โบราณราชพิธี พระราชดำเนินเลียบพระนคร

วันที่ 7 ธันวาคม พ.ศ. 2506 เป็นวันสำคัญยิ่งวันหนึ่งในรัชสมัยของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช เมื่อพระองค์มีพระชนมายุครบ 3 รอบ คือ 36 พรรษา ทางราชการได้รื้อฟื้นพระราชพิธีโบราณตามประเพณีเก่าแก่และสำคัญแห่งขัตติยราช ซึ่งประวัติศาสตร์ของชาติไทยจะต้องจารึกไปอีกนาน คือพระราชพิธีเสด็จพระราชดำเนินเลียบพระนคร โดยกระบวนพยุหยาตราสถลมารค

โดยกระบวนพยุหยาตราสถลมารค หรือกระบวนพยุหยาตราทางสถลมารค เป็นพระราชพิธีหนึ่งในพระราชพิธีบรมราชาภิเษกที่ปฏิบัติกันมา เป็นโบราณราชพิธี ความมุ่งหมายสำคัญของการเสด็จพระราชดำเนินเลียบพระนคร ก็คือ เพื่อให้ประชาราษฎรที่ไม่มีโอกาสเข้าเฝ้าฯ ในการพระราชพิธีในพระบรมมหาราชวัง ได้มีโอกาสเข้าเฝ้าฯ ชมพระบารมี และมีโอกาสแสดงความจงรักภักดีแด่พระมหากษัตริย์ เป็นการเสด็จพระราชดำเนินของพระมหากษัตริย์ไทย พระราชดำเนินไปในการต่าง ๆ ทางบก ทั้งเป็นการส่วนพระองค์และที่เป็นการพระราชพิธี  ซึ่งได้ประกอบการมาแต่โบราณตั้งแต่สมัยสุโขทัย และสืบทอดต่อมาในสมัยกรุงศรีอยุธยา กรุงธนบุรี กรุงรัตนโกสินทร์ จนถึงปัจจุบัน

แต่เดิมกระบวนพยุหยาตราสถลมารค เป็นการเสด็จพระราชดำเนินเพื่อประกอบการพระราชพิธีต่าง ๆ ที่สำคัญ เช่น พระราชพิธีถวายผ้าพระกฐิน พระราชพิธีบรมราชาภิเษก การเสด็จไปนมัสการรอยพระพุทธบาทสระบุรี การอัญเชิญพระพุทธรูปที่สำคัญจากหัวเมืองเข้ามาประดิษฐานในเมืองหลวง ตลอดจนการต้อนรับราชทูตจากต่างประเทศ และการพระบรมศพ เป็นต้น การจัดกระบวนดังกล่าวมีเครื่องประกอบพระราชอิสริยยศเป็นแถวงดงาม

ตามหลักฐานแต่ครั้งโบราณ การจัดกระบวนแห่เสด็จพระราชดำเนินเลียบพระนคร จัดเป็นกระบวนพยุหยาตราอย่างมโหฬารเพียบพร้อมด้วยกำลังทหารเหล่าต่าง ๆ แห่นำและตามเสด็จองค์พระมหากษัตริย์ การจัดกระบวนพระบรมราชอิสริยยศที่อึงมี่ด้วยเสียงประโคม กลองชนะ แตร สังข์ และในกระบวนพยุหยาตราสถลมารคนี้ พระมหากษัตริย์ พระบรมวงศานุวงศ์ ข้าทูลละอองธุลีพระบาท และเสนาบดีที่ตามเสด็จในกระบวน ล้วนทรงฉลองพระองค์และแต่งกายอย่างงดงาม พระมหากษัตริย์ทรงเครื่องสนับเพลาเชิงงอน พระภูษาเขียนทองฉลองพระองค์ตาดจีบ คาดเจียระบาด สายรัดพระองค์เพชรทรงพระสังวาล พระธำมรงค์ ทรงพระมาลาเพชร
%e0%b9%82%e0%b8%9a%e0%b8%a3%e0%b8%b2%e0%b8%93%e0%b8%a3%e0%b8%b2%e0%b8%8a%e0%b8%9e%e0%b8%b4%e0%b8%98%e0%b8%b5-%e0%b8%9e%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%a3%e0%b8%b2%e0%b8%8a%e0%b8%94%e0%b8%b3%e0%b9%80%e0%b8%99
อย่างไรก็ตาม เมื่อกาลเวลาผ่านไป ในปัจจุบันการประกอบราชพิธีกระบวนพยุหยาตราทางสถลมารค คงมุ่งหมายแต่เพียงเพื่อให้การพระราชพิธีเป็นไปโดยถูกต้องตามโบราณราชประเพณีเท่านั้น ซึ่งการรื้อฟื้นพระราชพิธีนี้เป็นที่ชื่นชมโสมนัสแก่ประชาชนเป็นอย่างมาก ทั้งยังได้รับความสนใจจากชาวต่างประเทศอีกด้วย

โดยตลอดเส้นทางของการเลียบพระนครนั้น ทั้งประชาชนและบรรดาสถานที่ราชการ ตลอดจนอาคารร้านค้าได้จัดตั้งโต๊ะหมู่บูชาไว้อย่างงดงามเป็นระยะ ๆ โดยตกแต่งเป็นเป็นสัญลักษณ์ของเครื่องราชอิสริยยศ เช่น อภิรุม ชุมสายฉัตร 5 ชั้น 7 ชั้น ซึ่งการเสด็จพระราชดำเนินโดยกระบวนพยุหยาตราทางสถลมารคครั้งนี้  เส้นทางเริ่มจากพระที่นั่งอาภรณ์ภิโมกข์ปราสาท ภายในพระบรมมหาราชวัง ไปตามถนนราชดำเนิน ถนนจักรพงษ์ ผ่านสี่แยกบางลำพู เข้าถนนพระสุเมรุ โดยราชพุดตานทองอันเป็นที่ประทับจะเทียบพลับพลาหน้าวัดบวรนิเวศวิหาร  หลังจากนั้นจึงเสด็จพระราชดำเนินกลับ รวมเส้นทางเสด็จพระราชดำเนินเลียบพระนครในครั้งนี้มีความยาวทั้งสิ้นประมาณ 5.7 กิโลเมตร

อนึ่ง ในโอกาสที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช  ได้เสด็จพระราชดำเนินเลียบพระนครนี้ นอกจากทางราชการจะได้จัดพระราชพิธีนี้ขึ้นเพื่อเป็นการเฉลิมฉลองพระเกียรติเป็นพิเศษแล้ว กรมธนารักษ์ กระทรวงการคลัง ยังได้ผลิตเหรียญกษาปณ์ชนิดราคาหนึ่งบาทและราคายี่สิบบาท ทำด้วยเงิน ออกจำหน่ายเป็นจำนวนทั้งสิ้น 5 ล้านเหรียญ เพื่อเป็นที่ระลึกในประวัติศาสตร์สืบไป

ขอบคุณข้อมูลจาก : หนังสือชุดภาพกรุงรัตนโกสินทร์สองร้อยปี, วิกิพีเดีย

922 Total Views 1 Views Today
แสดงความคิดเห็น