4 ภาพถ่ายที่บ่งบอกว่าพ่อหลวงคือ “อัจฉริยะ” ด้านการถ่ายรูป

อย่างที่เรารู้กันดีว่าพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9 ทรงโปรดปรานการถ่ายภาพอย่างมาก ประชาชนอย่างเรา ๆ จะเห็นภาพของพระองค์ห้อยกล้องไว้ที่พระศอเสมอ ซึ่งพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เริ่มถ่ายภาพเมื่ออายุเพียง 8 พรรษาเท่านั้น พระองค์ทรงศึกษาวิธีการถ่ายภาพด้วยพระองค์เอง และถามจากผู้รู้เสริมเข้าไป

สมัยก่อนก่อนการถ่ายภาพไม่ง่ายเหมือนสมัยนี้ กว่าจะถ่ายได้แต่ละภาพต้องปรับหน้ากล้อง ตั้งความไวของชัตเตอร์ และอะไรอีกมากมาย แต่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงศึกษาจนสามารถใช้ได้อย่างชำนาญ ทรงมีการจัดองค์ประกอบ แสง สี และอารมณ์ของรูปภาพแต่ละรูปได้อย่างดี

นอกจากนั้นพระองค์ยังศึกษาการควบคุมเครื่องล้างและขยายภาพสีอัตโนมัติ จนสามารถอัดขยายภาพสีและแก้สีภาพด้วยพระองค์เอง ทำให้แต่ละรูปที่ออกมานั้นเป็นธรรมชาติ และน่าสนใจเป็นอย่างมาก

photo-of-the-king-30

รูปนี้เกิดขึ้นเมื่อปี 2503 ณ ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ ที่บริเวณนี้มีดอกไม้ใบหญ้าขึ้นอยู่มากมาย เป็นที่ต้องพระราชหฤทัยของทั้งสองพระองค์ สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ทรงเก็บดอกไม้สีขาวมากำไว้ในพระหัตถ์ซ้าย พระราชอิริยาบถที่กำลังทรงเงยพระพักตร์เล็กน้อย และทรงแย้มพระสรวลนั้นสอดรับกับมุมกล้องอย่างมาก

องค์ประกอบของภาพนี้มีทั้งท้องฟ้าสีอ่อนนวล เทือกเขาไกล ๆ ที่เป็นเส้นเอียงนำพาสายตาของผู้ชมมาหาจุดเด่นของภาพ คือ สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ รวมถึงเส้นของทั้งต้นไม้และดอกไม้ในภาพล้วนเอนเข้าหาจุดเด่น เป็นการเน้นรอยแย้มของพระสรวลขึ้นไปอีกระดับ ทำให้พระฉายาลักษณ์รูปนี้เป็นที่น่าสนใจกับทุกคนที่พบเห็น
photo-of-the-king-33

นี่ถือเป็นอีกหนึ่งพระฉายาลักษณ์ที่แสดงให้เห็นถึงพระอัจฉริยะภาพของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9 เพราะพระองค์ทรงใช้แสงถ่ายภาพ ซึ่งเป็นวิธีที่ทรงถ่ายในแสงสว่างเท่าที่มีอยู่ในที่นั้น ๆ จะเป็นแสงแดดหรือแสงไฟภายในพระตำหนักหรือในพระที่นั่ง พระองค์ก็ทรงใช้แสงและเงาให้ได้ส่วนสัมพันธ์กันอย่างพอเหมาะอยู่เสมอ

ซึ่งภายในเครื่องบินพระที่นั่ง พระองค์ทรงใช้แสงสว่างภายนอกเป็นแสงหลัก แสงนวลส่องสว่างที่พระพักตร์พอเรือง ๆ ที่ขอบหน้าต่างมีสีเข้มสลับกับแสงสว่าง ที่พระมาลาด้านหน้าอ่อน ด้านหลังดำ สลับกับสีอ่อนเข้มของฉากหลัง ในส่วนของฉากหน้าเป็นแสงหนุนให้ภาพนุ่มและลอยเด่น ให้ความรู้สึกคล้ายกำลังประทับอยู่ในไอละอองของความฝัน
photo-of-the-king-20 นี่ก็เป็นอีกหนึ่งพระฉายาลักษณ์ที่บอกเล่าถึงอัจฉริยะภาพด้านการถ่ายรูปของพ่อหลวง พระองค์ทรงใช้แสงหลักตรงด้านหน้า ทำให้พระพักตร์ของพระบาทสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถสดใส ทางด้านข้างมีการใช้แสงลดเงา ทำให้เงาข้างพระพักตร์นุ่มนวล มีความพอดี นอกจากนี้ยังมีแสงพิเศษส่องเป็นเส้นที่พระเกศา ลากยาวมาที่พระหนุและพระศอ หรือที่ช่างภาพเรียกกันว่า แสงส่องผม ทำให้ภาพเกิดระยะใกล้ไกลได้มิติ ไม่ทึบตัน ช่วยให้บรรยากาศดีขึ้นอีกด้วย

ที่สำคัญอีกอย่างหนึ่งของพระฉายาลักษณ์นี้คือ ฉากหลังที่เป็นสีอ่อนใสช่วงพระอังสาตลอดแนวไปถึงพระพาหา เป็นฉากที่ช่วยหนุนให้พระวรกายลอยเด่น ห่างออกมาจากฉากหลังได้ ซึ่งภาษาทางศิลปะเรียกกันว่า ภาพมีอากาศ

photo-of-the-king-23 และพระฉายาลักษณ์สุดท้าย  เป็นอิริยาบถที่เห็นแล้วมีความสุข  รู้สึกอบอุ่นอย่างที่สุด เนื่องจากความสุขของแม่ ของครอบครัว เป็นความสุขที่ยิ่งใหญ่ ทำให้ภาพนี้สื่ออารมณ์ออกมาให้ผู้คนรู้สึกได้แม้จะไม่ได้มีความรู้เรื่องการถ่ายภาพเลยก็ตาม

ซึ่งภาพนี้มีเส้นโค้งที่สวย ให้อารมณ์แสดงออก ได้แสงช่วยทำให้ดูมีชีวิต จุดเด่นของภาพนี้ เริ่มตั้งแต่พระพักตร์ของสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ แล้วมองลงมาทางขวาโค้งไปหาพระพักตร์ของทูลกระหม่อมเล็ก ตรงเส้นนี้จะม้วนเป็นก้นหอย ปลายเส้นคือจุดเด่นของภาพ

สิ่งที่ชูให้ภาพนี้มีความหมายเป็นพิเศษคือ พระเนตรของทูลกระหม่อมเล็ก ฉายให้เห็นว่าทรงอบอุ่น เป็นสุข ซึ่งพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9 ทรงฉายพระฉายาลักษณ์นี้ไว้ เพื่อเป็นแบบอย่างความสุขของครอบครัว เพราะเมื่อไหร่ที่ประชาชนเป็นสุข เมื่อนั้นประเทศชาติก็จะเจริญไปด้วยเช่นกัน

4709 Total Views 1 Views Today
แสดงความคิดเห็น