งานครบรอบ 25 ปี มิตรภาพจีน–อาเซียน ชื่นมื่น

ย้อนรอยความสัมพันธ์ 25 ปี มิตรภาพจีน–อาเซียน และแผนพัฒนาความร่วมมือทางเศรษฐกิจ โครงสร้างพื้นฐานในอนาคต

ความสัมพันธ์ระหว่างจีนและอาเซียน เริ่มต้นอย่างจริงจังขึ้นเมื่อเดือนพฤศจิกายน 2521 ในสมัยการเป็นผู้นำจีนของนายเติ้ง เสี่ยวผิง ที่ขณะนั้นได้เดินทางมาเยี่ยมเยียนประเทศไทย มาเลเซีย และสิงคโปร์  โดยมีการส่งสัญญาณ  และข้อเสนอว่า จีนพร้อมสร้างความสัมพันธ์ที่เหนียวแน่นกับอาเซียน ครอบคลุมเศรษฐกิจ การค้า วิทยาศาสตร์ และเทคโนโลยี จนทุกฝ่ายได้ตอบตกลงรับข้อเสนอของ เติ้ง เสี่ยวผิง

เมื่อปี 2534 จีนยังมีการสานสัมพันธ์ทางการทูตกับกลุ่มประเทศในอาเซียน และก่อให้เกิดความร่วมมือระหว่างกัน  จนวันที่ 4 พฤศจิกายน  2545 ในการประชุมสุดยอดผู้นำจีน –อาเซียน  ได้มีการลงนามในกรอบความตกลงความร่วมมือทางเศรษฐกิจระหว่างประเทศสมาชิกประชาชาติแห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และสาธารณรัฐประชาชนจีน และยังนำมาซึ่งการบรรลุมิติในครั้งต่อ ๆ ไปที่ทั้งสองฝ่ายมีความสัมพันธ์ที่แน่นแฟ้นมากขึ้น พัฒนาไปสู่สนธิสัญญาต่าง ๆ ร่วมกัน

ความสัมพันธ์ระหว่างจีนและอาเซียนเดินทางระยะร่วม 25 ปี หากเป็นความสัมพันธ์ทั่วไปก็อาจดูเหมือนเป็นเส้นทางที่ยาวนาน แต่หากเป็นเรื่องของความสัมพันธ์ระหว่างประเทศแล้วยิ่งมีความสำคัญมากขึ้นอีก เมื่อความสัมพันธ์ระหว่างจีน และอาเซียนสามารถเดินทางมาได้ถึงกว่า 2 ทศวรรษ และยังมีแนวโน้มที่จะแน่นแฟ้นมากขึ้นอีกในอนาคต  ซึ่งคุณชาติศิริ โสภณพนิช กรรมการผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) ยังกล่าวถึง 25 ปี มิตรภาพจีน–อาเซียน ใน “งานเสวนานุกรม ครั้งที่ 7” ว่า มิตรภาพระหว่างจีนและอาเซียน เป็นแรงขับเคลื่อนที่สำคัญที่เป็นประตูการค้าทางเศรษฐกิจมากมายในอนาคต  ซึ่งที่ผ่านมาจีนได้ขยับขึ้นเป็นคู่ค้ารายใหญ่ที่สุดของอาเซียน  และอาเซียนได้กลายเป็นคู่ค้าอันดับที่ 3  ของจีน

ในปี 2554 จีนได้ก้าวขึ้นมาเป็นประเทศคู่ค้าอันดับ 1 ของอาเซียน ในขณะที่อาเซียนเป็นคู่ค้าอันดับ 3 ของจีนในปี 2557 มูลค่าการค้ามีมากถึง 3 แสนล้านเหรียญสหรัฐ หรือประมาณร้อยละ 14 ของมูลค่าการค้าทั้งหมดของอาเซียน สำหรับด้านการลงทุน จีนมีการลงทุนโดยตรงในประเทศอาเซียนมากถึง 8,900 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือคิดเป็นร้อยละ 7.1 ของการลงทุนในอาเซียนทั้งหมด

นอกจากนี้ อุตสาหกรรมท่องเที่ยวจีน–อาเซียน ยังมีการพัฒนาไปอย่างรวดเร็ว นักท่องเที่ยวของทั้งสองฝ่ายมีการขยายตัวและแลกเปลี่ยนไปท่องเที่ยวกันมากขึ้น ซึ่งนักท่องเที่ยวจีนเดินทางมายังประเทศในอาเซียนมากถึง 13 ล้านคน ส่วนนักท่องเที่ยวจากประเทศอาเซียนที่เดินทางไปยังประเทศจีนอยู่ที่ประมาณ 6 ล้านคน

ประเทศจีนยังถือว่าเป็นพื้นที่การค้าเสรีที่ใหญ่ที่สุดในโลกด้านเชิงประชากร และยังใหญ่เป็นอันดับ  3 ในด้านของการเติบโตของ GDP ซึ่งภายในข้อตกลง FTA จีน–อาเซียน จะช่วยลดภาษีศุลกากรของสินค้าเกือบ 8,000 ชนิด หรือลดภาษีสินค้านำเข้ากว่าร้อยละ 90 ของสินค้านำเข้าทั้งหมด

ด้าน ฯพณฯ เตช บุนนาค ผู้ช่วยเลขาธิการสภากาชาดไทย อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ และอดีตเอกอัครราชทูตไทย ประจำสาธารณรัฐประชาชนจีน ยังกล่าวถึงความสัมพันธ์ครบรอบ 25 ปี จีน–อาเซียน อีกว่า จีนและอาเซียนนอกจากมีความสำเร็จในการเจรจาคู่ค้าแล้ว ยังสนับสนุนกันในเรื่องของการแลกเปลี่ยนนักศึกษา  ซึ่งคนรุ่นใหม่นั้นเปรียบเสมือนอนาคตของชาติ และยังมีการสนับสนุนด้านอุตสาหกรรม เพื่อให้เป็นห่วงโซ่อุปทานที่ดีขึ้นระหว่างจีนและอาเซียนด้วย

“เงินหยวนจะเป็นส่วนที่เข้ามามีบทบาทมากขึ้นในการแลกเปลี่ยนสำหรับธุรกิจ เพราะเงินหยวนเป็นเงินในภูมิภาคเดียวกันกับเรา เงินหยวนจึงนำไปสู่ความมั่นคงทางการเงินให้เกิดขึ้นในภูมิภาค” อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ กล่าว

สำหรับแผนในอนาคตของจีนและอาเซียนหนึ่งในยุทธศาสตร์สำคัญในอนาคตที่จีนให้ความสำคัญมากที่สุดคือ One Belt and One Road เป็นกลยุทธ์ที่ริเริ่มจากประธานาธิบดี สี จิ้นผิง เมื่อปี 2556 เพื่อขยายอิทธิพลทางการค้าและวัฒนธรรมให้แพร่หลายยิ่งขึ้น โดยแบ่งเป็นเส้นทางบกที่เป็นเส้นทางสายไหมเดิม (อินเดีย เปอร์เซีย ทวีปยุโรป และคาบสมุทรอาหรับ) ผ่านเอเชียกลาง เอเชียตะวันตก เอเชียใต้ ตะวันออกกลาง และยุโรป ส่วนเส้นทางน้ำเป็นการเชื่อมโยงระหว่างจีนกับประเทศในแถบภูมิภาคมหาสมุทร ได้แก่ อาเซียน โอเชียเนีย แอฟริกา แปซิฟิก รวมถึงคาบสมุทรอินเดีย

นอกจากนี้ จีนยังได้ออกแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติระยะ 5 ปี ฉบับที่ 13 (ค.ศ.2016-2020) ซึ่งเป็นตัวกำหนดแนวทางการพัฒนาประเทศจีนในช่วงระยะเวลา 5 ปีต่อจากนี้ ซึ่งเป้าหมายหลัก ๆ จะเป็นแผนพัฒนาเพื่อดำเนินการไปสู่การปฏิรูปในด้านต่าง ๆ เพื่อนำสู่ New Normal (การเติบโตอย่างมีคุณภาพและยั่งยืนในอนาคต)

ทั้งนี้ สำหรับอาเซียนเองก็มีงานวิสัยทัศน์ของผู้นำประเทศสมาชิก  ที่จะทำให้ประชาคมอาเซียนมีการรวมตัวกันอย่างมั่นคงมากขึ้นภายในปี ค.ศ.2025 ครอบคลุมด้านการเมือง ความมั่นคง เศรษฐกิจ สังคม และวัฒนธรรม รวมถึงการทำให้ประชาคมในภูมิภาคให้ความสำคัญกับกฎกติกา ประชาชน และมีประชาชนเป็นศูนย์กลางด้วย

สนใจลงทุนธุรกิจสามารถปรึกษา Bangkok Bank SME เราเป็นเพื่อนคู่คิด มิตรคู่บ้านทุกช่วงการเติบโตของธุรกิจ สายด่วน 1333

แสดงความคิดเห็น