ทำไมต้อง “แก้มลิง” พร้อมคำบอกเล่าจากรัชกาลที่ 9

เชื่อว่าทุกคนคงเคยได้ยินชื่อพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช เรื่องโครงการ แก้มลิง กันมาก่อนแน่ ๆ ซึ่งพระราชดำริโครงการนี้ถูกสร้างขึ้นเพื่อแก้ปัญหาน้ำท่วม ปัจจุบันมีพื้นที่แก้มลิงขนาดใหญ่อยู่ทางทิศตะวันออกของกรุงเทพฯ โดยกำหนดในผังการใช้ที่ดินเป็นพื้นที่เขียวลาย ไม่เหมาะกับการพัฒนา นอกจากนี้ยังมีแก้มลิงเล็กใหญ่กระจายอยู่ทั่ว กรุงเทพฯ กว่า 20 จุด

ซึ่งจากเหตุการณ์น้ำท่วมใหญ่ที่เกิดขึ้นในช่วงปลายปี 2538 ทำให้ประชาชนเกิดความทุกข์ยากและลำบากกันอย่างมาก หลายคนต้องหมดเนื้อหมดตัว ไร้ที่อยู่และที่พึ่งพึง บางคนก็พลัดพรากจากครอบครัว จากพ่อแม่ ซึ่งนับเป็นความสูญเสียครั้งยิ่งใหญ่ที่ทำให้คนไทยจำนวนมากหมดอาลัยตายอยาก ไม่สามารถเดินหน้าต่อได้เลย

อย่างไรก็ตามความทุกข์ยากของพสกนิกรนั้นอยู่ในพระเนตรพระกรรณของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวตลอดมา พระองค์ทรงต้องเลือกและต้องทำในสิ่งที่เป็นประโยชน์สูงสุดของราษฎรส่วนใหญ่ในประเทศ ซึ่งพระองค์มีพระราชราชดำริว่า จะทำอย่างไรไม่ให้เศรษฐกิจไทยต้องเสียหาย

ทำให้การป้องกันอย่างมีประสิทธิภาพถือกำเนิดขึ้นเป็นโครงการพระราชดำริที่พระราชทานนามว่า “แก้มลิง”

พระองค์ทรงให้เหตุผลที่ใช้ชื่อนี้เป็นชื่อของโครงการพระราชดำรินี้ว่า

“ถ้าเราส่งกล้วยให้ลิงกินทีละใบ ลิงก็คงอยู่ในอากัปกิริยาปกติดีคือ เคี้ยวแล้วกลืนลงท้องไป แต่ถ้าเราส่งกล้วยจำนวนมากให้แก่ลิงจนลิงกินและกลืนกล้วยไม่ทัน ลิงก็จะรีบเอาใส่ปาก เอาเก็บไว้ในกระพุ้งแก้มจนพองตุ่ย เปรียบกับการหาที่เหมาะสมตามแนวลำน้ำเจ้าพระยา แล้วขุดเป็นบึงหรือสระใหญ่ ๆ ไว้ แล้วเวลาหน้าฝนก็ระบายน้ำออกเพื่อเตรียมรับน้ำป่าในช่วงหน้าฝนและช่วงน้ำทะเลหนุน ก็เหมือนกับเมื่อเราโยนกล้วยส่งไปมาก ๆ ลิงก็จะเก็บไว้ใน “แก้มลิง” และค่อย ๆ ปล่อยออกตามจังหวะขึ้นลงของแม่น้ำเจ้าพระยาหรือคูคลองต่าง ๆ นั้นเอง”

การตั้งชื่อของแต่ละโครงการพระราชดำริของพระองค์เป็นไปอย่างมีเหตุและผล ซึ่งหลายคนอาจจะไม่เคยทราบถึงจุดนี้ ทำให้การบอกเล่าเรื่องราวของแต่ละโครงการเป็นไปอย่างไม่เข้าใจ แต่เมื่อทราบดังนี้แล้วจะเห็นได้ว่าพระองค์ท่านทรงมีพระอัจฉริยภาพอย่างมาก ไม่ใช่แค่เพียงตั้งชื่อให้น่าจดจำเท่านั้น แต่ยังสามารถสื่อให้เห็นภาพได้อย่างเข้าใจง่ายและชัดเจนอีกด้วย

เรียบเรียงจากหนังสือ ในหลวงในดวงใจนิรันดร์

1393 Total Views 1 Views Today
แสดงความคิดเห็น