พลิก SME สู่ Startup แชร์แนวคิดรูปแบบธุรกิจที่สุดหยั่งถึง กับคุณแจ็ค CLAIM DI

จุดพลิกผัน SME สู่ Startup แชร์แนวคิดรูปแบบธุรกิจที่สุดหยั่งถึง กับคุณแจ็ค เจ้าของแอปพลิเคชัน ช่วยเหลือทุกคนยามรถชน CLAIM DI

ชั่วโมงนี้ตามงาน Startup งานสัมมนา งาน Networking หรือเวทีไหน ๆ ที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจ ล้วนแล้วแต่ต้องมีเค้าคนนี้อยู่ด้วยเสมอ เค้าที่เป็นผู้คว่ำหวอดอยู่ในวงการ SME และหันมาเอาดีในด้าน Startup ประสบความสำเร็จเป็นที่รู้จัก และเป็นต้นแบบให้กับใครหลาย ๆ คน เค้าผู้สรรสร้างแอปพลิเคชันดี ๆ ที่ช่วยให้เรื่องใหญ่อย่างการรถชนกลายเป็นเรื่องง่าย ๆ ด้วยแอปพลิเคชันในชื่อจำง่ายติดปากว่า ‘Claim Di’

วันนี้เราได้มีโอกาสมาสัมภาษณ์ คุณแจ็ค กิตตินันท์ อนุพันธ์ เจ้าของแอปพลิเคชัน Claim Di ซึ่งเจ้าตัวบอกเล่าว่าก่อนจะมาทำแอปพลิเคชันตัวนี้ได้ ได้ทำ ‘มาเร็ว เคลมเร็ว’ ที่ทำเคลมให้ประกันภัยรถยนต์ ชื่อระบบ Anywhere to Claim มาก่อน จริง ๆ มีหลาย Anywhere to… เลย แต่ได้มาโฟกัสตัวนี้หลังจากเป็น Startup เลยอยากให้ชื่อติดปากคน เลยคิดว่าอะไรที่เป็นคำง่าย ๆ แล้วคนจะจำได้ จึงให้ชื่อแอปพลิเคชันตัวนี้ว่า Claim Di ซึ่งคุณแจ็คบอกเองเลยว่าได้อยู่ในวงการนี้มานานถึง 16 ปีแล้ว เป็นมือเก๋าในโลกธุรกิจจริง ๆ

“เราเป็น SME มาตั้งแต่ปี ค.ศ.2000 เราเจอทางตัน เราไปต่อไม่ได้เพราะมีคู่แข่ง เค้าลอกเลียนแบบคอนเซ็ปต์ไอเดียเรา เค้าเห็นเราทำได้เค้าเลยลุกมาทำบ้าง แล้วเค้าเป็นบริษัทใหญ่ เค้าตัดราคาเรา เราก็อยู่ไม่ได้ เลยคิดว่าทำยังไงเราถึงจะโตไปชนเค้าได้ เลยศึกษา Startup เพราะเห็นว่าเป็นวิธีการที่ทำให้เราเติบโต 200-300% ต่อปี เลยศึกษาดู”

แต่ด้วยความที่เรียนรู้เอง ทำให้การเรียนรู้ตรงนั้นผิดพลาด ไม่เป็นอย่างใจคิด  “เราเลยเข้า Dtac Accelerate ใช้เวลาอยู่ 4 เดือน จึงเข้าใจว่า Startup เป็นแบบนี้ เราเรียนรู้ในนั้นแตกต่างจากที่อ่านมา ถูกสอนโดยคนที่เป็น Startup มาก่อน เลยได้ความรู้จริง ๆ”

จุดต่างของ Startup กับ SME คืออะไรกันแน่ คุณแจ็คเล่าให้เห็นถึงความแตกต่างตรงนี้และวิธีคิดคอนเซ็ปต์ รูปแบบธุรกิจที่ยากสุดโต่ง  แต่ได้ประโยชน์กับทุกฝ่ายว่า  “SME ฉันขาย เธอซื้อ จบแค่ตรงนั้น แต่ Startup เราต้องมีแพลตฟอร์ม เอาเทคโนโลยีไปสร้าง Ecosystem ให้ทุกคนอยู่ได้ เราเสนอระบบเป็นจุดกลาง ให้ประกันภัย ให้ลูกค้าประกันภัยมาใช้บริการผ่านเรา ให้คนทำเคลมของประกันมาใช้บริการผ่านเรา เราเก็บเงินจากประกันภัย เค้าก็จะสงสัยว่าทำไมเค้าต้องจ่ายอยู่ตลอดเวลา ถ้าเป็นแต่ก่อนเค้าก็จ่ายรอบเดียวก็จบ ถ้าเราเก็บเงินจากลูกค้าหรือคนทำเคลมเค้าก็ไม่อยากจะใช้ เราเลยต้องให้ทุกคนใช้ฟรี”

ฟังถึงตรงนี้ขนาดผมยังสงสัย แล้ว Claim Di จะอยู่ได้ยังไง “รูปแบบธุรกิจแบบนี้มันยาก ผมเลยทำงี้ ปกติเวลาลูกค้าแจ้งเคลม ประกันต้องส่งคนทำเคลมที่ขี่มอเตอร์ไซต์ไปดูตรงจุดนั้น  ซึ่งประกันจะเสียขั้นต่ำ 550 บาท เราเลยเสนอระบบให้เค้า ถ้าลูกค้ารถชนแล้วทำเคลมด้วยตัวเอง คุณไม่ต้องส่งคนทำเคลมมา คุณประหยัดไป 500 บาท ผมขอเก็บเศษ 50 บาทไว้ ประกันไม่ได้จ่าย ประกันเซฟ ไม่มีใครจ่ายตังค์ พอประกันรู้สึกว่าตัวเองไม่ได้เสียอะไร มีแต่ประหยัดขึ้นแล้วทำไมเค้าจะไม่ใช้ล่ะ”

แล้วในส่วนของคนทำเคลมที่ต้องเสียรายได้เพราะ Claim Di เข้ามาแทนที่ล่ะ หลายคนอาจจะสงสัย “ผมก็บอกประกันว่าถ้าลูกค้าไม่อยากทำเคลมเอง อยากให้ส่งคนทำเคลมให้ เราก็ลิงก์ไปให้คนทำเคลมที่เคยได้ 550 บาทเพื่อขับไปดูตรงจุดเกิดเหตุ เราขอให้เค้าเหลือแค่ 500 บาท เราก็บอกประกันให้ส่งเค้ามา ประกันจ่ายเต็ม 550 เหมือนเดิม ไม่ได้เพิ่ม ไม่ได้ลดอะไร แต่เราเอาส่วนต่างมาจากคนทำเคลม 50 บาทแทน เค้าได้เงินลดลงแต่ได้ระบบไปใช้ แต่ก่อนเค้าเคยทำได้ 3 จ็อบต่อวันก็เพิ่มเป็น 5 จ็อบต่อวัน  เพราะงานเสร็จไวขึ้น ได้เงินน้อยลงแต่ได้งานมากขึ้น”

จากตรงนั้นก็เริ่มเห็นถึงสิ่งที่คุณแจ็คได้รับจากการทำตัว Claim Di กันแล้ว เริ่มเข้าใจว่าแผนธุรกิจที่ดีส่งผลให้ธุรกิจไปรอดได้อย่างไร ซึ่งนอกจากตรงนั้นแล้ว Claim Di ก็มองหาช่องทางอื่นเพิ่มเติมขึ้นด้วยคือ “จะมีบางงานที่คนทำเคลมไม่ชอบทำ เค้าขับออกไปครั้งหนึ่งเค้าอยากได้เงิน 500 ขึ้นไป แต่มีงานประเภท 250 หรือ 300 บาท ที่เค้าไม่อยากทำ เพราะได้เงินน้อย เช่น งานตรวจสภาพรถ เราเห็นตรงนี้เราเลยขอให้เค้าส่งงานที่ไม่มีใครอยากทำมาให้เรา แล้วเราก็สร้างแอป Claim Di Bike ขึ้นมาเพื่อรับสมัครคนที่มีเวลาว่างใครก็ได้มาอบรมกับเรา ถ้าคุณอยู่ใกล้เราส่งงานให้ คุณไปถ่ายรูปกลับมา ผมก็โอนเงิน แค่นั้นก็ได้ 200-300 บาท ใช้สบาย ๆ คนก็สมัครกันเข้ามาเยอะมาก ทั้งนักศึกษา วินมอเตอร์ไซต์ คนว่างงาน”

ตั้งแต่ได้ฟังถึงเรื่องราวทุกอย่างที่คุณแจ็คเล่าก็ต้องบอกเลยว่า Startup ตัวนี้ผ่านอุปสรรคและความยากลำบากมาโดยตลอด ตั้งแต่เรื่องคู่แข่ง เรื่องความเข้าใจใน Startup และเรื่องของรูปแบบธุรกิจ กว่าจะออกมาเป็นแอปพลิเคชันดี ๆ ให้เราได้ใช้กันแบบนี้ได้ สิ่งที่ยากที่สุดของเค้าคืออะไรกันแน่

“เราไม่มั่นใจว่าคนจะกล้าทำเคลมเองมั้ย เราก็ต้องทำวิจัยใช้เวลาไป 2 ปี ซึ่งนี่คือความยาก จริง ๆ เราทำรีเสิร์ชแบบ SME เลยใช้เวลานาน ถ้าเราทำรีเสิร์ชแบบ Startup ก็จะเหลือแค่ 2 เดือน แต่เพราะเราไม่รู้วิธีการของ Startup ในวันนั้นเลยต้องใช้เวลานาน เราก็พบว่ามีคนที่อยากทำเคลมเองจริง ๆ เราเลยทำ Claim Di ขึ้นมา ยากไปกว่านั้นคือ คนที่โหลดแอปเรากลับไม่ได้ใช้งาน เพราะเค้าเป็นคนไม่ประมาท คนไม่ประมาทรู้ว่ามีแอปนี้เค้าก็จะโหลด ลงทะเบียนครบ แต่คนไม่ประมาทก็จะขับรถดี มีสติ ไม่ทำตัวเสี่ยงภัย เค้าเลยไม่ชน พอเค้าไม่ชนเราก็อยู่ไม่ได้ เราไปเจอว่ามีคนต้องการ แต่เราลืมไปว่าเค้าไม่ใช้ กลับกัน คนที่ไม่โหลดกลับชนอยู่นั่น”

“ความยากของการทำ Startup คือถ้าเรารู้ว่าไม่ใช่  ไปต่อไม่ได้ เราต้องกล้าที่จะเปลี่ยน ผมจึงเปลี่ยนจากการรอเค้าเรียกใช้เราผ่านแอปอย่างเดียว เป็นรับจ้างบริษัทประกันภัย เป็นคอลเซ็นเตอร์  ถ้ามีคนโทร.เข้ามา (คนรถชนที่ไม่โหลด ไม่มีแอป) ให้บอกเค้าว่ามีแอปเราอยู่ ถ้าเค้ารอเราก็จะส่ง Claim Di Bike เราไป หรือถ้าเค้าไม่อยากรอก็โหลดแอปทำเคลมเองได้เลย” เป็นการสร้างการรับรู้ได้อย่างตรงจุดและตรงกลุ่มเป้าหมายอย่างมากจริง ๆ ครับ

ก้าวต่อไปของ Claim Di ก็ยังไม่หยุดเพียงแค่นี้ เรายังจะได้ใช้งานแอปพลิเคชันดี ๆ ที่ตอบสนองความต้องการและแก้ปัญหาให้ตรงจุดได้มากขึ้นผ่านบริการใหม่ ๆ ของเค้าอีกมากมาย  “ตอนนี้มี Claimdi Assist ถ้ารถเสียก็สามารถเรียกช่างได้ จั๊มป์แบต เติมน้ำมัน รถลาก รถพ่วง บริการหมด มี Call Center คือ Claimdi Call ตอนนี้กำลังพัฒนาให้คนทำเคลมผ่านโซเชียลเน็ตเวิร์ค ผ่านบอทบนโซเชียลมีเดีย ไม่ต้องโหลดแอปพลิเคชัน แล้วก็มีพัฒนาโดรน ส่งโดรนไปถ่ายรูปในที่ที่มอเตอร์ไซต์เข้าไปไม่ถึง เช่น บนทางด่วน”

“ส่วนใหญ่ Startup ที่ผมไปเห็นมาที่เมืองนอกอายุจะเกิน 30 หมด เพราะฉะนั้นอย่าหวังว่าจบมาแล้วเราจะทำ Startup แล้วประสบความสำเร็จ มีน้อยมาก Startup ต้องใช้เงินลงทุนจากนักลงทุน เพราะเราต้องโตเร็ว พิสูจน์แล้วว่าถ้าเราอยากโตเร็ว เราต้องใช้เงินใส่เข้าไป ลองคิดดูว่าเด็กมหาวิทยาลัยเพิ่งจบมา  ไม่เคยทำงาน  ไม่มีความรู้ ไม่มีประสบการณ์ ทำ Startup ด้วยเงินที่พอมี แล้วไปหานักลงทุน ลองคิดดูว่านักลงทุนที่ไหนจะอยากให้เงินกับคนไม่มีประสบการณ์  ไม่เคยทำงานมาก่อน คิดแค่นี้ก็จบแล้ว พอนักลงทุนไม่ลงเงิน คุณก็โตลำบาก” คุณแจ็ค กล่าวทิ้งท้าย

สนใจลงทุนธุรกิจสามารถปรึกษา Bangkok Bank SME เราเป็นเพื่อนคู่คิด มิตรคู่บ้านทุกช่วงการเติบโตของธุรกิจ สายด่วน 1333

CLAIM DI sme

912 Total Views 1 Views Today
แสดงความคิดเห็น