“SME Clinic” ตอน AEC กับการเป็น HUB อาหารฮาลาลโลก

ฮาลาล ไม่ใช่แค่อาหาร พา SME ไทยเข้าใจฮาลาลก่อนการเป็นศูนย์กลางแห่งอาเซียน

อาเซียนเป็นอีกหนึ่งในภูมิภาคที่มีประชากรชาวมุสลิมอาศัยอยู่เป็นจำนวนมาก ทำให้ตัวเลขการบริโภคต่าง ๆ ของกลุ่มชาวมุสลิมมีการขยายตัวขึ้นสูง สอดคล้องกับภาคอุตสาหกรรมอาหารของไทย ที่จัดอยู่ในภาคอุตสาหกรรมที่แข็งแกร่ง โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับการที่รัฐบาลเริ่มผลักดันนโยบายครัวไทยสู่ครัวโลก ฉะนั้นการที่ไทยจะเข้าสู่อุตสาหกรรมฮาลาลได้ ก็คงไม่ไกลเกินฝัน

สำหรับอุตสาหกรรมฮาลาลไม่ได้ถูกจัดอยู่แค่อุตสาหกรรมอาหารเท่านั้น คุณรุ่งโรจน์ ซาลลี ผู้เชี่ยวชาญด้านฮาลาล และกรรมการผู้จัดการ บจก.ยูโรสแกน / บจก.ฮิดายะคอนโดเทล อธิบายถึงคำว่า ฮาลาล เป็นภาษาอาหรับมาจากคำบัญชาของพระอัลลอฮ์

คำว่า ฮาลาล จึงแปลว่า อนุมัติการอุปโภคและบริโภค ต้องเป็นสิ่งที่ถูกอนุมัติจากพระอัลลอฮ์ ซึ่งคำเต็มคือ ฮาลาล ตอยยีบัน หมายถึงอนุมัติและต้องเป็นสิ่งที่ดี

“สิ่งที่เป็นฮาลาล อย่างแรกคือสิ่งที่เข้าไปในร่างกายต้องเป็นฮาลาล  มันจะออกมาเป็นเลือดเป็นเนื้อ  เราสิ่งที่กินเข้าไปต้องดี สอง-สิ่งที่พูดออกมาต้องเป็นฮาลาล เพราะฉะนั้นคำพูดที่พูดออกไปต้องเป็นฮาลาล เป็นคำพูดที่พระเจ้าต้องอนุมัติ เช่นเดียวกับเวลาเราขอพรพระเจ้า คำพูดที่เป็นฮาลาลพระเจ้าถึงตอบรับ หากคำพูดที่ไม่ฮาลาล การขอพรที่ไม่เป็นฮาลาล พระเจ้าจะไม่ตอบรับไม่ให้พร เพราะเราฝ่าฝืน” คุณรุ่งโรจน์ กล่าว

การดำเนินชีวิตแบบฮาลาลของชาวมุสลิมในศาสนาอิสลาม จึงมีการใช้ชีวิต Better Living หรือ Healthy Living อย่างมาก ใน 1 วันต้องมีการละหมาด 5 เวลา การกินอาหารหลายคนกินเพื่อให้ร่างกายอิ่มท้อง แต่ไม่คิดถึงอาหารสมอง อาหารที่เติมเต็มจิตวิญญาณข้างใน การดำรงอยู่แบบ ฮาลาล ตอยยีบัน ของชาวมุสลิม จึงไม่ใช่แค่อาหารอิ่มท้อง แต่ต้องเติมเต็มจิตวิญญาณ การไม่ละเมิดสิทธิผู้อื่น การกระทำในสิ่งไม่ได้ การดูไม่ดูแลพ่อแม่ ล้วนเป็นสิ่งที่ไม่ฮาลาลทั้งสิ้น

ดร.สุกิต เอื้อมหเจริญ เลขาธิการหอการค้าอินโดนีเซีย-ไทย อธิบายเพิ่มเติมว่า จาก 3 ปีที่ผ่านมา  โดยส่วนตัวได้มีโอกาสทำงานที่อินโดนีเซีย บรรดานักธุรกิจที่ทำงานเดินทางไปมาระหว่างอินโดนีเซีย-ไทย พบว่า ชาวอินโดนีเซียชอบชาวไทย โดยเฉพาะอย่างยิ่งชื่นชอบอาหารไทยมาก แม้ว่าตนจะเป็นคนพุทธ แต่การที่เข้าไปทำงานร่วมกับชาวมุสลิม ทำให้มีความเข้าใจกันและกันมากขึ้น กระบวนการพูดคุยต่าง ๆ ไม่มีการนำเอาศาสนาเข้ามาเป็นแกนระหว่างการพูดคุย แต่เป็นการนำสิ่งที่ดีทั้งสองฝ่ายมาร่วมกันว่าจะดำเนินธุรกิจไปได้อย่างไร

”การที่จะก้าวเข้าสู่ฮาลาลระดับโลก เมื่อมองดูที่ประชากรของอินโดนีเซียมี 200 กว่าล้านคน อยู่อันดับที่ 4 ของโลกที่มีประชากรมากที่สุด ถ้าทั้งไทยและอินโดนีเซียมีความรู้สึกที่ดีต่อกันแบบนี้เรื่อย ๆ จะเสริมสร้างโอกาสได้อย่างมาก” ดร.สุกิต กล่าว

การดำเนินชีวิตแบบฮาลาล หรือการประกอบอาหารฮาลาลยังเปรียบเสมือนกุศโลบาย เนื่องจากจะได้อาหารที่ปลอดภัย  ไม่มีสารพิษสู่ร่างกาย แม้กระทั่งที่อยู่อาศัยแบบฮาลาล ก็ต้องเป็นบ้านที่อยู่แล้วมีความสุข เตียงนอนต้องมีความสะอาดทุกอย่างมีกรรมวิธีขั้นตอนทั้งหมด เพื่อให้เป็นฮาลาลที่ดีต่อการใช้ชีวิตชาวมุสลิม และถูกต้องตามคำอนุมัติจากพระเจ้าในศาสนาอิสลาม

การปฏิบัติตามฮาลาลของพระเจ้า จึงล้วนเป็นสิ่งที่ดี ซึ่งในอดีตเมื่อพันกว่าปีก่อน หากจะมีการพยายามหาคำตอบของการดำเนินชีวิตแบบฮาลาลของพระเจ้าว่าดีอย่างไร  อาจไม่มีทางหาคำตอบได้ แต่ชาวมุสลิมก็พร้อมที่ทำตาม เพราะความเชื่อว่าสิ่งที่พระเจ้าอนุมัติล้วนเป็นสิ่งที่ดีและต้องทำตาม จนเมื่อมาถึงวันหนึ่งที่วิทยาการเข้าถึง และทำให้ได้ทราบคำตอบว่า  การดำเนินชีวิตแบบฮาลาลว่าเป็นรูปแบบที่ดีต่อร่างกายทั้งหมด

ก่อนที่จะทำธุรกิจ  ผู้ประกอบการต้องเข้าใจฮาลาลก่อนเป็นพื้นฐานที่สำคัญ  เมื่อผู้ประกอบการมีความต้องการผลิตสินค้าที่เป็นฮาลาล แค่ส่วนประกอบฮาลาลอย่างเดียวไม่พอ เมื่อหลังจากได้วัตถุดิบที่เป็นฮาลาลแล้ว กระบวนการผลิตที่เป็นฮาลาล จึงเข้ามามีบทบาท อาทิ อาหารทะเลอย่างปลาแซลมอนที่วันนี้ต้องฉีดสีให้เป็นสีส้ม ทำให้จัดว่าว่าไม่ฮาลาล  นอกจากนี้ ยังเกี่ยวข้องกับบรรจุภัณฑ์อีกที่ต้องฮาลาล อาทิ ไม่มีสารเคมีที่ทำให้ตกค้างในอาหารที่บรรจุ อีกทั้ง กระบวนการโลจิสติกส์ ที่อาจมีการขนส่งร่วมกันของสิ่งที่เป็นฮาลาลและไม่เป็นฮาลาล ก็ทำให้สินค้าฮาลาลแปดเปื้อน

“ผมคิดว่าฮาลาลเป็นมาตรฐานตัวใหม่ที่น่าสนใจ เหมือนอย่าง ISO ที่ทุกคนต้องทำตาม แล้วจะส่งผลดีต่อกระบวนการผลิต และสินค้าให้มีมาตรฐาน ฮาลาลจึงเป็นหนึ่งกระแสของมาตรฐานแบบใหม่ที่นักธุรกิจต้องมีให้กับสินค้า กลุ่มลูกค้าบางส่วนดูสินค้าฉลากที่ ISO  อย. แต่ถ้าชาวมุสลิมเขาดูฉลากว่ามีฮาลาลไหม ถ้าไม่มีก็จบ เขาไม่ดู อย. มาตรฐานอื่น” ดร.สุกิต กล่าว

475 Total Views 1 Views Today
แสดงความคิดเห็น