“บรูไน” มีดีมากกว่าบ่อน้ำมัน ประกาศเคาะแผนพัฒนาประเทศระยะยาว 2035

ส่องดูบรูไน ประเทศร่ำรวยด้วยทรัพยากรธรรมชาติ ความก้าวหน้าของรัฐสวัสดิการ การเมือง และความมั่นคงของประชาชน

เมื่อพูดถึงบรูไน พบว่าคนไทยรู้จักประเทศนี้น้อยมาก แม้กระทั่งแค่จะจินตนาการถึงรูปร่างหน้าตาชาวบรูไน ก็ยังเป็นเรื่องยากเย็นแสนเข็ญ เมื่อเทียบกับประเทศเพื่อนบ้านอื่น ๆ ในอาเซียนที่คนไทยรู้จักมักคุ้นเป็นอย่างดี

บรูไน หรือเนการา บรูไน ดารุสซาลาม (Negara Brunei Darussalam) เป็นประเทศที่ตั้งอยู่บนเกาะบอร์เนียวในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ชายฝั่งทางด้านเหนือจรดทะเลจีนใต้ พรมแดนทางบก ส่วนพื้นที่ที่เหลือถูกห้อมล้อมด้วยรัฐซาราวักของมาเลเซียตะวันออก

บรูไนเป็นประเทศผู้ส่งออกน้ำมันเป็นสินค้าหลัก (มีปริมาณการผลิตน้ำมันประมาณ 180,000 บาเรล/วัน) ซึ่งคนส่วนใหญ่มักเข้าใจผิดว่าบรูไนเป็นผู้ผลิตน้ำมันรายใหญ่ของโลก แต่ข้อเท็จจริงคือ มีปริมาณการผลิตน้ำมันมากกว่าไทยเราเองไม่มากนัก แต่ยังน้อยกว่ามาเลเซียด้วยซ้ำ

สำหรับไทยสามารถผลิตน้ำมันได้ 138,000 บาเรล/วัน มาเลเซียผลิตได้ 800,000 บาเรล/วัน ส่วนบรูไนผลิตได้ 180,000 บาเรล/วัน แต่เนื่องจากบรูไนเป็นประเทศที่มีพื้นที่ขนาดเล็ก มีจำนวนประชากรไม่เกิน 4 แสนคน เทียบเท่ากับจังหวัดเล็ก ๆ ของไทยเท่านั้น จึงใช้น้ำมันภายในประเทศได้เพียงเล็กน้อย  ส่วนที่เหลือนำไปเป็นสินค้าส่งออกทั้งหมด การที่มีประชากรน้อย  จึงทำให้รายได้จากน้ำมันมีเพียงพอที่จะสร้างความร่ำรวยให้กับผู้ปกครองประเทศและพลเมืองบรูไนได้ นอกจากนี้ พื้นที่รอบ ๆ บรูไนยังถูกล้อมรอบไปด้วยมาเลเซีย ทำให้พื้นที่ที่เต็มไปด้วยน้ำมันและแก๊สธรรมชาตินั้น อยู่ในการครอบครองของรัฐซาราวักและรัฐซาบาห์ของมาเลเซียตะวันออก

อย่างไรก็ตาม บรูไนยังคงเป็นประเทศที่ร่ำรวยด้วยทรัพยากรธรรมชาติ โดยเฉพาะน้ำมันดิบและก๊าซ ซึ่งสามารถสร้างรายได้เข้าประเทศมหาศาลถึงร้อยละ 95 ขณะที่ประชากรเป็นกลุ่มที่มีกำลังซื้อสูงมาก โดยกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) มีการประมาณรายได้ของชาวบรูไนสูงถึง 36,583 ดอลลาร์สหรัฐฯ ซึ่งสูงกว่ารายได้ต่อหัวของคนไทยเกือบ 6 เท่าเลยทีเดียว

รัฐสวัสดิการในบรูไนถือว่าคุ้มค่ากับภาษีที่ประชาชนจ่าย เนื่องจากรัฐบาลบรูไนสนับสนุนให้ประชากรเรียนหนังสือ  โดยไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายเลยไปจนถึงระดับมหาวิทยาลัย โดยชาวบรูไนมีการศึกษาในระดับขั้นสูง สามารถพูดภาษาอังกฤษได้ อีกทั้งการเมืองมีเสถียรภาพ และเป็นประเทศที่มีความปลอดภัยมากที่สุดในเอเชีย ทั้งหมดทั้งมวลนั้นล้วนเป็นปัจจัยพื้นฐานอันแข็งแกร่งของบรูไนที่ประเทศอื่น ๆ ในอาเซียนยากจะตามได้ทัน

นอกจากนี้ สิ่งที่ทำให้บรูไนน่าลงทุนสำหรับผู้ประกอบการไทย ก็คือ รัฐบาลบรูไนกำหนดวิสัยทัศน์ระยะยาวภายใต้แผน  Wawasan Brunai 2035 ซึ่งเป็นแผนพัฒนาประเทศระยะยาว มีเป้าหมายว่าในปี ค.ศ.2035 บรูไนจะเป็นที่รู้จักในสายตาประชาคมโลก  ในฐานะเป็นประเทศที่มีคุณภาพชีวิตที่ดี  ได้รับการศึกษา มีทักษะสูง และเศรษฐกิจเติบโตอย่างยั่งยืน

สำหรับภาคธุรกิจไทยนั้นยังไปลงทุนที่บรูไนไม่มากนัก โดยภาคการลงทุนที่ผู้ประกอบการไทยมีศักยภาพในบรูไนจะเกี่ยวกับอุตสาหกรรมการผลิตปิโตรเคมีขั้นปลายน้ำ ธุรกิจแปรรูปอาหาร โดยเฉพาะสินค้าฮาลาล เนื่องจากบรูไนยังต้องพึ่งพาการนำเข้าสินค้าอาหาร

นอกจากนี้ ยังมีธุรกิจเคมีภัณฑ์และธุรกิจบริการอื่น ๆ เช่น ธุรกิจก่อสร้าง ธุรกิจการผลิตเพื่อส่งออกในเขตอุตสาหกรรม ซึ่งบรูไนอนุญาตให้นักท่องเที่ยวสามารถเข้าถือหุ้นในกิจการของบรูไนได้สูงสุดร้อยละ 100   ยกเว้นในธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับความมั่นคงทางอาหาร กิจการที่ต้องใช้ทรัพยากรภายในประเทศ เช่น เกษตรประมง และแปรรูปอาหาร จะต้องมีนักลงทุนท้องถิ่นร้อยละ 30

หัวใจหลักของการทำธุรกิจในบรูไนนั้น ผู้ประกอบการไทยจำเป็นต้องร่วมลงทุนกับนักธุรกิจชาวบรูไนท้องถิ่น จึงจะสามารถช่วยให้เข้าถึงตลาดบรูไนได้มากขึ้น แต่ต้องพึงระวังเช่นเดียวกัน นั่นก็คือ จะต้องศึกษาและคัดกรองผู้ร่วมทุนโดยละเอียดก่อนตัดสินใจร่วมทุน อีกทั้งบรูไนยังมีข้อจำกัดด้านตลาดที่มีขนาดเล็ก และยังมีแรงงานน้อย รวมถึงการที่บรูไนมีความสัมพันธ์ที่ค่อนข้างแน่นแฟ้นกับสิงคโปร์และมาเลเซีย จนอาจเป็นข้อกำจัดของนักลงทุนไทย

ที่สำคัญยังต้องระวังเรื่องของการปฏิบัติตามศาสนาอิสลามอย่างเคร่งครัด และใส่ใจมาตรฐานสินค้า บริการ ธรรมเนียมค่านิยมให้ถูกต้องตามหลักศาสนาอิสลาม เพื่อสร้างความไว้วางใจของแบรนด์สินค้าไทย ท่ามกลางคู่แข่งจากประเทศมุสลิมอย่าง ตะวันออกกลาง มาเลเซีย และอินโดนีเซีย

อนึ่ง นักลงทุนที่สนใจลงทุนในบรูไน  สามารถติดต่อหน่วยงานภาครัฐที่เกี่ยวข้องได้ที่  Ministry of Industry and Primary Resources (MIPR)www.bruneimipr.gov.bn / Brunei International Financial Centre (BIFC) www.finance.gov.bn/bifc / Brunei Economic Development Board (BEDB) www.bedb.combn

ธนาคารกรุงเทพ ใส่ใจให้บริการนักลงทุนในย่านอาเซียนด้วยบริการเพื่อนคู่คิด มิตรคู่บ้าน เรามีสาขาของธนาคารอยู่ในย่านอาเซียน 9 สาขาใน 10 ประเทศเพื่อให้บริการท่าน สนใจติดต่อได้ที่ศูนย์ AEC Connect ชั้น 2 สำนักธุรกิจ ธนาคารกรุงเทพ สำนักงานใหญ่ อีเมล :[email protected] สายด่วน 1333

 

BBL_SME_-AEC_V5

แสดงความคิดเห็น