จับตา ! ทิศทางการค้าการลงทุน หลังปรับเปลี่ยนรัฐบาลใหม่เมียนมา

แบงก์กรุงเทพ บุกแม่สอดจัดสัมมนา AEC Connect Border Trade Seminar “จับตาทิศทางการค้าและการลงทุนเมียนมา ใต้เงารัฐบาลใหม่”

ธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) เล็งเห็นความสำคัญที่เกิดขึ้นภายหลังการเลือกตั้งที่มีความเป็นประชาธิปไตยมากขึ้น โดยมีประธานาธิบดีเป็นพลเรือนคนแรก นายอู ทิน จ่อ ขึ้นดำรงตำแหน่ง

นายศิริเดช เอื้องอุดมสิน รองผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) กล่าวภายในงาน AEC Connect Border Trade Seminar “จับตาทิศทางการค้าและการลงทุนเมียนมา ใต้เงารัฐบาลใหม่” ณ ห้องแม่สอดบอลรูม โรงแรมเซ็นทาราแม่สอดฮิลล์ รีสอร์ท จังหวัดตาก ว่า การเปลี่ยนแปลงหลังจากการเปิดประเทศ ทำให้เศรษฐกิจเมียนมาเติบโตขึ้นสูงมาก   โดยเฉพาะหลังจากที่พรรคเอ็นแอลดีขึ้นเป็นรัฐบาล ได้มีการสนับสนุนการเงิน ภาษี และโลจิสติกส์ เพื่อลดปัญหาการค้าใต้ดินให้เข้ากับการค้าสากล รวมถึงการไม่ถูกกีดกันทางการค้า

“สำหรับผู้ประกอบการที่มีความสนใจเข้าไปลงทุนในเมียนมา หรือมีความต้องการติดต่อค้าขายชายแดน สามารถติดต่อขอคำปรึกษากับ ธนาคารกรุงเทพ สาขาแม่สอด AEC Connect – Border Trade and Investment Service สามารถให้คำปรึกษาผ่าน VDO Conference ได้โดยตรงที่สำนักงานใหญ่ และสาขาต่างประเทศ ในกลุ่มประเทศ AEC โดยที่ยังอยู่ในประเทศไทย”

จากนั้น ดร.ธนิต โสรัตน์ อนุกรรมาธิการและเลขานุการคณะกรรมาธิการขับเคลื่อนเศรษฐกิจการเกษตร สภาขับเคลื่อนประเทศไทย (สปท.) และรองประธานสภาองค์กรนายจ้างผู้ประกอบการค้าและอุตสาหกรรมไทย กล่าวถึงผลกระทบจากนโยบายรัฐบาลเมียนมาว่า เมียนมาเป็นเมืองอัญมณีที่ยังไม่ผ่านการเจียระไน ผู้ประกอบการจำเป็นต้องมองเมียนมาให้รอบด้าน เพราะการมองด้านใดด้านหนึ่ง จะทำให้ไม่เห็นถึงโอกาสในการทำธุรกิจ ในจังหวะที่ผ่านมาภาคเศรษฐกิจชายแดนเมียนมา-ไทย ถือว่าสำคัญเป็นอันดับที่ 2 รองลงมาจากมาเลเซีย ซึ่งสำหรับสินค้าไทยถือว่าเป็นสินค้าแบรนด์เนมในสายตาชาวเมียนมา โดยสินค้าที่นิยมมากคือ เครื่องสำอาง แฟชั่น สินค้าอุปโภค และบริโภค นอกจากนี้ ในมิติด้านอื่น ๆ ยังมีเรื่องของการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจ กำลังซื้อ ค่าครองชีพ ค่าแรง ค่านิยมเรื่องการบริโภค สังคม และวัฒนธรรม

การมองหาโอกาสในเมียนมาจึงต้องมองให้หลายมิติ บางท่านยิ่งรู้จักมาก แล้วเกิดอาการกลัว ความยุ่งยากในเมียนมาจะกลายเป็นโอกาสของผู้ประกอบการไทย โดยเฉพาะกลุ่ม SME เพราะหากว่าวันหนึ่งที่เมียนมามีพร้อมทุกอย่าง ผู้ประกอบการจะต้องแข่งกับกลุ่มนักลงทุน ญี่ปุ่น เกาหลี และสิงคโปร์ ทั้งที่จุดแข็งของไทยที่สุดคือการค้าชายแดน ประเทศไทยเพียบพร้อมไปด้วยโครงสร้างพื้นฐานที่ดี อยู่ติดกับเมียนมา เป็นประตูทองคำเชื่อมโยงอุตสาหกรรมต่าง ๆ การค้าปลีก-ส่ง การท่องเที่ยว ไปสู่ใจกลางของเมียนมาอย่างเมืองย่างกุ้ง และใช้เป็น Spring Board เพื่อกระจายสินค้าไปยังรัฐอื่น ๆ ที่มีศักยภาพกว่านักลงทุนอย่างเกาหลี ญี่ปุ่น และสิงคโปร์ ที่ไม่มีความรู้ และความเข้าใจเรื่องการค้าชายแดน คนไทยจึงควรใช้โอกาสในช่วงที่เมียนมายังขาดแคลนสิ่งต่าง ๆ นี้ให้เป็นประโยชน์ต่อธุรกิจ

“ผมมองว่ากองทัพเมียนมาเมื่อถึงจุดหนึ่งขอใช้ศัพท์ว่า ‘พออำนาจ’ เขาก็อยากส่งต่อให้ลูกหลาน ซึ่งนายพลในเมียนมาอายุ 60–80 ปี เขาต้องการให้ประเทศเดินหน้าต่อไป ไม่เช่นนั้นคงไม่เกิดการเลือกตั้งขึ้นเมื่อปลายปีก่อน เศรษฐกิจเมียนมาเดินหน้าแน่นอน”

ด้านนายทศทิศ รอดประเสริฐ ผู้ช่วยผู้จัดการและผู้จัดการฝ่ายการตลาด ธนาคารกรุงเทพ สาขาย่างกุ้ง กล่าวเสริมว่า ชายแดนแม่สอดที่เชื่อมโยงไปยังเมียนมา เปรียบเสมือนประตูไปการค้าโลก หรือระเบียงเศรษฐกิจเส้นทางสายไหม ซึ่งที่ผ่านมาไทย จีน และเวียดนามใช้เวลา 20 ปี ในการพัฒนาประเทศและเศรษฐกิจให้เข้าสู่ 3.0 เป็นประเทศกำลังพัฒนา แต่การเติบโตอย่างก้าวกระโดของเมียนมาใช้เวลาแค่ 5 ปี เพราะเขามีประเทศอย่างไทยเป็นกรณีตัวอย่าง

เมียนมาดำเนินนโยบายโดยใช้ประชาชนเป็นที่ตั้ง อาทิ การประมูลสร้างเครือข่ายโทรคมนาคมที่บริษัทแม่ของดีเทคได้ไป เมียนมา วางแนวคิดว่าจะต้องทำให้ประชาชนเข้าถึงโทรศัพท์บ้าน และอินเทอร์เน็ตให้ได้ภายใน 5 โดยปราศจากใต้โต๊ะ บริษัทที่ยื่นรูปแบบได้ตรง โดยข้อนโยบายดังกล่าวยังผลต่อไทย เนื่องจากเมียนมาไม่สามารถผลิตเสาไฟ ปูนซีเมนต์ และเหล็ก ซึ่งทุกอย่างต้องนำเข้าจากไทย และผ่านด่านแม่สอด

“เพราะฉะนั้นอย่ากลัวในสิ่งที่เมียนมายังไม่มี เมื่อไหร่ที่เมียนมามีพร้อม เกาหลี ญี่ปุ่น และสิงคโปร์จะเข้ามา แล้วความสามารถระดับ SME ไทยสู้ไม่ได้ สิ่งที่เมียนมาขาดคือ วัสดุก่อสร้าง เหล็ก ปูนซีเมนต์ ท่อพีวีซี การ์เมน และซีฟู้ด ประเทศไทยไม่ควรรอช้า พฤติกรรมผู้บริโภคของเมียนมาให้เกียรติสินค้าจากไทย นิยมสินค้าไทย”

นายทศทิศ ยังกล่าวอีกว่า ปัญหาของผู้บริหารของบริษัทไทยคือ หลังจากเดินทางมาดูโอกาสทางธุรกิจที่เมียนมาแล้วยังเพิกเฉย ซึ่งสิ่งที่ควรทำคือหลังจากเดินทางมาดูแล้วให้ส่งทีมการตลาดมาทำวิจัย สำรวจพื้นที่จริง ดูว่าสินค้าและบริการที่ผู้ประกอบการผลิต มีแบรนด์ใดครองตลาดบ้าง จากนั้นจึงศึกษากฎหมาย ภาษี บัญชี  กฎระเบียบการนำเข้า โลจิสติกส์ และการเงินระหว่างประเทศ ซึ่งที่ผ่านมาธนาคารกรุงเทพสนับสนุนนักลงทุนมาโดยตลอด ท่านผู้ประกอบการที่สนใจ สามารถนำแผนที่วิเคราะห์ดังกล่าวแล้ว มาขอคำปรึกษาเพื่อการสนับสนุนด้านการเงิน

“การโอนเงินจดทะเบียน หรือเงินปันผลต่าง ๆ ทางธนาคารกรุงเทพสามารถช่วยให้คำแนะนำสนับสนุนผู้ประกอบการ อย่างเช่น ค่าเงินจ๊าต (MMK) เป็นค่าเงินที่มีความผันผวนรุนแรง ผู้ประกอบการควรแลกและเก็บไว้เป็นดอลลาร์สหรัฐ  (USD) ซึ่งทางธนาคารกรุงเทพสามารถช่วยเหลือผู้ประกอบการได้ นอกจากนี้ ธนาคารกรุงเทพยังมีจุดบริการ AEC Connect ให้บริการด้านการเงินในเขตจังหวัดชายแดน  พร้อมสนับสนุนการค้าและการลงทุนในภูมิภาคอาเซียน”

ในช่วงท้าย ธนาคารกรุงเทพ ยังตอกย้ำถึงความพร้อมในการให้บริการกับนักลงทุนด้วยการ VDO Conference สายตรงจากเมืองย่างกุ้ง โดยนายคเนศร์ บูรณสิน ผู้จัดการธนาคารกรุงเทพ สาขาย่างกุ้ง ประจำเมียนมา ได้มาให้คำปรึกษาแก่ผู้ประกอบการ และย้ำถึงความพร้อมเป็นที่ปรึกษาด้านการค้าและการลงทุน รวมถึงบริการสินเชื่อธุรกิจ แม้ว่าผู้ประกอบการจะอยู่ในประเทศไทย แต่หากมีความต้องการลงทุน ท่านก็สามารถติดต่อสำนักงานใหญ่ หรือสาขาแม่สอด เพื่อขอคำปรึกษาโดยตรงจากผู้จัดการธนาคารสาขาต่างประเทศในกลุ่ม AEC ในรูปแบบ VDO Conference

ธนาคารกรุงเทพ ใส่ใจให้บริการนักลงทุนในย่านอาเซียนด้วยบริการเพื่อนคู่คิด มิตรคู่บ้าน เรามีสาขาของธนาคารอยู่ในย่านอาเซียน 9 สาขาใน 10 ประเทศเพื่อให้บริการท่าน สนใจติดต่อได้ที่ศูนย์ AEC Connect ชั้น 2 สำนักธุรกิจ ธนาคารกรุงเทพ สำนักงานใหญ่ อีเมล : AECconnect@bbl.co.th สายด่วน 1333

419 Total Views 3 Views Today
แสดงความคิดเห็น