ประชาฟาร์ม ทำปลาทองคัดเกรด อาชีพเสริมรายได้งาม 5 หมื่น/เดือน !!!

อาชีพเสริมเงินดี “ประชาฟาร์ม” เปิดฟาร์มเพาะพันธุ์ปลาทองคัดเกรดคุณภาพเยี่ยม รายได้ 5 หมื่นบาทต่อเดือน ขายออนไลน์ทั่วโลก

ประชาฟาร์มตั้งอยู่ที่อำเภอบ้านโป่ง จังหวัดราชบุรี บริหารงานโดย คุณประชา คำแก้ว ผู้มีใจรักในการเลี้ยงปลา คุ้นเคยและมีความชำนาญมาตั้งแต่วัยเด็ก สานต่อความตั้งใจของคุณแม่ อีกทั้งยังเป็นรายได้เสริมจากการทำงานเพื่อให้ครอบครัวมีความมั่นคงมากขึ้น โดยคุณประชา เล่าถึงการเลี้ยงปลาเป็นอาชีพเสริมของ “ประชาฟาร์ม” ให้ฟังว่า

“พ่อกับแม่ทำมาก่อน แต่ช่วงแรกไม่ค่อยมีทุน ใช้วิธีเช่าสถานที่เลี้ยง ทำให้มีรายได้ไม่ค่อยคุ้ม ตัวเราเองหลังเรียนจบ ทำงาน มีความพร้อมในเรื่องความรู้และเงินทุน จึงเข้ามารับช่วงต่อ ซื้อที่สร้างฟาร์มเลี้ยงเองไม่ต้องมีภาระเรื่องค่าเช่า โดยที่เลี้ยงอยู่จะเป็นปลาทองพันธุ์สิงห์ลูกผสมและพันธุ์ฮอลันดา 2 สายพันธุ์หลัก ซึ่งเป็นพันธุ์ที่เลี้ยงดูง่ายและเป็นที่ต้องการของตลาด

โดยเริ่มต้นในช่วงแรกมีบ่อดิน 3 บ่อ บ่อปูน 6 บ่อ บ่อดินสำหรับเพาะลูกปลา และเอาออกมาเลี้ยงต่อในบ่อปูน ซึ่งช่วงแรกตั้งใจจะขายแบบจำนวนมาก ไม่ได้ขายแบบคัดเกรด โดยใช้เงินลงทุนประมาณ 100,000 ในการขุดบ่อและค่าอุปกรณ์ต่าง ๆ ซึ่งใช้เวลาไม่นานในการได้เงินทุนคืน โดยลงปลาบ่อละประมาณ 30,000 ตัว ครบกำหนดจับขายตัวละ 2 บาท 6 บ่อทยอยขาย ภายใน 3 เดือนก็สามารถได้ทุนคืน”

ประชาฟาร์ม SME

ถึงแม้จะได้กำไรดี แต่การแต่ขายแบบไม่คัดเกรดสร้างความเหนื่อยยากให้กับคุณประชาเป็นอย่างมาก เพราะต้องใช้เวลามากในการบรรจุถุงใส่น้ำและปลา ซึ่งแต่ละครั้งต้องทำถึงประมาณ 100-200 ถุง คุณประชาจึงตัดสินใจเปลี่ยนวิธีการเลี้ยง โดยการเพิ่มบ่อปูนเลี้ยงแบบคัดเกรดแทน ซึ่งปลาที่ได้จะมีขนาดใหญ่ รูปร่างสวยงาม ราคาดี คัดตามสภาพได้ราคาตั้งแต่ตัวละ 500 จนถึงหลายพันบาท

“การเลี้ยงแบบคัดเกรดคือคัดปลาเกรดดี สภาพสวย ราคาแพง กลุ่มลูกค้าคือคนที่เล่นปลาสวยงาม ราคาเริ่มต้นที่หลักร้อยขึ้นไป ตามลักษณะของปลาทั้งความสวยและขนาด ส่งที่ตลาดปลาอำเภอบ้านโป่ง และมีพ่อค้ามารับซื้อที่ฟาร์ม รวมทั้งขายออนไลน์ทางเพจเฟซบุ๊ก @banpongfishfarm และเว็บไซต์ http://www.banpongfishfarm.com ซึ่งรับส่งทั่วประเทศ นอกจากนี้ยังมีลูกค้าจากต่างประเทศ ไม่ว่าจะเป็น มาเลเซีย สิงคโปร์ เวียดนาม ฮ่องกง UAE หรือสหรัฐอเมริกา ซึ่งเมื่อลูกค้าจากต่างประเทศเห็นปลาของเราผ่านเฟซบุ๊กหรือเว็บไซต์ก็ติดต่อซื้อขายกัน โดยวิธีการส่งนั้นจะดำเนินการผ่านชิปปิ้ง ซึ่งก็มีทั้งซื้อปลีกน้อยตัวและซื้อส่งจำนวนมากเพื่อนำไปขายต่อ โดยการส่งออกไปต่างประเทศนั้นสามารถสร้างรายได้หลักหมื่น บางครั้งสูงถึงหลักแสนบาท โดยปัจจุบันรายได้เฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 4-5 หมื่นบาทต่อเดือน” คุณประชากล่าว

และสำหรับในการเลี้ยงนั้น คุณประชาได้อธิบายว่าต้องเริ่มต้นจากการเลือกสายพันธุ์ซึ่งเป็นที่นิยม เลี้ยงตั้งแต่เป็นลูกปลาเล็กจนอายุประมาณ 2 เดือนครึ่งถึง 3 เดือนขึ้นไป ขนาดจะอยู่ประมาณ 3 นิ้ว จึงสามารถขายได้ ต้องได้ตามขนาด วุ้น สี อาหารที่ใช้เลี้ยงคือลูกไรหรือไรแดงเป็นหลัก เสริมด้วยไข่ ซึ่งอาหารต้องเพียงพอและเหมาะสม ไม่เช่นนั้นปลาอาจไม่เจริญเติบโตได้ขนาดและสีตามต้องการ

ประชาฟาร์ม 3
เนื่องจากปลาทองเป็นปลาที่อ่อนแอและตายง่าย จึงต้องมีการดูแลอย่างพิถีพิถัน ซึ่งปัจจัยที่ส่งผลต่อการเจริญเติบโตและการตายของปลานั้น คุณประชาอธิบายว่า

“น้ำกับอากาศมีความสำคัญต่อการเจริญเติบโตของปลา วันที่ฟ้าครึ้มต้องเอาม่านบังแดดออก เพราะหากร่มเกินไปก็จะทำให้ปลาตัวเปื่อยได้ แดดที่พอดีจะทำให้ปลาแข็งแรง ต้องระวังเรื่องฝน เพราะน้ำฝนมีกรดหากลงบ่อแล้วหมักไปหลาย ๆ วันอาจทำให้ปลาเป็นแผล เกิดโรค มีจุดขาว ต้องตรวจสอบตลอดว่าน้ำมีกลิ่นหรือไม่ ปลาลอยหัวหรือเปล่า ซึ่งเป็นความเสี่ยงที่อาจทำให้ปลาตาย

เรื่องอาหารก็สำคัญ เวลาอากาศครึ้มหากให้อาหารเยอะปลาจะตาย ทุกอย่างต้องพอดี อาหาร น้ำ อากาศ กลางคืนอากาศน้อยก็เพิ่มออกซิเจน ช่วงที่อันตรายจะเป็นช่วงหน้าฝนและหน้าหนาว ช่วงหน้าร้อนจะไม่ค่อยมีปัญหา แต่จะมีความเสี่ยงในเรื่องการขยายพันธุ์ เพราะน้ำเชื้อของปลาตัวผู้เมื่อเจออากาศร้อนจะทำไข่ฝ่อเพาะลูกปลาไม่ได้ นอกจากนี้ยังมีเห็บปลา ต้องระมัดระวังและใส่ยาฆ่าเห็บ ล้างบ่ออย่างน้อยอาทิตย์ละหนึ่งครั้ง แต่ถ้าหน้าฝนอาจต้องล้างเพิ่มเป็นทุก 3-4 วัน”

สำหรับคำแนะนำสำหรับผู้ที่สนใจ คุณประชาแนะนำวิธีการเลี้ยงแบบคัดเกรด เพราะสะดวกในการจัดการและได้ราคาสูง
“สำหรับคนที่สนใจอยากเลี้ยง แนะนำให้เลี้ยงแบบคัดเกรด ไม่จำเป็นต้องมีบ่อเยอะ ยิ่งหากมีพื้นที่น้อยสามารถใช้อ่างไฟเบอร์หรืออ่างปูนแค่ 5-6 อ่างก็เพียงพอ เพราะปลาพ่อแม่พันธุ์แค่คู่เดียวสามารถเพาะลูกได้หลายพันตัว เลี้ยงในปริมาณที่ไม่มาก ยิ่งเลี้ยงน้อยจะยิ่งโตเร็ว ตัวไหนไม่สวยก็คัดทิ้งไป ไม่ต้องเสียดาย เพราะขายไม่ได้ราคาและจะเปลืองอาหาร คัดแต่เฉพาะตัวที่สวย ๆ ไม่ต้องรีบขาย ยิ่งขนาดใหญ่ยิ่งได้ราคาดี และที่สำคัญคือ คู่แข่งมีน้อย ในประเทศไทยมีเพียงไม่กี่เจ้าที่เลี้ยงปลาคัดเกรด แต่คนที่เลี้ยงปลาเน้นจำนวนขายแบบเหมามีเยอะมาก”

ส่วนแนวทางพัฒนาและขยายธุรกิจนั้น คุณประชาใช้วิธีสร้างเครือข่ายกระจายลูกปลาให้เกษตรกรท่านอื่นเพาะเลี้ยง แล้วซื้อกลับมา เป็นการขยายธุรกิจในลักษณะลดการจัดการและกระจายรายได้

“เนื่องจากพื้นที่ฟาร์มจำกัด ไม่สามารถขยายบ่อได้ แนวทางการพัฒนาจึงใช้วิธีกระจายปลาออกไปให้คนอื่นเลี้ยง โดยเอาพ่อพันธุ์แม่พันธุ์ปลาไปให้เลี้ยง พอเพาะออกมาเราก็คัดเลือกลูกปลาที่มีสภาพสวย ซื้อกลับมาในราคาที่เหมาะสม ส่วนปลาที่เหลือจากการคัดแล้วก็ให้คนที่เลี้ยงสามารถเอาไปขายต่อเป็นปลาเหมาได้เลย ปัจจุบันก็มีรายย่อยอยู่ประมาณ 5-6 เจ้า ซึ่งเป็นข้อดีในการสำรองปลาหากเราไม่มีปลาป้อนลูกค้า อีกทั้งยังเป็นการกระจายรายได้ให้คนในพื้นที่อีกด้วย” คุณประชากล่าวทิ้งท้าย หากสนใจสามารถติดต่อมาที่ประชาฟาร์ม 08-1948-8537, 08-9896-0106

สนใจลงทุนธุรกิจสามารถปรึกษา Bangkok Bank SME เราเป็นเพื่อนคู่คิด มิตรคู่บ้านทุกช่วงการเติบโตของธุรกิจ สายด่วน 1333

 

ฟาร์มปลาทอง

11849 Total Views 4 Views Today
แสดงความคิดเห็น