ตามให้ทัน เมื่อ Millennials ครองยุคในแคนาดา แทน Gen Y

กลุ่ม Millennials ครองแคนาดาแทน Generation Y เน้นเทคโนโลยี ไม่ติด Brand Royalty และเป็น Smart Consumer

Millennials (อายุเฉลี่ยตั้งแต่ 18–39 ปี) ซึ่งมีความทับซ้อนกับกลุ่มผู้บริโภคใน Generation Y จากข้อมูลที่ตีพิมพ์ใน Badgeville ระบุว่า ในสหรัฐฯ มีกลุ่ม Millennials มากกว่า 76 ล้านคน คิดเป็นสัดส่วนร้อยละ 27.4 ของประชากรทั้งประเทศ และเป็นไปในทิศทางเดียวกับในแคนาดา ข้อมูลจากสำนักงานส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ ประจำนครโตรอนโต และสำนักงานส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ ประจำนครแวนคูเวอร์ แคนาดา เปิดเผยว่า กลุ่มผู้บริโภค Millennials ปัจจุบันกลายเป็นกลุ่มผู้บริโภคที่ใหญ่ที่สุดในแคนาดา มีความคิดค่อนข้างจะแตกต่างจากคนรุ่นก่อนหน้า (กลุ่ม Gen X หรือ Baby Boomer) และจะไม่ยึดติดกับความเป็นวัตถุนิยมมากนัก

บุคลิกของคนในกลุ่ม Millennials เป็นคนที่รักเทคโนโลยี และมีความสามารถในการใช้งานเทคโนโลยีได้ดี เสพติดสังคมออนไลน์ ใช้ชีวิตโดยมีเป้าหมายชัดเจน โดยส่วนมากคิดว่าเรียนสูงเกินไป และได้งานที่ต่ำกว่าความสามารถ ทำงานในแต่ละบริษัทไม่เกิน 3 ปี ซึ่ง 71% ของกลุ่มนี้ไม่ทำตามนโยบายของบริษัท โดย Millennials 48% นิยมเชื่อการตลาดแบบกระแสลมปาก (Word of Mouth) ต่อการซื้อสินค้ามากกว่าโฆษณาทางโทรทัศน์ แต่อย่างไรก็ตาม กลุ่ม Millennials 70% มักจะกลับมาหาแบรนด์ที่ตัวเองรักเช่นกัน และยอมจ่ายการเสริมสร้างภาพลักษณ์ให้ตัวเอง นอกจากนี้ Millennials ยังเป็นกลุ่มที่เรียกว่า Smart Consumer ก่อนซื้อสินค้าจะทำการค้นคว้าข้อมูลทางอินเทอร์เน็ต ตั้งกระทู้ถาม เปรียบเทียบราคาสินค้า และเปิดกว้างรับแบรนด์ใหม่ไม่ยึดติด Brand Loyalty อย่างที่กล่าวมาคือ Smart Consumer การตั้งราคาต้องเหมาะสมกับคุณภาพ นักการตลาดควรเน้น Brand ต้องให้ Value มากกว่า Product Benefit

สำหรับผู้ประกอบการที่ต้องการเข้าตลาดในแคนาดา อาจต้องทำการตลาดที่ตอบโจทย์ในกลุ่ม Millennials โดยเน้นให้กลุ่มเป้าหมายทางการตลาด มีส่วนร่วมในสินค้าและบริการ (Experiential Marketing) มากกว่าการทำการตลาดแบบส่งเสริมภาพลักษณ์ให้แบรนด์ อาทิ การทำผ่านสื่อสังคมออนไลน์ (Social Media) อย่าง Facebook และ Twitter

สำนักงานส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ ประจำประเทศแคนาดา ออกมาแสดงความคิดเห็นว่า ตลาด Millennials ในแคนาดาถือเป็นโอกาสใหม่สำหรับการใช้ Social Media เป็นสื่อกลางในการติดต่อ และรับทราบผลตอบรับจากผู้บริโภค ซึ่งการทำตลาดในรูปแบบเดิม ๆ นั้นส่วนใหญ่จะเป็นลักษณะ One-way Communication ที่ผู้ผลิตจะไม่ค่อยได้ทราบถึงผลตอบรับจากลูกค้า และมีค่าใช้จ่ายที่สูง อาทิ การลงโฆษณาในนิตยสาร หรือโทรทัศน์ ที่เป็นสื่อที่มีต้นทุนสูง และอาจไม่สามารถเจาะตรงกับกลุ่มเป้าหมายได้อย่างแท้จริง

ในขณะที่สื่อ อาทิ Facebook, Twitter, Instagram รวมถึง E-mail Newsletter เป็นการสร้างความสัมพันธ์ระหว่างลูกค้ากับผู้ผลิตที่เป็นลักษณะโต้ตอบ ( Interactive) และ Real Time ซึ่งผู้ผลิต/ผู้ส่งออกของไทยควรให้ความสำคัญและใช้สื่อดังกล่าวในการเจาะตลาด และสร้าง Loyalty กับลูกค้ากลุ่ม Millennials ได้ในอนาคต

Bangkok Bank SME มีบริการสินเชื่อเพื่อการส่งออกในหลายผลิตภัณฑ์เพื่อตอบสนองทั้งวงจร ท่านสามารถส่งสินค้าขายถึงปลายทางด้วยบริการแบบเพื่อนคู่คิด มิตรคู่บ้านทุกช่วงการเติบโตของธุรกิจ สายด่วน 1333

 

674 Total Views 1 Views Today
แสดงความคิดเห็น