พระบรมราชชนกและพระบรมราชชนนี 2 ต้นแบบคุณธรรมสูงสุดของ ร.8 และ ร.9

คำตอบของคุณธรรมล้ำค่าที่หลอมให้ รัชกาลที่ 8 และรัชกาลที่ 9 ทรงเป็นกษัตริย์ที่รักยิ่งในหัวใจพสกนิกรชาวไทย

สมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอ เจ้าฟ้ามหิดลอดุลเดช กรมหลวงสงขลานครินทร์ (ต่อมาคือสมเด็จพระมหิตลาธิเบศร อดุลยเดชวิกรม พระบรมราชชนก) ประชาชนทั่วไปคุ้นเคยกับพระนาม กรมหลวงสงขลานครินทร์ หรือพระนามที่ชาวต่างชาติขานว่า “เจ้าฟ้ามหิดล” พระราชโอรสในพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว กับสมเด็จพระนางเจ้าสว่างวัฒนา พระบรมราชเทวี (ต่อมาคือ สมเด็จพระศรีสวรินทิราบรมราชเทวี พระพันวัสสาอัยยิกาเจ้า) ซึ่งทั้งสองพระองค์รับสั่งออกพระนามลำลองเจ้าฟ้ามหิดลว่าว่า ลูกแดง (ทูลกระหม่อมแดง)

ในช่วงที่พระองค์ตัดสินพระทัยเสด็จไปศึกษาด้านวิชาแพทย์ที่สหรัฐอเมริกา โดยมี เจนส์ ไอเวอร์สัน เวสเตนการ์ด เป็นผู้ถวายคำปรึกษาในการเลือกมหาวิทยาลัย โดยทรงเข้าศึกษาที่มหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด เมืองเคมบริดจ์ รัฐแมสซาชูเซตส์ สหรัฐอเมริกา ด้านวิชาสาธารณสุข ก่อนหน้านั้นทรงเข้าศึกษาชั้นเตรียมแพทย์เป็นเวลา 1 ปี และลงทะเบียนเป็นนักศึกษาแพทย์ชั้นปีที่ 1 ของคณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด ในปี พ.ศ.2460 ซึ่งขณะที่พระองค์ศึกษาอยู่นั้นได้ใช้พระนามว่า Mr. Mahidol Songkla และมีผู้ติดตามถวายการรับใช้เพียง 1 คน โดยอาศัยในอพาร์ทเมนท์ขนาด 4 ห้อง นับเป็นนักเรียนแพทย์ที่ถูกชื่นชมในหมู่ชาวต่างชาติอย่างมากด้วยความไม่ถือพระองค์ ในพระนามบัตรระบุเพียงสามัญชน ไม่ใช่เจ้านาย

อย่างเช่น นายแพทย์แอลเลอร์ เอลลิส (A.G. Ellis) ได้กล่าวถึงพระองค์ขณะที่ศึกษาอยู่ที่มหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ดไว้ว่า

“ในมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด ก็ทรงเป็นเพียงนักเรียนแพทย์ผู้หนึ่งที่ไม่ใช่เจ้านาย ในพระนามบัตรก็มีว่า ‘มิสเตอร์มหิดล สงขลา’  ในเวลาที่ประทับอยู่ในประเทศที่ไม่มีเจ้านาย พระองค์ท่านก็ไม่ใช่เจ้านาย เราถือว่าการที่วางพระองค์เช่นนี้ เป็นการให้เกียรติยศอันแท้จริงแก่ประเทศของเรา  และสมกับพระลักษณะของการเป็นเจ้านายที่แท้จริง” (กองทัพเรือ: 2557)

009_bbl_nin_-%e0%b8%9e%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%9a%e0%b8%a3%e0%b8%a1%e0%b8%a3%e0%b8%b2%e0%b8%8a%e0%b8%8a%e0%b8%99%e0%b8%81%e0%b9%81%e0%b8%a5%e0%b8%b0%e0%b8%9e%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%9a%e0%b8%a3นอกจาก สมเด็จเจ้าฟ้าฯ กรมขุนสงขลานครินทร์ แล้ว ยังมีอีกสองคนที่ได้รับทุนพระราชทานให้ไปศึกษาต่อวิชาพยาบาล โรงเรียนแพทย์มหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด สหรัฐอเมริกา ด้วยนั่นคือ นางสาวอุบล ปาลกะวงศ์ ณ อยุธยา และนางสาวสังวาลย์ ตะละภัฏ (ต่อมาคือ สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี) เดินทางไปพร้อมกันกับพระองค์ ซึ่งพระองค์ได้ดูแลเอาใจใส่นักเรียนทั้ง 2 ของพระองค์อย่างดี ทั้งทรงแนะนำวิธีการดำเนินชีวิต ขนบธรรมเนียมประเพณีของต่างประเทศ และยังทรงย้ำกับนักเรียนของพระองค์เสมออีกว่าเงินทุนที่ได้ส่งมาเรียนนั้นเป็นของราษฎร์ไม่ใช่ของพระองค์ จงตั้งใจเล่าเรียนและกลับไปเพื่อทำประโยชน์ให้แก่ประเทศชาติต่อไป

ในขณะที่กำลังศึกษาวิชาแพทย์นั้น สมเด็จเจ้าฟ้าฯ กรมขุนสงขลานครินทร์ ทรงพอพระทัยในนางสาวสังวาลย์ ตะละภัฏ ด้วยความงดงามภายนอกถึงภายใน และคุณสมบัติอื่น ๆ ในตัวของนางสาวสังวาล สมเด็จเจ้าฟ้าฯ กรมขุนสงขลานครินทร์จึงทรงมีลายพระหัตถ์กราบบังคมทูลพระราชมารดา (สมเด็จพระนางเจ้าสว่างวัฒนา พระบรมราชเทวี ต่อมาคือสมเด็จพระพันวัสสาอัยยิกาเจ้า) ขอพระราชทานพระราชานุญาตหมั้นกับนางสาวสังวาล ใจความว่า

“สังวาลย์เป็นกำพร้า…แต่งงานแล้วก็มาใช้นามสกุลหม่อมฉัน หม่อมฉันไม่ได้เลือกเมียด้วยสกุลรุนชาติ ต้องเกิดเป็นอย่างนั้น ต้องเกิดเป็นอย่างนี้ คนเราเลือกเกิดไม่ได้ หม่อมฉันเลือกคนดี ทุกข์สุขเป็นเรื่องของหม่อมฉันเอง” (ธงทอง จันทรางศุ, ในกำแพงแก้ว: 2550, หน้า 149)
009_bbl_nin_-%e0%b8%9e%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%9a%e0%b8%a3%e0%b8%a1%e0%b8%a3%e0%b8%b2%e0%b8%8a%e0%b8%8a%e0%b8%99%e0%b8%81%e0%b9%81%e0%b8%a5%e0%b8%b0%e0%b8%9e%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%9a%e0%b8%a3แม้ว่าสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี (พระนามเดิมนางสาวสังวาลย์ ตะละภัฏ) จะได้รับคำครหาในฐานะสามัญชนผู้เป็นพระมารดาของยุวกษัตริย์อย่างพระบาทสมเด็จพระปรเมนทรมหาอานันทมหิดล พระอัฐมรามาธิบดินทร และพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ว่าไม่เหมาะสม แต่ก็ทรงปฏิบัติตนได้อย่างงดงามดั่งคำที่สมเด็จพระมหิตลาธิเบศร อดุลยเดชวิกรม พระบรมราชชนก (พระนามเดิม สมเด็จเจ้าฟ้าฯ กรมขุนสงขลานครินทร์) ได้มองขาด และยังมีจากร่างคำตรัสชมความเฉลียวฉลาดในการเจรจาของหม่อมสังวาลย์ ในพระหัตถ์ของสมเด็จพระพันวัสสาอัยยิกาเจ้า ถึงการเจรจาของหม่อมสังวาลย์กับเจ้าพระยาศรีธรรมาธิเบศ (จิตร ณ สงขลา) ถึงกรณีที่สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรได้มีมติเห็นชอบตามกฎมณเฑียรบาลให้ พระวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าอานันทมหิดล เป็นพระมหากษัตริย์พระองค์ต่อไป พระองค์ที่ 8 แห่งพระบรมราชจักรีวงศ์ ซึ่งในขณะนั้นมีพระชนมายุเพียง 9 พรรษา ใจความว่า

“ฉันต้องชมเชยสังวาลอีกครั้งหนึ่ง ฉลาดเป็นอัศจรรย์  ใจเย็น พูดจาโต้ตอบงดงามอย่างน่าพิศวง กับเจ้าพระยาศรีธรรมาธิเบศ บุญของฉันมาได้ลูกสะใภ้เช่นนี้ บุญของหลานที่มีแม่ที่เลิศ ไม่มีใครจะมาดูถูกได้ว่าเลวทราม ฉันพูดนี้ปลื้มใจด้วย เศร้าใจด้วย จนน้ำตาไหล” (วิษณุ เครืองาม.จากสมเด็จย่าถึง สมเด็จย่า: 2558)

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวอานันทมหิดล รัชกาลที่ 8 และพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพล รัชกาลที่ 9  ทรงมีจริยาวัตรทศพิธราชธรรมที่สมบูรณ์แบบนั้น มาจากการหล่อหลอมปฏิบัติตนของทั้งพระบรมราชชนก และพระบรมราชชนนี เป็นแบบให้เจริญรอยตามเบื้องพระยุคลบาทไว้อย่างแน่นอน

641 Total Views 1 Views Today
แสดงความคิดเห็น