จับเงินปีละ 20 ล้านด้วยแตงโมสายพันธุ์ใหม่ “นุชชาฟาร์ม”

“นุชชาฟาร์ม” แหล่งผลิตแตงโมสายพันธุ์ใหม่ รสชาติอร่อย สวยงาม บิ๊กไซส์ คุณภาพดี ราคาสูง สร้างยอดขาย 20 ล้านต่อปี ขยายตลาดโกอินเตอร์

นุชชาฟาร์ม บริษัท นุชชา ไทยเมล่อน จำกัด ตั้งอยู่ที่ ต.คลองกิ่ว อ.บ้านบึง จ.ชลบุรี บริหารงานโดย คุณนงนุช แก้วสุริยา ประธานกรรมการ และประธานวิสาหกิจ เป็นแหล่งผลิตและจำหน่ายแตงโมสายพันธุ์แปลกใหม่ โดยคุณนงนุช ได้เล่าถึงที่มา และการบริหารจัดการ “นุชชาฟาร์ม” ให้ฟังว่า

“เริ่มจากการเป็นเกษตรกรปลูกแตงโม ญาติพี่น้องเพื่อนบ้านล้วนปลูกแตงโมกันทั้งหมด แต่ต้องเจอกับวิกฤติเศรษฐกิจ เพราะแตงโมในประเทศไทยสามารถปลูกได้ทุกฤดูกาล เกิดปัญหาผลผลิตล้นตลาด ราคาถูก ทำให้เกิดความท้อแท้ เพราะลงทุนเยอะขายไม่ได้ราคา ทำให้ขาดทุน จึงกลับมาคิดทบทวนว่าทำอย่างไรจึงจะมีผลผลิตแปลกใหม่ที่น่าสนใจ ซึ่งโดยส่วนตัวเป็นคนที่ชอบคิดต่าง อยากขายของคุณภาพดีที่มีราคาสูง จึงได้ศึกษาหาข้อมูล ว่าในประเทศไทยจะสามารถมีแตงโมสายพันธุ์ใหม่ ๆ ขึ้นมาได้หรือไม่”

ซึ่งคุณนงนุชศึกษาข้อมูลจุดนี้อยู่นานพอสมควร จนสุดท้ายได้มีโอกาสปรึกษากับบริษัทเมล็ดพันธุ์ เข้าไปตกลงและขอความร่วมมือ เสนอความต้องการปลูกแตงโมสายพันธุ์ใหม่ หารือกับทางบริษัทว่ามีเมล็ดพันธุ์ตัวไหนน่าสนใจบ้าง จากนั้นจึงได้เมล็ดพันธุ์ชนิดใหม่ ๆ หลายสายพันธุ์มาทดลองปลูก คัดเลือกด้วยตัวเอง เน้นพันธุ์ที่มีคุณภาพดี ให้ลูกค้าได้ลองชิม และทดลองเข้าสู่ตลาด จากนั้นก็ใช้วิธีขยายพื้นที่ปลูก โดยขอความร่วมมือจากเกษตรกรที่รู้จักและเคยร่วมงานกัน ช่วยนำแตงโมสายพันธุ์ใหม่ไปปลูกในแปลงต่าง ๆ ทั่วประเทศ จนสุดท้ายประสบความสำเร็จ ได้แตงโมคุณภาพดีมาหลากหลายสายพันธุ์

“สายพันธุ์ที่โดดเด่นของฟาร์มเราก็คือ แตงโมญาญ่า มีชื่อเสียงและได้รับการยอมรับมาก เป็นแตงโมทรงตอร์ปิโดที่อวบอ้วน สีแดงเข้ม เปลือกบาง มีกลิ่นหอม รสหวาน ซึ่งเปิดตัวไปเมื่อปีที่แล้ว และมีอีกหนึ่งสายพันธุ์เพิ่งที่เปิดตัวในปีนี้ คือ พันธุ์คิงออเรนจ์ เป็นสุดยอดนวัตกรรมใหม่ด้านการเกษตร เป็นการรวมกันของพันธุ์สีแดงและสีเหลือง กลายเป็นแตงโมสีเหลืองอำพัน โปรโมตเป็นแตงโมปรองดอง อร่อยมาก รสชาติหอมหวานคล้ายน้ำผึ้งหรือน้ำอ้อย ฉ่ำ กรอบ เปลือกบาง และที่สำคัญคือสามารถเก็บรักษาได้นาน

และสุดท้ายอีกหนึ่งพันธุ์ที่ถือว่าเป็นนวัตกรรมใหม่อีกเช่นกัน คือพันธุ์อพอลโล เป็นแตงโมใหญ่ยักษ์ เป็นแตงโมที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย มีน้ำหนัก 8-16 กิโลกรัม ทดสอบและเพาะพันธุ์ขึ้นมาได้เป็นเจ้าแรกของประเทศ ชื่ออพอลโลหมายถึงเทพแห่งสีแดง จุดเด่นคือ ปกติแล้วแตงโมขนาดยิ่งใหญ่เนื้อก็จะยิ่งหยาบ ไม่อร่อย แต่อพอลโลของเราเนื้อไม่หยาบ รูปร่างสวยงาม อวบอ้วน ผิวลายสวยงาม ผ่าออกมาเนื้อจะมีสีแดงสด กลิ่นหอม รสชาตินุ่มนวลละลายในปาก ซึ่งแตกโมทุกชนิดของเรามีขั้นตอนการปลูกที่ปลอดภัย มีมาตรฐาน QGAP จากกรมวิชาการการเกษตร มาตรฐานพืชปลอดภัย และยังได้มาตรฐาน THAIGAP จากสภาหอการค้าไทย เป็นมาตรฐานสากลโลก ลูกค้ามั่นใจได้ว่าปลอดภัย” คุณนงนุชกล่าว

แตงโมสายพันธุ์ใหม่

จากนั้นคุณนงนุช ได้อธิบายต่อถึงขั้นตอนการปลูก “สำหรับวิธีการปลูกนั้น แตงโมสายพันธุ์ใหม่ก็ใช้วิธีเดียวกับการปลูกในสายพันธุ์เดิม โดยฟาร์มของเราใช้วิธีการปลูกแบบประหยัดน้ำ คือการปลูกบนผ้ายางพลาสติก ใช้ระบบน้ำหยด ใส่สายลอดใต้ผ้ายาง ระบบการใช้ปุ๋ยเป็นแบบเคมีผสมอินทรีย์ ชีวภาพแบบผสมผสาน เป็นพืชปลอดภัย ยังมีการใช้ปุ๋ยเคมี แต่เป็นเคมีที่ไม่มีการตกค้าง สามารถย่อยสลายได้ภายใน 3-5 วัน งดใช้ปุ๋ยใช้ยาก่อนเก็บเกี่ยวผลผลิต 10-15 วัน งดการให้น้ำ 5-7 วัน ซึ่งทำให้ได้ผลผลิตที่มีคุณภาพดี โดยอายุเฉลี่ยของแตงโมจะอยู่ที่ 60-65 วัน พร้อมเก็บเกี่ยว”

ส่วนในเรื่องตลาดของผลผลิตนั้น คุณนงนุชเล่าต่อว่า “มุ่งเน้นทำการตลาดแตงโมสายพันธุ์ใหม่อย่างเต็มที่ โดยมีสโลแกนที่ว่า “นุชชาฟาร์ม ต้องแตงโมสายพันธุ์ใหม่” เราสามารถกำหนดราคาในตลาดได้เอง แตงโมเรามีราคาสูง ซึ่งขายยากพอสมควร ทำให้ต้องนำเสนอสินค้าด้วยตัวเอง เราขอพื้นที่ในห้าง แล้วขายเอง ที่ต้องขายเองเพราะทางห้างกลัวลูกค้าจะไม่รู้จัก พนักงานไม่มีความเข้าใจจึงไม่สามารถนำเสนอสินค้าได้ เราก็ใช้ทีมงานของเราที่อยู่ในฟาร์ม ซึ่งมีความเข้าใจในขั้นตอนการปลูก ทำหน้าที่พรีเซ็นต์ให้กับลูกค้าในห้าง ซึ่งได้ผลตอบรับจากลูกค้าดีมาก เพราะแตงโมสายพันธุ์ใหม่ ๆ น่าสนใจ มีให้ทดลองชิม นอกจากนี้ยังมีตลาดส่งออกต่างประเทศ โดยดำเนินการผ่านโบรกเกอร์ ผ่านโรงงานต่าง ๆ เราส่งผลผลิตสด แล้วคู่ค้าก็ส่งออกต่อไป”

และในส่วนของรายได้นั้น คุณนงนุชอธิบายว่าสำหรับแตงโมสายพันธุ์ใหม่นั้นหากตลาดติดแล้วจะมีรายได้ดีมาก เพราะสามารถกำหนดราคาได้ด้วยตัวเอง ไม่มีคู่แข่ง แต่กว่าจะมาถึงจุดนี้ได้นั้น มีการใช้งบประมาณที่สูงมากในการทดลองพันธุ์และการโปรโมตสินค้า ซึ่งงบประมาณส่วนใหญ่หมดไปกับแตงโมที่สูญเสีย ทดลองออกมาแล้วหาตลาดไม่ได้ ซึ่งจำนวนเงินที่หมดไปนั้นสูงพอสมควร ไม่สามารถบอกยอดที่แท้จริงได้ แต่ ณ เวลานี้สำหรับรายได้จากแตงโมสายพันธุ์ใหม่ดีขึ้นจากเดิมเมื่อ 5 ปีที่แล้วซึ่งอยู่ที่ 1 ล้านบาทต่อปี แต่ปัจจุบันเพิ่มมากขึ้น โดยมียอดจำหน่ายสูงถึง 20 ล้านบาทต่อปีโดยประมาณ

โดยคุณนงนุชยังได้วางแผนการพัฒนาและต่อยอดในอนาคต โดยเน้นการส่งออก แปรรูป และเปิดแฟรนไชส์แตงโม “เน้นที่ด้านการส่งออก เพราะปัจจุบันตลาดในประเทศตามห้างสรรพสินค้าถูกกดราคา เกษตรกรแทบจะอยู่ไม่ได้ เราก็เลยมองถึงช่องทางตลาดต่างประเทศซึ่งตอนนี้สดใสมาก เนื่องจากในปีนี้เราได้รับโอกาสจากกรมส่งเสริมการส่งออก ได้ไปออกงานไทยเฟ็กซ์ เจอลูกค้าต่างประเทศมากมาย ติดต่อและสนใจแตงโมของเรา จึงมีโอกาสดำเนินการส่งออกด้วยตัวเอง ซึ่งตอนนี้ก็ในขั้นตอนการเริ่มต้น ประเทศแรกที่ส่งไปคือ รัสเซีย และกำลังศึกษาวางแผนเพื่อที่จะส่งต่อไปอีกในหลาย ๆ ประเทศ นอกจากนี้ยังมีการแปรรูปแตงโม  เป็น หยีแตงโม แตงโมหยี 3 รส น้ำแตงโมแท้ 100 % และแตงโมแผ่น ซึ่งเป็นผลงานวิจัยร่วมกันระหว่างนุชชาฟาร์มและมหาวิทยาลัยบูรพา และล่าสุดมีโครงใหม่คือ แฟรนไชส์แตงโมนุชชาฟาร์ม ใครที่สนใจสามารถพูดคุยทำธุรกิจร่วมกันในรูปแบบของแฟรนไชส์ได้ ไม่ต้องปลูก สามารถรับแตงโมของเราในแบรนด์นุชชาฟาร์มไปจำหน่ายเองได้เลย ซึ่งแบรนด์ของเรารับประกันคุณภาพ “สาวเก่ง เจ้าของนุชชาฟาร์มกล่าว”

และสุดท้ายสำหรับคนที่สนใจ คุณนงนุชได้ให้คำแนะนำว่า“ควรเข้ามาศึกษาก่อน เริ่มจากเป็นสมาชิกกับเราเพื่อรับข่าวสารข้อมูล และที่สำคัญอย่างแรกคือ เกษตรกรยุคใหม่ต้องศึกษาตลาดก่อน การตลาดต้องนำการผลิต ต้องมองให้ออกว่าตลาดของเราเหมาะกับผลผลิตแบบไหน ต้องตอบสนองความต้องการของตลาดให้ได้ หลังจากศึกษาตลาดแล้วต้องมาเลือกพื้นที่ปลูก ประเมินความเสี่ยงของพื้นที่ ดิน น้ำ สภาพแวดล้อม ว่าเหมาะสมหรือไม่ ถ้าไม่เหมาะห้ามปลูก ไม่ควรเสี่ยง เพราะการลงทุนค่อนข้างสูง จากนั้นก็ศึกษาสายพันธุ์และวิธีการปลูก ซึ่งทั้งหมดนี้สามารถเข้ามาขอคำแนะนำและอบรมกับทางนุชชาฟาร์มของเราได้ ยินดีให้คำแนะนำสำหรับผู้ที่สนใจทุกท่าน” นุชชาฟาร์ม 09-8982-3444 /www.nuchchathaimelon.com

สนใจลงทุนธุรกิจสามารถปรึกษา Bangkok Bank SME เราเป็นเพื่อนคู่คิด มิตรคู่บ้านทุกช่วงการเติบโตของธุรกิจ สายด่วน 1333

 

แตงโมสายุ์ใหม่ sme

1602 Total Views 1 Views Today
แสดงความคิดเห็น