รำลึกถึง “มหาราช” ในหลวงรัชกาลที่ 9

ทรงงานแม้ในวันที่ทรงประชวร เพื่อความสุขของราษฎร์ ปณิธานสูงสุดของ “มหาราช” นาม “ภูมิพล”

พระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช จากการประกอบพระราชกรณียกิจต่าง ๆ พระราชจริยาวัตร เป็นที่ยอมรับในสายตาชาวต่างชาติ และพสกนิกรชาวไทยอย่างล้นพ้น สมควรที่จะถวายพระราชสมัญญานามว่าเป็น “มหาราช” พระองค์หนึ่งในประวัติศาสตร์

ย้อนกลับไปเมื่อปีพุทธศักราช ๒๕๒๐ คณะบุคคลอันเนื่องประกอบด้วยประชาชนทุกสาขาอาชีพได้ร่วมกันพิจารณา เพื่อแสดงความจงรักภักดีและสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณแห่งพระองค์ที่ได้จารึกในหัวใจของประชาชนคนไทยทั้งแผ่นดิน เห็นสมควรอย่างยิ่งว่าจะเชิญชวนประชาชนชาวไทยน้อมเกล้าน้อมกระหม่อมถวายพระราชสมัญญานาม “มหาราช”

2

และยังได้ร่วมกันจัดถวายพระพรเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวในนามปวงชนชาวไทยในวันเฉลิมพระชนมพรรษาพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช โดยใช้ชื่อ “๕ ธันวา มหาราช” ซึ่งได้ดำเนินการตั้งแต่ พุทธศักราช ๒๕๒๐ เป็นต้นมา

ก่อนที่จะน้อมเกล้าน้อมกระหม่อมถวายพระราชสมัญญานาม “มหาราช” นั้น ได้มีการสำรวจทำประชามติจากพสกนิกรของประชาชนทั่วประเทศ ปรากฏว่าประชาชนมีความเห็นชอบเป็นเอกฉันท์ ฯพณฯ พลเอกเปรม ติณสูลานนท์ นายกรัฐมนตรีในขณะนั้น ในนามของรัฐบาลและประชาชนชาวไทย จึงขอพระราชทานอนุญาตน้อมเกล้าน้อมกระหม่อมถวายพระราชสมัญญานาม “มหาราช” เมื่อวันที่ ๕ ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๒๐ เป็นต้นมา

3
ตั้งแต่บัดนั้น แม้จะล่วงเลยมาแล้วจนถึงวันที่พระองค์ทรงเสด็จสู่สวรรคาลัย ตั้งแต่ ๑๓ ตุลาคม ๒๕๕๙ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช ได้ตรากตรำพระวรกายบำเพ็ญพระราชกรณียกิจน้อยใหญ่นานัปการ ด้วยหวังว่าลูก ๆ ของท่านจะคลายทุกข์จากความลำบากยากแค้น แม้ว่าในช่วงก่อนที่จะเสด็จสู่สวรรคาลัยนั้นจะยังทรงอยู่ในช่วงประชวรก็ตามเพราะว่า “พระองค์ทรงเป็นนิยามของความดี”

สมกับพระราชประสงค์ และพระราชปณิธานที่ทรงตั้งไว้ ตั้งแต่วันแรกที่พระองค์เสด็จขึ้นครองราชย์สมบัติว่า

“เราจะครองแผ่นดินโดยธรรม เพื่อประโยชน์สุขแห่งมหาชนชาวสยาม”

4

2323 Total Views 2 Views Today
แสดงความคิดเห็น