ก.อุตฯ ปั้นดีไซเนอร์เลือดใหม่แจ้งเกิดเวทีโลก

ก.อุตสาหกรรม เผยยุทธศาสตร์ปลุกชีพอุตสาหกรรมแฟชั่นไทยกลับมายืนแถวหน้าโลก ประกาศขึ้นแท่นเบอร์หนึ่งอาเซียนในปีหน้า ชูแผนพัฒนาครบวงจรตั้งแต่วัตถุดิบ คุณภาพ และดีไซน์ เชื่อมการผลิตและนักออกแบบให้ตอบโจทย์ตลาด พร้อมปั้นดีไซเนอร์รุ่นใหม่มากศักยภาพ พาลุยสนามจริงในงาน CENTRE STAGE ปูทางสู่ผู้ประกอบการตัวจริง

นายประสงค์ นิลบรรจง รองอธิบดีกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม ในฐานะรักษาการผู้อำนวยการสถาบันพัฒนาอุตสาหกรรมสิ่งทอ เปิดเผยว่า ภาครัฐตระหนักว่าอุตสาหกรรมสิ่งทอของประเทศไทยยังมีศักยภาพ และยังเป็นหนึ่งในอุตสาหกรรมเป้าหมาย และมีมูลค่าสูงมาก โดยยอดส่งออกไปทั่วโลกกว่า 7 แสนล้านบาทต่อปี รวมถึง เชื่อมโยงกับธุรกิจและอุตสาหกรรมต่อเนื่องอีกมากมาย เช่น การท่องเที่ยว เป็นต้น ดังนั้น เมื่อ 3 ปีที่แล้ว รัฐบาลโดยกระทรวงอุตสาหกรรมเริ่มฟื้นฟูอุตสาหกรรมแฟชั่นไทยให้กลับมายืนอยู่แนวหน้าของโลกอีกครั้ง ผ่านการดำเนินโครงการต่างๆ ตั้งแต่ต้นน้ำ กลางน้ำ และปลายน้ำ จนปีนี้ (2559) การจัดอันดับเมืองแห่งแฟชั่น ไทยได้กลับขึ้นมาอยู่อันดับที่ 24 ของโลกแล้ว รวมถึงกำลังมีแนวคิดอยากจะนำชื่อโครงการ “กรุงเทพฯ เมืองแฟชั่น” กลับมาใช้อีกครั้ง เพราะเป็น “แบรนด์” ที่ทั่วโลกจดจำได้ดี

รักษาการผู้อำนวยการสถาบันฯ เผยต่อว่า อุตสาหกรรมสิ่งทอไทย ควรจะเน้นสู่การสร้างนวัตกรรมสิ่งทอและสร้างแบรนด์ โดยทางสถาบันฯ ส่งเสริมการสร้างนวัตกรรมจากวัตถุดิบสิ่งทอที่มีคุณสมบัติพิเศษ และสิ่งทอเทคนิค รวมถึงสร้างนักออกแบบรุ่นใหม่ และที่สำคัญ ให้เกิดการเชื่อมโยงกันของทั้งสองกลุ่ม โดยวัตถุดิบที่ผลิตขึ้นต้องสามารถนำไปใช้ผลิตได้จริงและมีปริมาณมากเพียงพอ ในขณะเดียวกัน การออกแบบต้องสอดคล้องกับวัตถุดิบ ตัดเย็บได้จริง เหมาะกับตลาด และใช้งานในชีวิตจริงได้ด้วย

ทั้งนี้ รัฐบาลโดยกระทรวงอุตสาหกรรมฯ ตั้งเป้าว่า ในปี 2560 ประเทศไทยจะต้องเป็นศูนย์กลางแฟชั่นอันดับหนึ่งในภูมิภาคอาเซียน ทั้งด้านสิ่งทอ เครื่องหนัง และอัญมณี เนื่องจากประเทศไทยมีความพร้อมทุกด้านไม่ว่าจะเป็นทรัพยากร วัตถุดิบ บุคลากร และความรู้ เป็นต้น

นายประสงค์เผยด้วยว่า ในส่วนการสร้างนักออกแบบรุ่นใหม่ เพื่อเข้าสู่อุตสาหกรรมแฟชั่นในโลกยุคใหม่ และสอดคล้องกับยุทธศาสตร์ประเทศไทย 4.0 ของรัฐบาลนั้น ทางสถาบันฯ ได้จัดโครงการต่างๆ หนึ่งในนั้น คือ การประกวด Creative Textiles Award 2016 (CTA 2016) หรือการประกวดออกแบบผลิตภัณฑ์เชิงสร้างสรรค์ โดยความพิเศษในเวทีประกวดดังกล่าวนั้นคือจะเป็นการสร้างนักออกแบบรุ่นใหม่ที่ไม่เพียงออกแบบเก่งเท่านั้น แต่ยังต้องเข้าใจตลาด และปลุกปั้นจนออกมาเป็นผู้ประกอบการได้จริงได้

นอกจากนั้น ทางสถาบันฯ มีแผนจะสร้างนักออกแบบใหม่อย่างต่อเนื่อง ผ่านการสร้างเครือข่าย หน่วยงานร่วม ตลอดจนสถาบันการศึกษา โดยปีนี้ (2559) ได้ลงพื้นที่ 4 ภาค เฟ้นหาคนรุ่นใหม่กว่า 1,000 ราย มาปั้นนักออกแบบ และตั้งเป้าว่าจะก้าวไปสู่ธุรกิจแฟชั่นได้จริงกว่า 50 ราย

309 Total Views 2 Views Today
แสดงความคิดเห็น