ธนากร แซ่ลิ้ม เถ้าแก่หนุ่มวัย 33 “ความสำเร็จ..ไม่มีทางลัด”

ธนากร แซ่ลิ้ม นักธุรกิจหนุ่มวัย 33 ปี เจ้าของบริษัทในเครือ 4 บริษัท คือ บริษัท สวิทซเฟลค, บริษัท สวิทซเฟลค เพลท เมคคิ่ง, บริษัท อะเซฟติค (ประเทศไทย) จำกัด และ ท็อปแวลู คอร์ปอเรท จำกัด

ด้วยแรงบันดาลใจจากความกตัญญู อยากซื้อบ้านให้แม่ ทำให้เด็กหนุ่มวัย 17 เริ่มต้นทำงาน สามารถเป็นเจ้าของกิจการตั้งแต่อายุ 20 และประสบความสำเร็จเป็นเถ้าแก่หนุ่มเจ้าของธุรกิจยอดขายหลายร้อยล้านในชั่วพริบตา อะไรที่ทำให้คนหนุ่มวัยแค่ 33 ปี ประสบความสำเร็จ ได้ขนาดนี้

จุดเริ่มต้นของการทำธุรกิจ เรื่องราวความสำเร็จ นายธนากร แซ่ลิ้ม เกิดในครอบครัวคนไทยเชื้อสายจีน  โดยวัยเด็ก พ่อและแม่แยกทางกัน  คุณธนากรอยู่กับคุณแม่ ต่อมาเมื่อเข้าเรียนชั้นประถมถูกส่งตัวไปเรียนต่อมัธยมศึกษาที่ประเทศจีน  โดยอยู่กับญาติที่มณฑลกวางตุ้ง เป็นเวลา 4 ปี หลังจากกลับมาจากเมืองจีน คุณธนากรในวัย 17 ปี ตัดสินใจหางานทำเนื่องจากครอบครัวมีฐานะลำบาก อยากแบ่งเบาภาระทางบ้าน อยากให้แม่สบาย

โดยเริ่มจากการเป็นลูกจ้างขายของให้กับทัวร์ชาวต่างชาติที่ไกด์พามาลง  เริ่มต้นได้เงินเดือน 3,500 บาท ทำอยู่ประมาณ 8 เดือน คุณธนากรมองว่าไม่มีความก้าวหน้า  จึงตัดสินใจลาออก จากนั้นก็เปลี่ยนงานไปเป็นล่ามภาษาจีนให้กับบริษัทเอกชนแห่งหนึ่งซึ่งทำธุรกิจแม่พิมพ์และบรรจุภัณฑ์  การทำงานที่นี่คุณธนากรสามารถเรียนรู้ระบบและพัฒนาตัวเองขึ้นมาในตำแหน่งฝ่ายขาย และได้เลื่อนขั้นเป็นหัวหน้าแผนกตอนอายุ 19 ปี และจากประสบการณ์ทั้งหมดที่ได้สะสมมาตลอดระยะเวลา 2 ปีครึ่ง  จึงตัดสินใจลาออกมาทำธุรกิจนำเข้าเครื่องจักรเกี่ยวกับสิ่งพิมพ์แม่แบบเป็นของตัวเอง ซึ่งเป็นจุดเปลี่ยนของชีวิต และเป็นจุดเริ่มต้นของความสำเร็จในการเป็นเจ้าของธุรกิจหลายร้อยล้านในปัจจุบัน

เนื่องจากมีความสามารถด้านภาษา  จึงได้เข้าทำงานกับบริษัทจีน  ทำธุรกิจแม่พิมพ์และบรรจุภัณฑ์ โดยตลอดระยะเวลาที่ทำอยู่ประมาณ 2 ปี ได้เรียนรู้และพัฒนาตนเอง เกิดความมั่นใจ ตัดสินใจเริ่มต้นทำธุรกิจของตนเอง โดยคุณธนากรเล่าว่า
“ทำเทรดดิ้ง สั่งสินค้าตามออเดอร์ลูกค้า มีเครือข่ายที่ดี เพราะตอนทำงานที่บริษัทรู้จักคนเยอะ ลูกค้าหลายรายคอยให้ความช่วยเหลือและสนับสนุน ทำให้ธุรกิจดำเนินไปได้ด้วยดี บริษัททำกำไร บางปีได้ถึง 400 ล้านบาท ธุรกิจนี้เมื่อ 10 ปีที่แล้วคือโอกาส เพราะคู่แข่งน้อย ผมมีกลุ่มลูกค้าชัดเจน ทำการบ้านดี และรู้จักตลาด จึงประสบความสำเร็จ”

แต่เส้นทางธุรกิจไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบ คุณธนากรเล่าถึงอุปสรรคและวิธีฝ่าฟันให้ฟังด้วยว่า “ปัญหาเยอะมาก เป็นอาชีพที่ไม่เคยทำ รู้ความต้องการของลูกค้า แต่ไม่มีลู่ทางในการเอาของมาให้ ต้องแข่งกับเจ้าตลาดรายใหญ่ ลองผิดลองถูกตลอด 3 ปีแรก ค่อย ๆ แก้ปัญหา ตั้งสติ ค่อย ๆ แก้ไปทีละจุด ไล่แก้เฉพาะหน้าไปก่อน อดทน แล้วปัญหาจะคลี่คลายไปเอง ให้กำลังใจตัวเอง คิดว่าถ้าปัญหายิ่งหนัก แต่หากข้ามไปได้ เราก็ได้เปรียบคู่แข่ง”

ส่วนในเรื่องกลยุทธ์และวิธีทำธุรกิจให้ประสบความสำเร็จ ตลอดจนการเอาชนะคู่แข่งในการทำธุรกิจนั้น  คุณธนากรมีมุมมองที่น่าสนใจ โดยมีความเห็นว่า

“มองว่ากลยุทธ์หรือทฤษฎีไม่มีความจำเป็นมากนัก ที่สำคัญคือ ต้องกล้าลงมือทำ ต้องมองว่าธุรกิจมันใช่  ไม่ใช่หลับหูหลับตาทำ เป็นธุรกิจที่มีอนาคต 1.มองตลาดเป็นหลัก ต้องเป็นอะไรที่ตลาดต้องการ 2.สร้างทีม ลงไปสัมผัสกับทีม คนไหนเก่ง ใครมีความสามารถด้านไหน  ก็ต้องกระจายความสามารถให้เหมาะสมกับงาน”

“และสำหรับการเอาชนะคู่แข่งนั้น มองว่าต้องเน้นที่ตัวเราและลูกค้า ไม่เน้นชนะคู่แข่ง แต่เน้นชนะใจลูกค้า”

“ไม่ต้องไปมองคู่แข่งมาก มองตัวเองเป็นหลัก เข้าใจตัวตนของเรา มองให้ออกว่ากลุ่มลูกค้าของเราเป็นใคร พัฒนาตัวเองเป็นหลัก ให้ความสำคัญกับโปรดักส์ คู่แข่งในตลาดเยอะมาก ถ้ามัวแต่มองคนอื่น  ตัวเองก็ไม่มีการพัฒนา”

และในส่วนแนวคิด ปรัชญาในการดำเนินธุรกิจ คุณธนากรมีปรัชญาในการทำงาน คือ ต้องทำงานด้วยความมุ่งมั่นตั้งใจ มีความใส่ใจ มีความจริงใจ สร้างความพึงพอใจให้กับลูกค้า ให้การบริการที่ดีที่สุด และทำงานอย่างเต็มที่สุดความสามารถ เพราะลูกค้าคือหัวใจสำคัญในการทำธุรกิจ

“คิดเสมอว่าธุรกิจต้องมีประโยชน์ต่อลูกค้า ตลาดต้องมีความต้องการ ก่อนจะทำธุรกิจต้องมองก่อนว่าตลาดมีความต้องการหรือไม่ ตั้งเป้าหมายไว้ให้สูง  เน้นงานเฉพาะหน้า ทำตรงหน้าให้ดีที่สุด ค่อย ๆ ทำ ก้าวไปทีละขั้น”

“อย่าท้อกับปัญหา อย่าคิดล้มเลิก ทำไปเรื่อย ๆ ถ้าไม่หยุด ก็ไม่แพ้ ทุกปัญหาถ้าไม่ท้อก็ไม่แพ้ เมื่อไม่แพ้ ก็ไม่เจ๊ง”

ปัจจุบันภาพรวมธุรกิจทั้งหมดของคุณธนากรอยู่ในระดับทรงตัวบนความมั่นคง และมีแผนในการพัฒนาต่อยอดธุรกิจ โดยเน้นที่ธุรกิจน้องใหม่ซึ่งจากต่างธุรกิจเดิม คือ ท็อปแวลู เว็บไซต์ขายของออนไลน์  topvalue.com

“โดยรวมแล้วตอนนี้ธุรกิจค่อนข้างดี เติบโตอยู่เรื่อย ๆ ทุกปีเติบโตอยู่ปีละ 10 กว่าเปอร์เซ็นต์ ตอนนี้เน้นตัวใหม่คือ ท็อปแวลู เป็นหลัก เป็นอี-คอมเมิร์ซน้องใหม่ คือร้านค้าออนไลน์ที่เลือกสรรสินค้าคุณภาพดี ราคาถูก กำลังก่อร่างสร้างตัว และอยู่ในตลาดใหญ่ หากเทียบกับธุรกิจเดิมแล้วของเก่าเหมือนอยู่ในสระ แต่ท็อปแวลูเหมือนอยู่ในทะเล ความยากของงานต่างกัน แต่ก็มองว่าเป็นความท้าทาย”

และสุดท้ายนักธุรกิจหนุ่มได้ทิ้งข้อคิดไว้ว่า “ความสำเร็จ ไม่มีทางลัด”

“ความสำเร็จเกิดจากการสะสม นักกีฬาอยากเป็นแชมป์ก็ต้องซ้อม ผู้หญิงอยากผอมก็ต้องเข้าฟิตเนส ธุรกิจก็เหมือนกัน ต้องลงมือทำ มีเป้าหมาย เริ่มต้นจากจุดเล็ก ๆ ก่อน ชนะระดับหมู่บ้าน ระดับจังหวัด ประเทศ แล้วค่อยไประดับโลก ฝันให้ไกล แต่ต้องทำตรงหน้าให้สำเร็จก่อน”

สนใจลงทุนธุรกิจสามารถปรึกษา Bangkok Bank SME เราเป็นเพื่อนคู่คิด มิตรคู่บ้านทุกช่วงการเติบโตของธุรกิจ สายด่วน 1333

 

BBL_SME-SME-In-Focus_V4

 

54225 Total Views 1 Views Today
แสดงความคิดเห็น