างพื้นฐาน สู่ศูนย์กลางอาเซียน

ราชอาณาจักรไทย (Thailand) ตั้งอยู่ในจุดศูนย์กลางระหว่าง CLMV (กัมพูชา สปป.ลาว เมียนมา และเวียดนาม) รวมถึงมาเลเซียและอินโดนีเซีย อาจเรียกว่าภูมิศาสตร์ที่ตั้งประเทศไทยกลายเป็นหนึ่งในจุดยุทธศาสตร์ทางเศรษฐกิจที่แกร่งที่สุด อีกทั้งยังมีความพร้อมทางด้านคมนาคม  โครงสร้างพื้นฐาน และมีการพัฒนานำหน้าประเทศใน CLMV ถึง 20 ปี

ปัจจุบัน (พ.ศ.2559) ไทยมีประชากรประมาณ 65 ล้านคน  ซึ่งเป็นสถิติที่มีความใกล้เคียงกับประเทศที่พัฒนาแล้วอย่างญี่ปุ่น และประเทศในยุโรป โดยนักวิเคราะห์ยังคาดการณ์อีกว่า  ไทยกำลังจะเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุ (Active Senior) ข้อมูลจากสถาบันวิจัยประชากรและสังคม มหาวิทยาลัยมหิดล เปิดเผยว่า ในปัจจุบันจำนวนประชากรอายุ 60 ปีขึ้นไปในขณะนี้มีมากถึง 10 ล้านกว่าคน

โดยธรรมชาติของประเทศไทย มีระบอบการปกครองแบบประชาธิปไตยรัฐสภา อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข แต่จากสถานการณ์ต่าง ๆ ที่ผ่านมา ค่อนข้างส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจของไทยไม่น้อย เช่น  ภาวะทางเศรษฐกิจโลกที่มีการชะลอตัวนั้น ส่งผลโดยตรงต่อการส่งออกไทยซึ่งทำให้หดตัวลงอย่างต่อเนื่อง อีกทั้งสิทธิพิเศษการลงทุนไทยก็ยังเสียเปรียบประเทศในกลุ่ม CLMV ทำให้เกิดการเคลื่อนย้ายเงินทุนครั้งใหญ่ขึ้น

อย่างไรก็ตาม สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI) และรัฐบาล ได้มีการแก้ปัญหาด้วยการกระตุ้นการลงทุนภายในประเทศด้วยการขยายธุรกิจด้วยสิทธิประโยชน์ใหม่ เช่น มาตรการเร่งรัดการลงทุน นโยบายส่งเสริมการลงทุนในรูปแบบคลัสเตอร์ นโยบายส่งเสริมการลงทุนในเขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษ มาตรการปรับปรุงประสิทธิภาพการผลิต มาตรการส่งเสริมการลงทุนท้องถิ่น  นโยบายผ่อนปรนการลงทุนให้กับธุรกิจ SME หรือแม้กระทั่งการออกนโยบายสนับสนุนการลงทุนในเขตเศรษฐกิจพิเศษการค้าชายแดน

อย่างที่กล่าวไปแล้วข้างต้นว่า  ภูมิประเทศของไทยตั้งอยู่ในตำแหน่งที่ได้เปรียบทางยุทธศาสตร์มากที่สุด ซึ่งนอกจากจะเป็นประตูสู่อาเซียนที่สำคัญแล้ว  ยังถือว่าเป็นประตูสู่ใจกลางเอเชีย เป็นเส้นทางสะดวกในการเข้าสู่ตลาดอินเดีย จีน และอนุภูมิภาคน้ำโขง ซึ่งเป็นตลาดใหม่ที่มีศักยภาพทางธุรกิจสูงอีกด้วย

ส่วนรายได้หลักของไทยมาจากอุตสาหกรรมการผลิต การส่งออก การท่องเที่ยว บริการ โรงแรม ร้านอาหาร และการค้าชายแดน โดยเขตเศรษฐกิจการค้าชายแดนไทยที่รัฐบาลออกนโยบายล่าสุดนั้น  ถือว่าเป็นมาตรการน่าสนใจที่สุด เนื่องจากที่ผ่านมาไทยมีตัวเลขการค้าชายแดนที่โตขึ้น และขยายตัวอย่างต่อเนื่องในทุกปี  โดยสินค้าไทยที่ส่งออกตามแนวชายแดนมีตัวเลขมูลค่าสูงกว่าตัวเลขการส่งออกทั่วไป แต่ตัวเลขการค้าชายแดนนั้นไม่ปรากฏรวมอยู่ในตัวเลขการส่งออกทั่วไปของไทย  ทำให้ตลาดอาเซียนกลายเป็นตลาดส่งออกที่สำคัญของไทยไม่น้อยไปกว่าสหรัฐฯ ที่เป็นผู้นำเข้าสินค้าไทยรายใหญ่ อีกทั้งประเทศเพื่อนบ้านยังมีความนิยมในสินค้าไทยอย่างมาก นอกจากภูมิศาสตร์ที่เป็นจุดแข็งแล้ว คุณภาพสินค้า มาตรฐานสินค้า และความภักดีต่อแบรนด์สินค้าไทยในภูมิภาคอาเซียนยังส่งผลให้ไทยได้เปรียบและเป็นต่ออย่างมาก

คุณชาติศิริ โสภณพนิช กรรมการผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) กล่าวในงาน CLMVT Forum 2016 ถึงศักยภาพของไทยว่า ไทยมีความก้าวหน้ามากกว่าประเทศอื่น ๆ ด้วยภูมิประเทศที่ตั้งอยู่ตรงกลางล้อมรอบด้วยประเทศ CLMV อีกทั้งยังมี Infrastructure (โครงสร้างพื้นฐาน) ที่ดีและสมบูรณ์กว่าประเทศเพื่อนบ้าน จนทำให้ไทยจะกลายเป็น Hub (ศูนย์กลาง) ในด้านต่าง ๆ ที่สำคัญที่สุดในภูมิภาค  ซึ่งไม่ใช่เพียงแค่ CLMV เท่านั้นแล้ว

นอกจากนี้ ข้อมูลจากสถาบันอาหาร กระทรวงอุตสาหกรรม เปิดเผยว่า มูลค่าการส่งออกอาหารไทยไปยังอาเซียน  คิดเป็นสัดส่วนร้อยละ 25.65 ของมูลค่าการส่งออกทั้งหมด และที่น่าสนใจคือ มูลค่าการส่งออกอาหารไทยไปยัง CLMV นั้นมีตัวเลขเพิ่มขึ้น เมื่อเทียบกับการส่งออกไปยังอาเซียน ทำให้ตลาด CLMV  กลายเป็นตลาดใหม่ที่น่าสนใจ และมีความสำคัญกับผู้ประกอบการ SME ไทยในกลุ่มอุตสาหกรรมอาหาร   โดยเฉพาะในกลุ่มของหมวดเครื่องดื่มและผลิตภัณฑ์นมของไทยที่มีตลาด CLMV  เป็นตลาดหลักส่งออก ซึ่งเมียนมาเป็นประเทศที่ไทยส่งออกไปมากที่สุด

อนึ่ง ไทยมีความโดดเด่นด้านอุตสาหกรรมการผลิต และสินค้าเกษตรรายใหญ่ของโลก มีสาธารณูปโภคพื้นฐานครบ รัฐบาลมีนโยบายหนุนการลงทุนในประเทศ  ที่ตั้งของภูมิประเทศเอื้อต่อการเป็นศูนย์กลางโครงข่ายเชื่อมโยงคมนาคมด้าน ต่าง ๆ รวมถึงสถาบันทางการเงินมีเสถียรภาพเข้มแข็ง อีกทั้งยังมีความพร้อมทางด้านการแพทย์ที่ทันสมัยและมีคุณภาพได้มาตรฐาน บรรดานักวิเคราะห์ต่างคาดการณ์ว่า  โอกาสสำหรับประเทศไทยจะอยู่ในส่วนของอุตสาหกรรมด้านอาหาร ซึ่งถือว่าเป็นสายการผลิตที่แข็งแกร่งที่สุดของไทย และประชากรทั่วโลกยังมีความต้องการสินค้าไทยเพิ่มมากขึ้นอีกด้วย

ธนาคารกรุงเทพ ใส่ใจให้บริการนักลงทุนในย่านอาเซียนด้วยบริการเพื่อนคู่คิด มิตรคู่บ้าน เรามีสาขาของธนาคารอยู่ในย่านอาเซียน 9 สาขาใน 10 ประเทศเพื่อให้บริการท่าน สนใจติดต่อได้ที่ศูนย์ AEC Connect ชั้น 2 สำนักธุรกิจ ธนาคารกรุงเทพ สำนักงานใหญ่ อีเมล :[email protected] สายด่วน 1333

 

BBL_SME_-AEC_123

 

 

แสดงความคิดเห็น