อินโดฯ ดันอุตฯ สิ่งทอให้โตสุดขีด

แม้อุตฯ สิ่งทออินโดฯ ยังประสบปัญหาต้นทุนสูง นำเข้าวัตถุดิบแพง กฎหมายสิ่งทอยังไม่เข้มแข็ง แต่รัฐบาลอินโดฯ เร่งทุกฝีก้าวดันอุตฯ สิ่งทอให้โตกว่าเดิม ทั้งใน AEC และตลาดโลก

กลุ่มผู้ประกอบการสิ่งทออินโดนีเซียเรียกร้องให้รัฐบาลสร้างมาตรการทางกฎหมายให้เข้มแข็ง เพื่อให้ผู้ที่เกี่ยวข้องกับอุตสาหกรรมนี้ทั้งในและต่างประเทศเกิดความเชื่อมั่นมากกว่าเดิม  ปัจจุบันผลิตภัณฑ์สิ่งทอเป็นสินค้าที่ถูกนำเข้ามาในอินโดนีเซียอย่างต่อเนื่อง  ซึ่งเป็นผลดีที่เกิดมาจากการก้าวสู่การเป็น “ตลาดเดียว” ตามนโยบายของประเทศสมาชิก AEC ที่จะช่วยให้สินค้าและบริการจากบริษัทในกลุ่มประเทศสมาชิก AEC นี้มีการซื้อขายกันได้อย่างสะดวกคล่องตัวมากขึ้น

ผู้ประกอบการธุรกิจด้านสิ่งทอในอินโดนีเซียรายหนึ่ง เปิดเผยว่า “อินโดนีเซียนำเข้าผลิตภัณฑ์สิ่งทอจากประเทศต่าง ๆ ในกลุ่ม AEC ซึ่งได้รับการยกเว้นภาษีนำเข้า”

ปัจจุบันอุตสาหกรรมสิ่งทออินโดนีเซียประสบกับความกดดันจากภายในและภายนอกประเทศ นับตั้งแต่การเปิดตัวของ “ข้อตกลงการค้าเสรีอาเซียน-จีน (ACFTA)” ในเดือนมกราคม ปี ค.ศ.2010 ที่ผ่านมา

อินโดนีเซียนำเข้าสิ่งทอที่มีราคาถูกจากจีน แต่ในขณะเดียวกัน อุตสาหกรรมสิ่งทอภายในอินโดนีเซียก็ประสบปัญหาอยู่พอสมควร เพราะก๊าซมีราคาสูง (ก๊าซเป็นวัตถุดิบอย่างหนึ่งในอุตสาหกรรมสิ่งทอ)  ขณะที่การนำเข้าวัตถุดิบจากต่างประเทศก็มีราคาสูงเช่นกัน ซึ่งทำให้เกิดต้นทุนการผลิต (ด้านสิ่งทอ) ราคาสูงตามไปด้วย โดยเฉพาะตอนที่คิดราคาค่าเสื่อมรูเปียห์

นาย Iwan Lukmtinto ประธานกรรมการ บริษัทผู้ผลิตด้านสิ่งทอ Sri Rejeki Isman เปิดเผยว่า หลังจากการเปิดตัวของกลุ่ม AEC แล้ว การดำเนินกิจกรรมทางเศรษฐกิจของกลุ่มนี้ยังเผชิญกับความท้าทาย เพราะยังมีสินค้าสิ่งทอที่ผลิตจากประเทศที่ไม่ได้อยู่ในกลุ่ม AEC แล้วนำไปผ่านพรมแดนอินโดนีเซีย แต่ไม่ผ่านพิธีการศุลกากรของอินโดนีเซีย ก่อนจะส่งต่อไปยังประเทศที่ 3  (Transshipped) นั่นหมายถึงว่า ผู้ประกอบการธุรกิจสิ่งทอในอินโดนีเซียยังจะต้องแข่งขันกับผู้ประกอบการประเภท  Transshipped นี้ด้วย

ปัจจุบันประชากรอินโดนีเซียที่ทำงานอยู่ในอุตสาหกรรมสิ่งทอมีอยู่ราว 3 ล้านคน ดังนั้นนี่จึงเป็นอุตสาหกรรมสำคัญของแรงงานในอินโดนีเซียเลยทีเดียว

248 Total Views 1 Views Today
แสดงความคิดเห็น