ช่วยให้การใช้จ่ายบัตรเครดิตเป็นไปอย่างสบายใจ มีบัตรกี่ใบก็คำนวณได้ด้วย Piggipo

ปัญหาหนึ่งของคนไทยวัยทำงานที่ทุกคนมองข้ามไปก็คือ “หนี้บัตรเครดิต” เดือนนี้ใช้ไม่พอก็รูด ถึงคราวเงินเดือนออกก็ต้องเอามาโปะค่าบัตรที่รูดไป และเมื่อถึงเวลาที่รูดไปเยอะ ๆ เงินเดือนโปะไม่พอ ก็ต้องยืมจากบัตรอื่นมาโปะต่อ ซึ่งวิธีแบบนี้มีแต่จะยิ่งสร้างภาระหนี้ให้เพิ่มขึ้นไปเรื่อย ๆ ไม่มีวันจบสิ้น แล้วจะทำยังไงให้คนที่อยู่ในวังวนนี้หลุดออกมาได้สักที Startup ที่เราจะพาไปรู้จักในวันนี้มีคำตอบ

คุณสุพิชญา สูรพันธุ์ กั๊ก CEO และ Co-Founder ของบริษัท เนเวอร์ซิทอัพ ที่พัฒนาแอปพลิเคชัน Piggipo ซึ่งเป็น Startup ที่เข้ามาช่วยบริหารจัดการการใช้จ่ายบัตรเครดิตเล่าถึงที่มาที่ไปของแอปพลิเคชันตัวนี้ว่า “เราสร้างแอปพลิเคชันนี้ขึ้นมาเพราะเราพบกับความต้องการของผู้คนที่มีบัตรเครดิต การที่เค้ามีบัตรเครดิตหลาย ๆ ใบ ทำให้เค้าจัดการยาก และเพราะเป็นการใช้จ่ายเงินในอนาคต ถ้าหากบริหารจัดการไม่ดีก็จะทำให้เป็นหนี้ จริง ๆ เกิดจากปัญหาที่เรารู้สึกว่า เราใช้บัตรเครดิตแล้วเป็นหนี้ แล้วปัญหานี้ไม่ใช่เป็นปัญหาของเราคนเดียว เราควรจะหาทางที่จะมีเครื่องมืออะไรสักอย่างที่ควบคุม  และทำให้เราใช้จ่ายอย่างไม่เป็นหนี้”

“ตอนนั้นเรามีบัตรเครดิตอยู่หลายใบ ใช้แล้วก็เริ่มเพลิน เริ่มรู้สึกว่าควบคุมไม่ได้ แล้วตัวกั๊กเองก็เป็นกลุ่มที่กลัวเป็นหนี้ เพราะมีญาติที่เป็นหนี้อยู่ด้วย ก็เลยลองมาทำเครื่องมือที่ตอบสนองความต้องการของตัวเองดูก่อน เพื่อให้เราควบคุมค่าใช้จ่ายได้ ไม่เป็นหนี้ แต่จะทำอะไรสักอย่างเราก็ต้องศึกษาผู้บริโภคว่ามีความต้องการตรงนี้อยู่จริงไหม กั๊กเลยไปสำรวจในแง่ของคนที่เป็นหนี้ว่ามีมูลค่าเท่าไหร่ มากพอที่เราจะทำธุรกิจได้มั้ย ก็พบว่าคนไทยเมื่อ 2 ปีที่แล้วมีบัตรเครดิตกว่า 9 ล้านคน เป็นหนี้ 4 ล้านคน ซึ่งเป็นตลาดที่มีศักยภาพสูง เป็นไปได้”

“เรายังได้ไปคุยกับญาติที่มีปัญหาเรื่องหนี้บัตรเครดิต ถามว่าจุดเริ่มต้นเป็นยังไง ก็พบว่าเค้าใช้จ่ายแล้วเพลิน พอปลายเดือนก็ต้องเอาเงินเดือนของเดือนหน้ามาจ่ายบัตรเครดิตเดือนนี้ เงินสดก็ไม่เหลือ ก็ต้องใช้บัตรเครดิตเพิ่มขึ้นอีก พอเข้าสู่วังวนนี้ก็จะออกมายาก ซึ่งการที่คนใช้จ่ายเพลิน  เพราะเค้าไม่รู้ว่าเค้าใช้จ่ายอะไรไปบ้าง เท่าไหร่ ไม่เห็นภาพรวม เราเลยทำแอปนี้ขึ้นมาเพื่อให้เค้าเห็นภาพรวมตรงนั้น”  นี่ก็คือจุดเริ่มต้นที่คุณกั๊กได้มองเห็นปัญหา ช่องทาง และวิธีการแก้ไข ทำให้เกิดเป็นตัว Piggipo เจ้าหมูเขียวนี้ขึ้นมา

“คนใช้แอปเราจะมี 2 กลุ่ม คือกลุ่มที่กลัวจะเป็นหนี้ อยากหาเครื่องมือช่วยควบคุมการใช้จ่าย เค้าต้องรู้ว่าตัวเองใช้จ่ายเท่าไหร่ตลอดเวลา เห็นภาพว่าเดือนนี้ใช้จ่ายเท่าไหร่ และเดือนหน้าต้องเตรียมเงินไปจ่ายบัตรเครดิตอีกเท่าไหร่”  ซึ่งตัวแอปก็จะสรุปให้เห็นภาพชัดเจนเลยว่าต้องจ่ายค่าอะไร เมื่อไหร่ วันไหน ถ้ามียอดผ่อนชำระก็จะเห็นได้เลยล่วงหน้า ทำให้สามารถวางแผนใช้จ่ายในอนาคตได้  อีกทั้งยังสามารถตั้งงบประมาณที่ต้องการใช้ในแต่ละเดือน เพื่อให้ค่าใช้จ่ายของเราไม่เกินงบและไม่เป็นหนี้ได้อีกด้วย ซึ่งในส่วนนี้เป็นจะเป็นประโยชน์มากสำหรับคนที่กลัวเป็นหนี้”

“ส่วนคนอีกกลุ่มหนึ่งก็คือ กลุ่มที่เป็นหนี้ไปแล้ว แต่อยากหลุดออกจากวงจรนั้น  เรามีการคำนวณดอกเบี้ยที่เค้าต้องจ่ายในแต่ละเดือนให้ ถ้าเดือนนี้คุณใช้ไปแสนหนึ่ง  จ่ายไปหมื่นหนึ่ง คุณจะเจอดอกเบี้ยกี่บาท จริง ๆ คุณควรจะจ่ายเท่าไหร่  ทำให้เค้าวางแผนการที่จะลดหนี้ของเค้าได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น”

การที่เป็น Fintech Startup หรือธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับการเงินโดยใช้เทคโนโลยีเข้ามาเกี่ยวข้อง  ย่อมเป็นสิ่งใหม่สำหรับคนไทยอย่างมาก เพราะด้วยความที่ไม่เข้าใจการทำงานของแอปพลิเคชัน กลัวที่จะต้องเอาเรื่องเงินไปผูกติดไว้กับคนอื่น และเพราะยังไม่เคยได้พบกับแพลตฟอร์มแบบนี้มาก่อน ทำให้ตรงจุดนี้เองที่เป็นปัญหาใหญ่สำหรับ Piggipo

“เราไม่มีชื่อเสียง เราเป็นใครก็ไม่รู้ แต่ว่าการทำแอปการเงินต้องการความน่าเชื่อถือ คนใช้งานเราหลาย ๆ คนตอนแรกก็จะกลัวว่าคืออะไร อันตรายมั้ย จะมีปัญหาอะไรมั้ย ก็เป็นหน้าที่ของเราที่จะสร้างความมั่นใจ ความเชื่อให้กับผู้ใช้งาน แรก ๆ ที่เราอยากเข้าไปคุยร่วมงานกับธนาคาร เค้าก็จะรู้สึกว่าเราเป็นเด็ก เป็นใครก็ไม่รู้ เค้าก็ไม่อยากจะร่วมงานด้วย ซึ่งวิธีแก้ของกั๊กเองก็คือ พยายามสร้างแบรนด์ สร้างความน่าเชื่อถือ การที่เข้าร่วม DTAC Accelerate ก็เป็นวิธีหนึ่งที่เราคิดว่าสร้างความน่าเชื่อถือในสายตาผู้บริโภคให้กับเรา”

จากดีกรีความเป็นแชมป์ที่เคยได้รับในงานพิทชิ่งที่ยิ่งใหญ่งานหนึ่งของประเทศไทย DTAC Accelerate ทำให้เราอดที่จะถามไม่ได้ถึงเคล็ดลับความสำเร็จที่ Piggipo ใช้ เพื่อให้ชนะใจกรรมการ ซึ่งคุณกั๊กเล่าให้ฟังว่า “เราต้องดูก่อนว่าผู้ฟังเป็นใคร ถ้าเค้าเป็นนายทุน เราต้องถามตัวเองว่านายทุนเค้าต้องการอะไร พอเรารู้ เราก็จะพูดเนื้อหาที่ตรงกับเค้า เค้าลงทุนกับเราแล้วเค้าจะได้อะไรกลับไป ถ้าเราพิทช์ให้ลูกค้าฟังเราก็จะอธิบายประโยชน์ของแอป มุมมองประโยชน์ที่ลูกค้าจะได้ เราต้องดูกรรมการก่อนว่าเราไปพิทช์ให้ใครฟัง เนื้อหาก็ต้องปรับตามนั้น ต่อมาก็คือ โฟกัสให้ถูกจุด พูดให้ถูกจุดที่เค้าต้องการ และที่สำคัญก็คือ ซ้อมให้เยอะ ๆ”

และสุดท้ายนี้ก็เป็นคำแนะนำดี ๆ จากคุณกั๊กผู้สร้างสรรค์ Piggipo แอปพลิเคชั่นดี ๆ ของคนไทย ที่มีอนาคตไกลและน่าจับตามอง ซึ่งคุณกั๊กได้ฝากถึงคนที่คิดอยากจะเข้ามาทำ Startup ไว้ว่า “ไม่อยากให้ทำเพราะคิดว่าทำงานประจำน่าเบื่อ มาเป็นเจ้าของตัวเองดีกว่า อยากทำอะไรก็ได้ ไม่อยากให้ทำเพราะตามกระแส แต่อยากให้ทำเพราะรู้สึกว่าอยากทำธุรกิจแบบนี้ ไม่ว่าจะเป็น Startup SME หรืออะไรก็ตาม ถ้าเป็นแบบนั้นแสดงว่าเค้ามีความรัก ความต้องการจริง ๆ เพราะถ้าทำงานบริษัทเราทำงาน 5 วัน เสาร์ อาทิตย์ ยังได้ไปเที่ยว แต่ทำ Startup เหมือนทุกวันคือวันทำงาน และทุกวันก็คือวันพักผ่อนไปด้วย เพราะฉะนั้นทำในสิ่งที่อยากทำและก็ชอบจริง ๆ เพราะไม่มีอะไรได้มาง่าย ๆ ไม่ใช่ว่าจะรวยเลย มันต้องฝ่าฟันไปอย่างน้อย 3 ปี 5 ปี ที่สำคัญก็คือ คิดในแง่บวกและไม่ยอมแพ้”

สนใจลงทุนธุรกิจสามารถปรึกษา Bangkok Bank SME เราเป็นเพื่อนคู่คิด มิตรคู่บ้านทุกช่วงการเติบโตของธุรกิจ สายด่วน 1333

 

Piggipo

1112 Total Views 2 Views Today
แสดงความคิดเห็น