รวม 4 เรื่องพระอารมณ์ขันของรัชกาลที่ 9 ที่ใครได้ฟังเป็นต้องอมยิ้ม

พวกเราคงเคยได้ยินเรื่องราวความตลกและพระอัจฉริยภาพในพระราชอารมณ์ขันของรัชกาลที่ 9 กันมาบ้างคนละเรื่อง สองเรื่อง ซึ่งพระองค์ทรงเป็นต้นแบบที่ทำให้คนไทยทุกคนยิ้มได้ สร้างความสุขให้คนไทยทั้งชาติจนถูกกล่าวขานว่าเป็นดินแดนแห่งรอยยิ้มในทุกวันนี้

จากที่พยายามเสาะหาเรื่องตลกและพระราชอารมณ์ขันของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดชมาให้เพื่อน ๆ ทุกคนได้ร่วมมีความสุขไปด้วยกัน ก็พบเข้ากับ 4 เรื่องพระอารมณ์ขัน จากหนังสือ “ใกล้เบื้องพระยุคลบาท กับ ลัดดา ซุบซิบ” และหนังสือ “รักในหลวง ต้องทำเพื่อในหลวง” ที่อยากให้เพื่อน ๆ ได้อ่านกัน รับรอง ต้องอมยิ้มมุมปากกันทุกคนแน่นอน

เรื่องที่ 1
ม.จ.ภีศเดช รัชนี ผู้อำนวยการโครงการหลวง เล่าว่า
ครั้งหนึ่งพระองค์เสด็จเยี่ยมพสกนิกรในต่างจัดหวัด มีชาวบ้านมารอเฝ้ารับเสด็จมากมาย ขณะที่พระองค์เสด็จพระราชดำเนินมาตามลาดพระบาท มีหญิงชราคนหนึ่งก้มลงกราบแทบพระบาท พลางจับพระหัตถ์ในหลวง แล้วพูดว่า
“ยายดีใจเหลือเกินที่ได้เจอในหลวง”
แล้วก็พูด..ยายอย่างโน้น ยายอย่างนี้ อีกมากมาย นายหลวงก็ไม่ได้รับสั่งตอบว่ากระไร พวกข้าราชบริพารกลัวว่าพระองค์จะทรงไม่พอพระราชหฤทัย ทันใดนั้นต่างได้ยินพระองค์รับสั่งตอบว่า
“เรียกว่ายายได้อย่างไร อายุอ่อนกว่าแม่ฉันตั้งเยอะ ต้องเรียกน้าซิถึงจะถูก”

เรื่องที่ 2
ราวปี 2498 คราใดที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเสด็จพระราชดำเนินแปรพระราชฐานไปประทับ ณ พระราชวังไกลกังวล จะทรงได้ขับรถยนต์พระที่นั่งไปยังท้องที่ห่างไกล ทุรกันดาร ด้วยพระองค์เอง โดยที่ราษฎรไม่รู้ตัวล่วงหน้าว่าทรงมาถึงแล้ว
วันหนึ่งทรงขับรถยนต์พระที่นั่งผ่านไปยังบริเวณหมู่บ้านที่ราษฎรกำลังช่วยกันตบแต่งประดับซุ้มรับเสด็จกันอย่างสนุกสนาน และไม่คาดคิดว่าเป็นรถยนต์พระที่นั่งส่วนพระองค์ จึงบอกไปว่า
“ต้องให้ในหลวงเสด็จฯ ก่อน แล้วพรุ่งนี้ถึงจะลอดผ่านซุ้มได้ วันนี้ห้ามลอดซุ้มนี้ เพราะขอให้ในหลวงผ่านก่อนนะ”
พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงขับรถพระที่นั่งเบี่ยงข้างทางไม่ลอดซุ้มดังกล่าว วันรุ่งขึ้นเมื่อทรงขับรถยนต์พระที่นั่งเสด็จพระราชดำเนินไปเยี่ยมราษฎรในหมู่บ้านนี้อย่างเป็นทางการพร้อมคณะข้าราชบริพารผู้ติดตามทรงมีพระดำรัสทักทายกับชายผู้นั้นที่เฝ้าอยู่หน้าซุ้มวันวานว่า
“วันนี้ฉันเป็นในหลวง คงผ่านซุ้มนี้ได้แล้วนะ”

เรื่องที่ 3
มีช่างไปทำฝ้าเพดานในวัง คนหนึ่งกำลังยืนบนบันได ส่วนหัวอยู่ใต้ฝ้า อีกคนคอยจับบันไดอยู่ด้านล่าง เป็นจังหวะพอดีที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเสด็จผ่านมา คนที่อยู่ข้างล่างเห็นพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวก็กราบ คนอยู่ด้านบนไม่เห็น ก็บอกว่า
“เฮ้ย จับดี ๆ หน่อยสิ อย่าให้แกว่ง” พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวจึงทรงจับบันไดให้ เขาจึงบอกว่า “เออ ดี ๆ เสร็จงานนี้จะให้เป็นช่างจริง”
พอเสร็จก็ก้าวลง พอเห็นว่าเป็นพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเป็นคนจับบันไดให้ ก็ถึงกับเข่าอ่อนจะตกบันได รีบลงมาก้มกราบ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงตรัสว่า
“แหม ดีนะที่ชมว่าใช้ได้ แถมจะปรับตำแหน่งให้เป็นช่างอีกด้วย”

เรื่องที่ 4

ในอดีตมีระยะหนึ่งที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงสูบพระโอสถซิการ์ วันหนึ่งเมื่อทรงหยิบซิการ์ออกมา ผู้ที่อยู่ใกล้ชิดจะจุดให้ จึงกราบบังคมทูลว่า
“ขอถวายเพลิง”
พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงสรวล แล้วตรัสว่า
“ยัง…ยังก่อน”

235622 Total Views 16 Views Today
แสดงความคิดเห็น