“ต้นอ่อนบ้านหวาน” ลงทุนสบาย รายได้พอประมาณ

ต้นอ่อนผัก ออแกนิกส์ 100% ปลูกง่าย ขั้นตอนการดูแลไม่ยุ่งยาก เหมาะสำหรับกินเองหรือทำเป็นธุรกิจ เริ่มต้นลงทุนที่หลักร้อยบาท

ต้นอ่อนบ้านหวาน บริหารงานโดย ณัฐชานันท์ กุลพัฒน์จิรกุล หรือคุณหวาน เจ้าของธุรกิจผักจิ๋วปลอดสารพิษ ได้เล่าถึงที่มาและรายละเอียดการดำเนินงานของตนเองให้ฟังว่า

“อาชีพหลักเดิมคือ Wedding Planner ออแกไนซ์รับจัดงานแต่งงาน เนื่องจากตัวเองมีปัญหาเรื่องสุขภาพ เป็นมะเร็งในระยะเริ่มต้นซึ่งอยู่ในช่วงกำลังรักษาตัว และก่อนหน้านี้เป็นคนที่ชอบกินผักสดมาก แต่หลังจากป่วยหมอห้ามรับประทานเพราะอาจเจอสารพิษตกค้างที่มาจากผัก ก็เลยคิดว่าจะทำอย่างไรถึงจะสามารถรับประทานผักได้เหมือนเดิม ก็ศึกษาหาข้อมูลว่าเราจะสามารถกินผักแบบไหนได้บ้าง จึงก็ตัดสินใจปลูกเอง เพราะต้องการความมั่นใจว่าผักที่กินต้องปลอดสารเคมี เริ่มจากต้นอ่อนทานตะวัน ต้นอ่อนผักบุ้ง ต้นอ่อนหัวไชเท้า ต้นอ่อนข้าวสาลี ซึ่งหลังจากกินเองแล้วก็เริ่มแจกจ่ายให้คนรอบข้าง เพื่อนบ้าน คนที่รู้จัก จนพัฒนามาเป็นธุรกิจ โดยกลุ่มเป้าหมายของอยู่ที่คนรักสุขภาพ เพราะเป็นผักออแกนิกส์ 100% เริ่มขายมาตั้งแต่เดือนเมษายนที่ผ่านมา”

คุณหวานเตรียมความพร้อมด้วยการหาข้อมูลต่าง ๆ จากเว็บไซต์ ทั้งจากเมืองไทยและต่างประเทศ อีกทั้งเนื่องจากบ้านอยู่ที่จังหวัดลพบุรี ก็มีกลุ่มญาติและเพื่อนที่ปลูกทานตะวัน ทำให้มีแหล่งข้อมูล สามารถเข้าถึงโดยตรงได้เลยในส่วนของทานตะวัน เมื่อข้อมูลพร้อมจึงลงมือทำ

ต้นอ่อนบ้านหวาน SME

“ลงมือทำแล้วไม่ยาก แต่ละชนิดล้วนปลูกง่าย เรื่องสถานที่นั้นก็ใช้บ้านตัวเอง ซึ่งใช้พื้นที่น้อยมาก เป็นพื้นที่หน้าบ้านซึ่งเป็นสวนหย่อมเล็ก ๆ เริ่มต้นจากชั้นวางเป็นระแนง 3 ชั้น มีผ้าตาข่ายคลุม โดยปลูกเพิ่มไปเรื่อย ๆ จนปัจจุบันมีโรงเรือนขนาด 4 x 13 เมตร ซึ่งการลงทุนช่วงแรกใช้เงินแค่เพียง 5,000 บาท เป็นค่าเมล็ดพันธุ์ ถาด ดิน ผ้าตาข่าย เริ่มต้นเพียงเท่านี้ และปัจจุบันมีรายได้เฉลี่ยจากธุรกิจนี้อยู่ที่ 30,000 บาทต่อเดือน

โดยหลักที่เพาะขายตอนนี้คือ ต้นอ่อนทานตะวัน ต้นอ่อนผักบุ้ง ต้นอ่อนหัวไชเท้า ต้นอ่อนข้าวสาลี ต้นอ่อนกระเจี๊ยบ ต้นอ่อนถั่วลันเตา (โตวเหมี่ยว) นอกจากนี้ยังมีถั่วงอกปลอดสาร ซึ่งเป็นที่นิยมเพราะคนชอบกินถั่วงอก แต่ในท้องตลาดสารพิษตกค้างเยอะ เช่นสารฟอกขาว ทำให้ได้รับการตอบรับที่ดีจากลูกค้า” คุณหวานกล่าว

วัตถุประสงค์หลักของต้นอ่อนบ้านหวานคืออยากให้ลูกค้านำไปปลูกกินเองเพื่อสุขภาพ ด้วยรูปแบบการปลูกรวมถึงอุปกรณ์ต่าง ๆ นั้นเป็นแพ็กเกจขนาดเล็ก เหมาะสำหรับคนเมือง คนที่อยู่คอนโดฯ หรือบ้านเดี่ยวเล็ก ๆ สามารถปลูกได้โดยไม่ต้องใช้พื้นที่เยอะ

ส่วนในเรื่องการให้ผลทางเศรษฐกิจนั้น คุณหวานเล่าต่อว่า“ตอนนี้ในส่วนของการตลาดยังเริ่มได้ไม่เยอะ มีร้านที่หน้าบ้าน ที่ออฟฟิศ ลูกค้าหลักเป็นเพื่อนบ้าน กลุ่มเพื่อนและคนรู้จัก มีออร์เดอร์จากร้านอาหาร ไม่ว่าจะเป็นร้านข้าวต้ม ร้านสเต๊ก จะสั่งทุกอาทิตย์ แล้วแต่ว่าจะสั่งกี่กิโลฯ นอกจากนี้ยังตระเวนขายตามตลาดนัดต่าง ๆ รวมถึงงานออกบูธ ซึ่งก็ได้การตอบรับดี

ราคาของต้นอ่อนผักประเภทนี้ก็มีขึ้นลงตามฤดูกาล แต่ก็ผันผวนไม่มากนัก ราคาไม่แพง เริ่มต้นแค่เพียง 75 บาทต่อเซ็ต เหมาะสำหรับผู้ที่ปลูกไว้กินเอง และเซ็ตใหญ่ 350 บาท เป็นชุดเริ่มต้นสำหรับผู้ที่จะทำธุรกิจ ส่วนราคาปลีกที่ตัดขาย อย่างเช่นตามงานต่าง ๆ ก็จะขายเป็นกล่อง มีน้ำหนักกล่องละขีดครึ่ง ราคา 35 บาท 3 กล่อง 100 ถ้าเป็นขายกิโลกรัมก็อยู่ที่ 150-200 ขึ้นอยู่ที่ความสวยงามของตัวผักด้วย โดยราคาของทานตะวัน ผักบุ้ง โตวเหมี่ยว นั้นเท่ากัน ซึ่งราคาตรงนี้เป็นราคากลางในท้องตลาดทั่วไปอยู่แล้ว ซึ่งในกลุ่มธุรกิจเดียวกันนี้เราก็มีเครือข่ายอยู่ ทราบว่าราคาควรจะอยู่ที่เท่าไหร่ ประกอบกับต้นทุนที่มาก็ใกล้เคียงกัน ดังนั้นราคาจึงเป็นมาตรฐาน”

โดยในขั้นตอนการปลูกนั้น คุณหวานได้อธิบายวิธีการปลูกต้นอ่อนผักบุ้ง หนึ่งในสินค้าขายดี ซึ่งเป็นที่สนใจของกลุ่มลูกค้าว่า“สำหรับคนที่ต้องการปลูกนั้นขั้นตอนก็ไม่ยุ่งยาก โดยจะขอแนะนำวิธีการปลูกในส่วนของต้นอ่อนผักบุ้ง ซึ่งเริ่มจากนำเมล็ดที่ได้มาล้างน้ำให้สะอาด จากนั้นแช่น้ำไว้ 8-12 ชั่วโมง ควรแช่ตอนเช้าปลูกตอนเย็น เพราะเมล็ดจะเก็บความชื้นได้ดีกว่า จากนั้นก็นำเมล็ดที่แช่น้ำมาล้าง 3 ครั้ง เลือกเมล็ดที่เสียออก เตรียมดินในถาด โดยความสูงของดินประมาณ 2 เซนติเมตร เป็นดินเฉพาะที่เตรียมไว้ให้ในชุดปลูก ผสมไปด้วยแกลบดำ ขุยมะพร้าว ผงแร่ภูเขาไฟ ปุ๋ยมูลไส้เดือน หลังจากที่เตรียมดินแล้วเอาเมล็ดโรยลงดินให้ทั่ว ค่อนข้างถี่ แต่อย่าแน่นมาก ไม่ให้ซ้อนกัน โรยเสร็จแล้วฉีดน้ำให้ชุ่มด้วยกระบอกฉีด จากนั้นปิดหน้าดินด้วยตะแกรงเขียว ทับให้โดนเมล็ด รดน้ำเช้า-เย็น ปิดไว้ 2-3 วัน ต้นอ่อนจะสูงดันตะแกรงขึ้นมาแล้วจึงเอาออก จากนั้นรดน้ำต่อเนื่องเช้า-เย็น ครบ 10-12 วัน ตัดรับประทานได้ โดยวิธีตัดให้ใช้กรรไกรหรือคัตเตอร์ ตัดสูงจากดินประมาณ 1 ซม.”

โดยแนวทางการพัฒนาและต่อยอดธุรกิจในอนาคต รวมถึงผู้ที่สนใจตัวธุรกิจ คุณหวานกล่าวว่า “อยากทำในส่วนของกลุ่มเครือข่ายสมาชิกในเขตจังหวัดต่าง ๆ  เพราะได้การตอบรับจากต่างจังหวัดดีมาก มีคนสนใจเมล็ดพันธุ์และการออกแบบร้าน สนใจรูปแบบการตลาดและอยากทำธุรกิจแบบเดียวกับเรา และตอนนี้กำลังทำเรื่องขอมาตรฐานคุณภาพจากกระทรวงเกษตรฯ เพื่อที่จะยกระดับให้เห็นว่าแบรนด์ของเรานั้นคลีนจริง ๆ เป็นออแกนิกส์ 100% นอกจากนี้ยังมีเรื่องของแฟรนไชส์ ซึ่งกำลังอยู่ในช่วงการเตรียมความพร้อม โดยตอนนี้ยังเป็นรูปแบบตัวแทน เช่นมีร้านก๋วยเตี๋ยวหรือร้านอาหารที่นำผักของเราไปวางจำหน่ายหรือปรุงอาหาร และเนื่องจากเป็นของสดเราจึงแนะนำให้ทางร้านทำการเพาะเอง โดยรับซื้อชุดเพาะจากทางเรา ทำให้ตอนนี้แบรนด์ต้นอ่อนบ้านหวานกระจายไปตามร้านก๋วยเตี๋ยวและร้านอาหารในหลาย ๆ จังหวัด

และสำหรับคนที่สนใจ ทางเราก็ยินดี สามารถดูรายละเอียดหรือหาข้อมูลเพิ่มเติม โดย @Line : baanwhan หรือเฟซบุ๊ก : ต้นอ่อนบ้านหวาน ทางเรายินดีให้คำแนะนำ และเร็ว ๆ นี้กำลังจะเปิดในส่วนของเวิร์กช็อป ซึ่งสามารถติดตามรายละเอียดได้ทางไลน์และเฟซบุ๊ก” คุณหวานกล่าวทิ้งท้าย

สนใจลงทุนธุรกิจสามารถปรึกษา Bangkok Bank SME เราเป็นเพื่อนคู่คิด มิตรคู่บ้านทุกช่วงการเติบโตของธุรกิจ สายด่วน 1333

ต้นอ่อนบ้านหวาน SME 2

 

3222 Total Views 3 Views Today
แสดงความคิดเห็น