Now You See Me 2

หลังจากที่ Now You See Me ภาคแรก The Four Horseman ได้แสดงฝีมือมายากลจนชื่อเสียงเลื่องลือและเป็นที่รู้จักกันไปแล้ว ในภาค 2 นี้พวกเขาได้กลับมารวมตัวกันอีกครั้งด้วยภารกิจใหม่

ในภาคนี้ผู้แสดงเป็น The Four Horseman หรือ 4 จตุรอาชา ยังคงเป็น Jesse Eisenberg จากเรื่อง The Social Network ซึ่งแสดงเป็น Daniel Atlas, Woody Harrelson จาก Zombieland แสดงเป็น Meritt Mckinney , Dave Franco จาก Bad Neighbors แสดงเป็น Jack Wilder และ Lizzy Caplan จาก Cloverfield แสดงเป็น Lula ซึ่งเป็นจตุรอาชาคนใหม่ที่มาแทน Henry Reeves นอกจาก Lizzy Caplan ที่เป็นคนใหม่แล้ว สำหรับภาคนี้ ก็ยังได้ Jon M.Chu ที่เคยกำกับ Step Up 2 และ Step Up 3D  มากำกับแทน Louis Leterrier อีกด้วย

โดยในภาคนี้ ทั้ง 4 ได้รับคำสั่งจาก Boss ใหญ่ ซึ่งแท้จริงแล้วก็คือ Dylan Rhodes เจ้าหน้าที่ FBI ที่เคยทำคดีของพวกเขานั่นเอง (รับบทโดย Mark Ruffalo จาก The Avengers) ให้มาเปิดโปง Owen Case เจ้าของธุรกิจ Software ตัวใหม่ที่สามารถขโมยข้อมูลความลับของลูกค้า แต่ปรากฏว่าพวกเขากลับถูกเปิดโปงเสียเอง และถูกจับได้ในขณะหลบหนีโดยคนของ Walter Mabry ซึ่งรับบทโดย Daniel Radcliffe หรือ Harry Potter ของพวกเรานั่นเอง

Walter Mabry นั้นต้องการที่จะได้ชิพอัจฉริยะที่สามารถควบคุมระบบคอมพิวเตอร์โลกจาก Owen Case ซึ่งเคยหักหลังเขา ทำให้ The Four Horseman ต้องกลับมาปล้นอีกครั้งหนึ่ง แต่พวกเขาจะทำอย่างไรเพื่อป้องกันหายนะที่จะเกิดขึ้นจากมือคนชั่วอย่าง Walter Mabry

ในขณะที่ Rhodes ก็นำโจทก์เก่าของ The Four Houseman อย่าง Thaddeus Bradley ที่นำแสดงโดย Morgan Freeman ผู้เชี่ยวชาญการจับผิดมายากลออกมาจากคุก เพื่อช่วยในการหาผู้ที่อยู่เบื้องหลัง แต่อาจจะกลับกลายเป็นการรอชำระแค้น The Four Horseman ก็เป็นได้

นักแสดงในเรื่องนี้ยังคงทำหน้าที่ของตัวเองได้ดี แม้กระทั่งคนใหม่ ๆ ที่เพิ่งเข้ามาเสริมทีมอย่าง Lizzy Caplan, Daniel Radcliffe และ Jay Chou ซึ่งรับบทเป็น Li เจ้าของร้านมายากลที่ออกมาเพียงไม่กี่ฉาก

สำหรับภาพยนตร์ที่มีภาค 2 นั้น ย่อมเป็นเรื่องปกติที่จะต้องถูกนำมาเปรียบเทียบกับภาคแรก เรื่องนี้ก็เช่นกัน หากพูดถึงเนื้อเรื่องก็ยังคงสูสีเข้มข้น แต่สำหรับมายากลที่เป็น Highlight ของภาพยนตร์เรื่องนี้ที่ใคร ๆ จับตามอง กลับกลายเป็นหลายคนเห็นว่าสู้ของเดิมไม่ได้ จะด้วยความคาดหวัง หรือเพราะของเดิมนั้นใช้ CG ค่อนข้างเยอะ และเป็นการแสดงใน Hall ทำให้ดูเว่อร์วังอลังการ แต่สำหรับภาคนี้จะเน้นที่การแสดงจริงของผู้แสดง และเป็นฉากทั่ว ๆ ไปในห้อง หรือในที่สาธารณะ ซึ่งถึงแม้จะสมจริง แต่ก็อาจจะทำให้อรรถรสลดลงไปได้ อย่างไรก็ตามสำหรับบางคนก็ยังเว่อร์วังอยู่ดี พูดได้คำเดียวว่าต้องลองดูค่ะ ซึ่งในความเป็นจริงแล้วภาพยนตร์เรื่องนี้ก็มีหลายฉากที่ทำเอาผู้ชมนั่งลุ้นกันตัวโก่ง และก็ยังคง Concept  เดิม “The Closer You Look , The Less You See” ยิ่งมองใกล้ ยิ่งจับผิด ยิ่งเห็นไม่ชัดนะคะ

 

288 Total Views 1 Views Today
แสดงความคิดเห็น