อัญมณีแห่งท้องทะเล

หอย เป็นสิ่งมีชีวิตเล็ก ๆ ที่ไม่ใช่แค่เพียงอาศัยอยู่ในทะเลเท่านั้น แต่ยังถูกจัดให้เป็น “อัญมณีแห่งท้องทะเล” ที่งดงามและเป็นที่หลงใหลของกลุ่มคนกลุ่มหนึ่ง ซึ่งยอมทุ่มเททั้งเงินทองและเวลาในการศึกษาหาความรู้ถึงวิวัฒนาการและความเป็นมาที่ผ่านร้อนผ่านหนาวนับล้านปีของเปลือกหอยแต่ละ Family

หอยบางชนิดผ่านการถูกล่าจากสิ่งมีชีวิตที่ใหญ่กว่าทำให้สูญพันธ์ไป เปลือกของหอยเหล่านี้ก็จะยิ่งมีมูลค่าและความสำคัญเพราะหาชมได้ยาก เช่นเดียวกับเปลือกหอยบางตัวที่เกิดมาพร้อมกับลวดลายที่งดงามแปลกตา หาผู้มาเทียบเคียงมิได้

การจะหาดูความงามจากอัญมณีแห่งท้องทะเลนี้ค่อนข้างที่จะหายาก แต่นับเป็นโชคดีของคนไทยที่มีผู้คลั่งไคล้ในความงดงาม และได้สะสมเปลือกหอยประเภทต่าง ๆ ผ่านรุ่นสู่รุ่น ก่อกำเนิดเป็นพิพิธภัณฑ์เปลือกหอยขึ้น

อัญมณีแห่งท้องทะเล 2
ในเมืองไทยนั้นนอกจากพิพิธภัณฑ์เปลือกหอยที่หาดราไวย์ จังหวัดภูเก็ตแล้ว ในกรุงเทพฯ ยังมีพิพิธภัณฑ์เปลือกหอยอีกหนึ่งแห่ง ชื่อว่าพิพิธภัณฑ์เปลือกหอยกรุงเทพ ตั้งอยู่หัวถนนสีลม ใกล้กับโรงพยาบาลเลิดสิน ซึ่งจัดตั้งโดยคุณสมหวัง ปัทมคันธิน ผู้เชี่ยวชาญด้านเปลือกหอย และเป็นผู้ชนะเลิศสุดยอดแฟนพันธุ์แท้เปลือกหอย 2 สมัยในปี 2007 และ 2008 และคุณอรพิน ศิริรัตน์ เจ้าของบริษัท Gold Swiss จำกัด ผู้ชื่นชอบและหลงใหลกับความสวยงามของ “เปลือกหอย” เช่นกัน

พิพิธภัณฑ์เปลือกหอยกรุงเทพนี้จัดแสดงเปลือกหอยสวยงามหาชมยากที่มาจากทั่วทุกมุมโลก แบ่งออกเป็น 3 ชั้น รวบรวมเปลือกหอยกว่า 624 ชนิด 10,000 ตัว  โดยมี Highlight อยู่ที่หอยหายาก อย่างเช่น หอยมือเสือยักษ์จากประเทศอินโดนีเซีย ที่มีน้ำหนักกว่า 300 กิโล และฟอสซิลแอมโมไนต์ ขุดพบที่ประเทศเยอรมนี มีอายุมากกว่า 160 ล้านปี และเปลือกหอยทากมรกตจากเกาะปาปัว ซึ่งสูญพันธุ์ไปแล้วในปัจจุบัน

ชั้นที่ 1 เป็นการจัดแสดงเปลือกหอยฝาเดี่ยวและสองฝา ซึ่งเน้นที่เปลือกหอยขนาดใหญ่และมีน้ำหนักมาก เช่น หอยมือเสือยักษ์ นอกจากนี้ยังมีหอยสังข์ทะนานมงกุฎที่มาจากออสเตรเลีย หอยเท้าช้างชนิดต่าง ๆ หอยกระต่าย รวมไปถึงเม่นทะเล

ส่วนชั้นที่ 2 เป็นเปลือกหอยสีสันสวยงามจากทั่วโลก เช่น หอยแครงหัวใจ หอยพระอาทิตย์ หอยเกลียวชั้นญี่ปุ่น หอยเชลล์จักรพรรดิ หอยเชลล์โซมาเลีย และหอยสังข์ที่มีรูปร่างหลากหลายจากประเทศต่าง ๆ รวมถึงหอยสังข์หายากที่ขดวนไปทางซ้ายที่พบเพียง 0.01% เท่านั้น และในชั้นนี้ยังมีกลุ่มหอยแต่งตัว ซึ่งมีลักษณะการสร้างและตกแต่งเปลือกเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว รวมถึงกลุ่มหมึก เช่นที่รู้จักกันในนามหอยงวงช้าง รวมไปถึงฟอสซิลแอมโมไนต์ อายุ 160  ล้านปี ก็ถูกจัดแสดงอยู่ที่ชั้นนี้เช่นกัน

อัญมณีแห่งท้องทะเล 3

ส่วนชั้นที่ 3 เป็นการแสดงเปลือกหอยน้ำลึกและหอยหายาก อย่าง หอยนมสาวปากร่อง หอยเต้าปูนที่สามารถฆ่าคนได้ หอยเบี้ยที่ใช้แทนเงินในอดีต หอยเจดีย์ รวมไปถึงหอยน้ำจืดและหอยทากที่สีสันสวยงามจนน่าแปลกใจ
สำหรับท่านที่ไม่เคยได้สัมผัสกับความงามของเปลือกหอย รับรองค่ะว่าไปพิพิธภัณฑ์นี้แล้วจะต้องทึ่งและตื่นตาตื่นใจกับอัญมณีแห่งท้องทะเลแน่นอน หาเวลาว่างไปชมความงามกันนะคะ

ข้อมูล / ภาพ
http://www.bkkseashellmuseum.co.th/

391 Total Views 4 Views Today
แสดงความคิดเห็น