2 โอกาสทองกลุ่มธุรกิจไทย จากวิกฤตภาคเกษตรในกัมพูชา

โอกาสสำคัญส่งออกสินค้าเกษตรไทย หลังจากที่ภาคเกษตรกัมพูชาส่อแวววุ่น ภัยแล้ง ต้นทุนสูง แรงงานย้ายเข้าสู่ภาคอุตสาหกรรม

อย่างที่ทราบดีว่า ที่ดินในกัมพูชามีราคาสูงอย่างมาก และยังมีแนวโน้มพุ่งสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง จนทำให้ที่ผ่านมามีเกษตรกรในหลายเมืองของกัมพูชาเลือกที่จะขายที่ดินให้กับนายทุนที่ต้องการสร้างโรงงานอุตสาหกรรม จนแนวโน้มการผลิตในภาคเกษตรของกัมพูชาอาจลดลงในอนาคต

ปี 2558 ที่ผ่านมา ที่ดินสายเศรษฐกิจที่เชื่อมต่อกับประเทศเพื่อนบ้านมีราคาเพิ่มขึ้นร้อยละ 20–30 จากการที่มีกลุ่มนักลงทุนต้องการที่ดินเพื่อสร้างโรงงานอุตสาหกรรม โรงงาน ร้านค้า และโรงแรม เพื่อรองรับกิจกรรมทางเศรษฐกิจที่จะเกิดขึ้นในอนาคต

สำหรับชาวนาที่เลือกขายที่ดิน จากความยากจนในบางรายไม่มีวัวและควายซึ่งเป็นสัตว์ในการทำการเกษตร ต้องเช่ารถแทรกเตอร์เพื่อใช้ในการทำนา จนทำให้มีต้นทุนเพิ่มขึ้น รวมถึงหนี้สิน อีกทั้งยังพบปัญหาภัยแล้งจนทำให้ผลผลิตตกต่ำไม่คุ้มกับการลงทุน ในขณะที่ราคาที่ดินกลับสูงขึ้นและกลายเป็นที่สนใจของเหล่านักลงทุนต่างชาติ จากในอดีตราคาอยู่ที่ 10–20 ดอลลาร์ต่อตารางเมตร จนในปัจจุบันราคาเพิ่มกว่า 30 ดอลลาร์ต่อตารางเมตร

นอกจากนี้ สาเหตุที่เกษตรกรยอมขายที่ดินให้กับกลุ่มทุนต่างชาติ เพราะมีภาระหนี้สิน และต้องการหันไปประกอบอาชีพอื่นแทน อีกทั้งโรงงานอุตสาหกรรมมีจำนวนเพิ่มมากขึ้น คนรุ่นใหม่ส่วนใหญ่จึงนิยมทำงานในโรงงานอุตสาหกรรมมากกว่า เนื่องจากได้ค่าตอบแทนที่มากกว่าและได้อย่างสม่ำเสมอกว่าการทำการเกษตร

การจ้างงานในส่วนของภาคเกษตรที่กัมพูชามีจำนวนลดลงร้อยละ 51 ในปี 2012 และลดลงไปอีกร้อยละ 48.7 ในปี 2013 ขณะที่การจ้างงานในภาคอุตสาหกรรมมีจำนวนเพิ่มขึ้นร้อยละ 18.6 เป็นร้อยละ 19.9 ในช่วงเวลาเดียวกัน ซึ่งสาเหตุที่ทำให้การจ้างงานในภาคอุตสาหกรรมพุ่งขึ้นมาจากที่ดินมีราคาสูง ประกอบกับการทำนามีต้นทุนมากกว่าประเทศเพื่อนบ้าน และการทำงานในโรงงานอุตสาหกรรมมีรายได้ที่แน่นอนกว่า จนทำให้ชาวนาหลายรายยอมขายที่ดิน อีกทั้งยังมีการคาดการณ์ว่าในอีก 10 ปีข้างหน้า แรงงานในภาคเกษตรกรรมในกัมพูชาร้อยละ 40 จะย้ายเข้าสู่แรงงานภาคอุตสาหกรรมมากขึ้น

แหล่งข่าวจากกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ ประจำกรุงพนมเปญ ประเทศกัมพูชา แสดงความคิดเห็นว่า กัมพูชาถือว่าเป็นประเทศเกษตรกรรม ซึ่งประชาชนส่วนใหญ่ในประเทศมีอาชีพทำนาและไร่เป็นหลัก แต่จากสถานการณ์ที่ผ่านมา ทำให้ภาคเกษตรประสบปัญหามากมาย อาทิ ภัยพิบัติ ภัยแล้ง ผลลิตตกต่ำ ต้นทุนปุ๋ย ยาฆ่าแมลงมีราคาสูง ผลเรือนเป็นหนี้ รวมทั้งการสนับสนุนในการเข้าเป็นอาเซียนจากการลงทุนในภาคอุตสาหกรรมของรัฐบาลกัมพูชา เพื่อดึงดูดกลุ่มทุนต่างชาติ จนทำให้ที่ดินมีราคาสูง และการเคลื่อนย้ายแรงงานไปสู่ภาคอุตสาหกรรมมีแนวโน้มขยายตัวมากขึ้น

สำหรับโอกาสของผู้ประกอบการไทย หากมองจากการที่ภาคเกษตรของกัมพูชามีแนวโน้มกำลังผลิตลดลงต่อเนื่อง กัมพูชาจะพึ่งพาการนำเข้ามากขึ้นในหมวดของเกษตร ซึ่งจะกลายเป็นประโยชน์สำหรับผู้ประกอบการที่ต้องการส่งออกสินค้าภาคเกษตรไปยังกัมพูชา รวมถึงการเพิ่มขึ้นของจำนวนแรงงานในภาคอุตสาหกรรมในกัมพูชา ที่กลายเป็นความพร้อมในทรัพยากรที่มีค่าแรงต่ำ ซึ่งผู้ประกอบการไทยอาจคว้าโอกาสนี้เข้ามาลงทุนในกัมพูชาได้

ธนาคารกรุงเทพ ใส่ใจให้บริการนักลงทุนในย่านอาเซียน ด้วยบริการเพื่อนคู่คิด มิตรคู่บ้าน เรามีสาขาของธนาคารอยู่ในย่านอาเซียน 9 สาขาใน 10 ประเทศเพื่อให้บริการท่าน สนใจติดต่อได้ที่ศูนย์ AEC Connect ชั้น 2 สำนักธุรกิจ ธนาคารกรุงเทพ สำนักงานใหญ่ อีเมล : AECconnect@bbl.co.th สายด่วน 1333

 

sme-go-inter_v2

909 Total Views 1 Views Today
แสดงความคิดเห็น