รู้ทันก่อนโดนหลอกจากมิจฉาชีพต่างแดน

ดาบสองคม E–Commerce สะดวกใช้จ่ายง่าย เสี่ยงถูกหลอก SME ควรตรวจสอบให้แน่ชัด ก่อนทำธุรกรรมการเงิน

พาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ (E–Commerce) กำลังอยู่ในจุดที่โดดเด่นอย่างมากในหลายประเทศทั่วโลก หรือแม้กระทั่งในประเทศที่กำลังพัฒนาอย่างในโซนอาเซียน ก็มีการใช้จ่ายซื้อของทำธุรกรรมทางการเงินผ่านระบบพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ แต่อย่างไรก็ตาม ความปลอดภัยก็ยังถูกตั้งคำถาม เนื่องจากมีการหลอกให้โอนเงินผ่านการทำธุรกรรมทางการเงินและบัตรเครดิต อย่างเช่นในสหราชอาณาจักร พบว่า มีผู้หลอกลวงเงินจากมิจฉาชีพจำนวน 800 รายต่อวัน ผ่านทางบริษัทส่งของ (Courier Scam) การแอบอ้างเป็นบุคคล (Identity Fraud) การลงทุน (Investment Fraud) เป็นต้น

การดำเนินธุรกรรมระหว่างประเทศ จึงต้องมีความระมัดระวังอย่างมาก เนื่องจากผู้ประกอบการอาจถูกหลอกลวงผ่านทางโลกไซเบอร์ในรูปแบบอีเมล หรือเว็บไซต์ประเภทฟิชชิ่ง  (Phishing) ที่ทำการหลอกลวงเพื่อให้ได้มาซึ่งข้อมูลส่วนตัวต่าง ๆ รหัสผ่าน (Password) เลขที่บัตรเครดิต เลขที่บัญชี หรือเลขที่บัตรประจำตัวประชาชน ซึ่งมีวิธีในรูปแบบดังนี้

1.   ปลอมแปลงอีเมลให้เหมือนเป็นการส่งมาโดยธนาคาร สถาบันทางการเงิน หรือบริษัทที่มีชื่อเสียง
2.   สร้างเว็บไซต์เลียนแบบ ซึ่งมักเป็นกลวิธีที่ใช้กับเว็บไซต์ทางการเงินอย่างธนาคาร เพื่อทราบข้อมูล รหัสประจำตัว และรหัสผ่าน (Password) และนำข้อมูลดังกล่าวไปธุรกรรมทางการเงิน

ด้านการป้องกันเบื้องต้นก่อนตกเป็นเหยื่อ
1.   ผู้ประกอบการไม่ควรหลงเชื่อข้อความใด ๆ ในอีเมล หรือโทรศัพท์ที่ได้รับ หากมีการแอบอ้างว่าติดต่อมาจากสถาบันทางการเงินหรือบริษัทใดก็ตาม ซึ่งควรตรวจสอบความถูกต้องเสมอ
2.   ยังไม่ควรกดเข้าเว็บไซต์ในอีเมลแปลกปลอมที่ได้รับเข้าสู่หน้าเว็บไซต์ แต่ให้ใช้วิธีการพิมพ์ URL เข้าสู่เว็บไซต์ของบริษัทดังกล่าวด้วยตัวเอง เป็นการป้องกันไม่ให้เข้าสู่เว็บไซต์ปลอม
3.   ตรวจสอบบัญชีและใบแจ้งรายการใช้บัตรเครดิตอย่างสม่ำเสมอ  เพื่อให้แน่ใจว่าไม่มีรายการธุรกรรมแปลกปลอม หากพบรายการที่น่าสงสัยให้ผู้ประกอบการทำการติดต่อไปที่ธนาคารหรือบริษัทผู้ออกบัตรทันที

อนึ่ง ผู้ประกอบการอาจเลือกชำระค่าสินค้าผ่านระบบ Letter of Credit หรือตัวย่อว่า L/C” สำหรับการซื้อขายสินค้าส่งออกและสินค้านำเข้า ที่ผู้ซื้อและผู้ขายไม่ได้พบปะเจรจากัน ดังนั้นเพื่อช่วยให้ผู้ซื้อมีความมั่นใจว่า จะได้รับสินค้าที่มีคุณภาพและปริมาณถูกต้องตามที่สั่ง และผู้ขายจะได้รับชำระราคาครบถ้วน จึงได้คิดบัญญัติตราสาร “และ L/C” เป็นสื่อกลางอำนวยความสะดวกทางการค้าระหว่างประเทศ

ซึ่งการที่ L/C เป็นสัญญาซื้อขายผ่านธนาคารของผู้ซื้อและผู้ขาย โดยบริษัทผู้ซื้อเปิดสัญญา L/C กับบริษัทที่ขายโดยให้ธนาคารเป็นตัวกลาง เช่น บริษัท A ต้องการซื้อสินค้ากับบริษัท B ก็จะทำการเปิดสัญญา L/C กับธนาคาร เมื่อบริษัท B ส่งสินค้ามาถึงท่าเรือ บริษัท A ก็จะทำการปลดเงินจากธนาคาร เพื่อให้เงินเข้าในบัญชีบริษัท B และทางธนาคารจึงจะส่งเอกสารเบิกของเพื่อที่บริษัท A จะได้รับสินค้าออกจากท่าเรือได้ L/C ถูกแบ่งออกเป็น 2 ชนิด
1.   Unconfirmed revocable credit : ธนาคารผู้ออกเครดิตอาจแก้ไขหรือยกเลิกเสียได้ก่อนที่ธนาคารตัวแทนในต่างประเทศจะจ่ายเงินตามที่ได้รับรองไว้
2.   Confirmed irrevocable credit : ธนาคารผู้ออกเครดิตไม่มีสิทธิแก้ไขหรือยกเลิก เว้นแต่จะได้รับคำยินยอมจากบุคคลผู้เกี่ยวข้องในเครดิตทุกฝ่าย

สำหรับข้อควรระวังในการเปิด L/C กับผู้ขายในต่างประเทศตรวจสอบความน่าเชื่อถือของคู่ค้า โดยอาจจะลงไปเยี่ยมชมบริษัทจริงหรือให้ธนาคารเป็นผู้ตรวจสอบให้อีกทาง

ธนาคารกรุงเทพ ใส่ใจให้บริการนักลงทุนในย่านอาเซียนด้วยบริการเพื่อนคู่คิด มิตรคู่บ้าน เรามีสาขาของธนาคารอยู่ในย่านอาเซียน 9 สาขาใน 10 ประเทศเพื่อให้บริการท่าน สนใจติดต่อได้ที่ศูนย์ AEC Connect ชั้น 2 สำนักธุรกิจ ธนาคารกรุงเทพ สำนักงานใหญ่ อีเมล : AECconnect@bbl.co.th สายด่วน 1333

sme-ออนไลน์

 

777 Total Views 1 Views Today
แสดงความคิดเห็น