นายกฯ เร่งเดินเครื่องจัดตั้ง 10 จังหวัด Smart City

ภูเก็ตนำร่อง Smart City เป็นแกนกลางพัฒนาเขตพื้นที่เศรษฐกิจ ในกลุ่มจังหวัดอันดามัน เพิ่มขีดความสามารถประเทศ

พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เปิดเผยในรายการ ‘คืนความสุขให้คนในชาติ’ ว่า “เรื่องของการจัดตั้ง 10 จังหวัด Smart City  นั้น โดยอาศัยความแตกต่างและจุดเด่นของจังหวัดที่มีความพร้อม ตัวอย่างเช่น จ.ภูเก็ต เป็นจังหวัด Smart City นำร่อง มีความพร้อมในด้านอาหาร ซึ่งได้รับการจัดอันดับเมืองอาหารดีเด่นจากองค์กรยูเนสโก (UNESCO) มีสถานที่ท่องเที่ยวที่นักท่องเที่ยวต่างชาตินิยมมาท่องเที่ยว รวมไปถึงเรื่องของการใช้เทคโนโลยีซึ่งมีมากในพื้นที่ ดังนั้น จ.ภูเก็ต จึงได้รับเลือกให้เป็น 1 ใน 2 จังหวัด Super Cluster รวมทั้ง จ.เชียงใหม่ ด้วย

ขณะที่ในพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนืออย่าง จ.ขอนแก่น ถือว่ามีศักยภาพที่จะสามารถขับเคลื่อนเป็น Smart City ได้อีกจังหวัดหนึ่ง โดยรัฐบาลจะคัดเลือกจังหวัดที่มีความพร้อมเพื่อจัดตั้งเป็นจังหวัด Smart City นำร่องให้ได้ 10 จังหวัด ก่อนที่จะขยายผลไปในจังหวัดที่เหลือทั่วประเทศ

สำหรับการจัดตั้งจังหวัด Smart City จะเป็นการเพิ่มขีดความสามารถของประเทศ โดยอาศัยการขับเคลื่อนด้วยกลไกประชารัฐ และจะให้เป็นไปตามกรอบของ Thailand 4.0 ตามนโยบายของรัฐบาล  โดยที่จะต้องมีการทำงานอย่างบูรณาการ น้อมนำแนวพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวอยู่ฯ มาปรับใช้

ในส่วนของการดำเนินการดังกล่าว จะสอดคล้องไปกับเรื่องของการดำเนินการของรัฐบาลตามนโยบายเขตพัฒนาเศรษฐกิจในรูปแบบคลัสเตอร์  ซึ่งจะมีทั้งในส่วนของคลัสเตอร์ด้านอาหาร ด้านการท่องเที่ยว ด้านอุตสาหกรรม โดยจะต้องดูศักยภาพของแต่ละจังหวัดว่าเป็นอย่างไร

ขณะเดียวกันรัฐบาลยังได้ตั้งเป้าหมายของโครงการฯ ไว้ที่การก้าวสู่การเป็น “เมืองอัจฉริยะ 7 มิติ” ได้แก่ มิติเศรษฐกิจ การท่องเที่ยว ความปลอดภัย สิ่งแวดล้อม สุขอนามัย การศึกษา และธรรมาภิบาล  โดยมีกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม เป็นเจ้าภาพหลักในการบูรณาการแผนปฏิบัติการทั้งหมด

อย่างไรก็ตาม ในส่วนของ จ.ภูเก็ต ซึ่งเป็นจังหวัดนำร่องนั้น รัฐบาลได้กำหนดให้เป็นแกนกลางในการพัฒนาพื้นที่เขตเศรษฐกิจพิเศษในกลุ่มจังหวัดอันดามัน 5 จังหวัด คือ ภูเก็ต พังงา ระนอง กระบี่ และตรัง โดยมีการเชื่อมโยงด้วย Logistic ทั้งหมด และมีเส้นทาง “อันดามัน โรแมนติก โรด” ระยะทาง 40 กิโลเมตร มีเส้นทางจักรยานอีก 30 กิโลเมตร เชื่อมโยงแหล่งท่องเที่ยว และโครงการเมือง “สปาเค็ม”  หาก 2 โครงการฯ ที่กล่าวมาสามรถทำได้ จะสามารถเพิ่มรายได้จากการท่องเที่ยว จาก 40 ล้านบาทต่อปีในปัจจุบันเป็น 2,500 ล้านบาทต่อปี

ส่วนอีกโครงการหนึ่งคือ การยกระดับเส้นทางเชื่อมโยงท่องเที่ยวอันดามันเป็น 4 ช่องทางจราจร เช่น เส้นทางสาย 4 เพชรเกษม ช่วงระนอง–ตะกั่วป่า–เขาหลัก ระยะทางประมาณ 270 กิโลเมตร และสาย 4027 อีก 13 กิโลเมตร เป็นโครงข่ายคมนาคมสายหลัก ซึ่งสามารถสนับสนุนการท่องเที่ยวที่รองรับคนที่เข้ามามากขึ้น ลดปัญหาการจราจรภายในเมือง และเป็นเส้นทางเชื่อมโยง การขนส่ง ภาคการเกษตร เชื่อมโยงอ่าวไทย–อันดามัน ซึ่งจะต้องมีการขอความเห็นชอบจากที่ประชุมคณะรัฐมนตรีต่อไป

195 Total Views 1 Views Today
แสดงความคิดเห็น