จดหมายถึงพระเจ้าแผ่นดิน รัชกาลที่ 9

น้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณ และร่วมถวายความอาลัย พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช มหิตลาธิเบศรรามาธิบดี จักรีนฤบดินทร สยามินทราธิราช บรมนาถบพิตร

พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช “ทรงเป็นนิยามแห่งความดี” ตลอดระยะเวลาที่ทรงครองราชย์สมบัติยาวนานถึง 70 ปี “ในหลวง” (รัชกาลที่ 9) ของคนไทย ยังไม่เคยตระบัดสัตย์วาจาที่เคยตรัสไว้ในวันพระราชพิธีบรมราชาภิเษก เมื่อวันที่ 5 พฤษภาคม พ.ศ. 2493 หลังจากเสด็จกลับนิวัตแผ่นดิน โดยพระปฐมบรมราชโองการในวันนั้นของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ได้ตรัสว่า “เราจะครองแผ่นดินโดยธรรม เพื่อประโยชน์สุขแห่งมหาชน ชาวสยาม” และได้กลายเป็นพระบรมราชโองการที่ตราตรึงในหัวใจของคนไทยมาโดยตลอด

ไม่มีคำพูดใดจะกล่าวได้มากกว่า “ทรงเป็นผู้นำที่ยิ่งใหญ่ที่สุดพระองค์หนึ่งของโลก” พระฉายาลักษณ์ของพระองค์นั้นมีทุกบ้าน “เป็นรูปที่มีทุกบ้าน” บนผนังต่าง ๆ ตามบ้านของพสกนิกรชาวไทยจะปรากฏพระฉายาลักษณ์ในบางช่วงที่ “ในหลวง” กำลังทรงงานพร้อมหยาดเหงื่อให้เห็นเป็นที่ชินตา พระองค์ได้เสด็จพระราชดำเนินเยี่ยมเยียนและศึกษาความเป็นอยู่ของพสกนิกรชนบททั่วภูมิภาค ทอดพระเนตรสภาพภูมิประเทศที่ทุรกันดาร และทรงรับทราบปัญหาความทุกข์ยากเดือดร้อนของประชาชนท้องถิ่น จนนำมาสู่พระบรมวินิจฉัยปัญหา สาเหตุ และแนวทางการแก้ปัญหาที่เหมาะสม และมีประสิทธิภาพต่อการพัฒนาประเทศอย่างยั่งยืน โดยพระราชทานแนวพระราชดำริ “เศรษฐกิจพอเพียง” ให้ประชาชนสามารถพึ่งพาตนเองได้ พัฒนาสู่ความยั่งยืนอย่างแท้จริง

“…คำว่า ‘พอเพียง’ มีความหมายอีกอย่างหนึ่ง มีความหมายกว้างออกไปอีก ไม่ได้หมายถึงการมีพอสำหรับใช้เองเท่านั้น แต่มีความหมายพอมีพอกิน…”

“…คนเราถ้าพอในความต้องการ ก็มีความโลภน้อย เมื่อมีความโลภน้อยก็เบียดเบียนน้อย ถ้าทุกประเทศมีความคิด อันนี้ไม่ใช่เศรษฐกิจ มีความคิดว่าทำอะไรต้องพอเพียง หมายความว่าพอประมาณไม่สุดโต่ง ไม่โลภอย่างมาก คนเราก็อยู่เป็นสุข พอเพียงนี้อาจจะมีมาก อาจจะมีของหรูหราก็ได้ แต่ต้องไม่ไปเบียดเบียนคนอื่น ต้องให้พอประมาณอัตภาพ พูจาก็พอเพียง ทำอะไรก็พอเพียง ปฏิบัติตนก็พอเพียง”

พระราชดำรัสพระราชทานแก่บุคคลคณะต่าง ๆ ที่เข้าเฝ้าฯ ถวายชัยมงคล เนื่องในวโรกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา ณ ศาลาดุสิตาลัย สวนจิตรลดาฯ พระราชวังดุสิต วันศุกร์ที่ 4 ธันวาคม 2541

เราได้จดจำไว้ว่าพระองค์ทรงสั่งสอนเรื่องราวมากมาย และหลายพระราชดำรัสนั้นกลายเป็นแรงบันดาลใจ รวมถึงโครงการมากมายเพื่อช่วยเหลือผู้คนภายในประเทศ “ในหลวง” สอนให้เราพึ่งพาตนเอง ประชาชนมีเสรีภาพที่สุดชาติหนึ่งของโลก ให้เสรีภาพทางศาสนา และสอนเราเรื่องของความเท่าเทียม สอนให้เราไม่เป็นต้นไม้ใหญ่ที่สู้แรงพายุ แต่ให้เป็นต้นหญ้าอ่อนที่โอนไปกับสายลมพัด ทรงเป็นที่รักนับถือของคนนับล้าน พระมหากษัตริย์ผู้เป็นดั่ง “พ่อของแผ่นดิน” สะท้อนถึงวาจาแห่งกษัตริย์ที่ได้ให้ไว้ตั้งแต่ในวันที่ขึ้นครองราชย์อุทิศพระวรกายคอยบำเพ็ญพระราชกรณียากิจน้อยใหญ่ ไม่ทอดทิ้งปวงประชาตลอดพระชนมายุ

เพราะ “พ่อ” นั้นไม่เคยทิ้งเรา
เช่นเดียวกับเสียงเดียวที่ดังอยู่ในหัวใจของเหล่าประชาชนคนไทยทั้งแผ่นดินตอนนี้
“เรารักพ่อ”
เราเกิดในรัชกาลที่ 9 ดังกระหึ่มไปทั่วแผ่นดิน

914 Total Views 1 Views Today
แสดงความคิดเห็น