“บ้านพ่อ”

พระราชวังสวนจิตรลดา… พระราชวังที่ไม่มีวังใดในโลกเหมือน ด้วยพื้นที่ล้อมรอบไปด้วย บ่อเลี้ยงปลา โรงสี ไร่นาทดลอง และผองโคนม

พระตำหนักจิตรลดารโหฐาน สร้างขึ้นเมื่อ พ.ศ. 2456 ในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว หลังกลับจากประพาสทวีปยุโรป ในปี พ.ศ. 2440 ทรงพระราชดำริว่า ในฤดูร้อนพระบรมมหาราชวังร้อนจัด เพราะมีตึกบังอยู่โดยรอบ ไม่เป็นที่ลมเดินสะดวก พระตำหนักจิตรลดารโหฐาน ยังเป็นที่ประทับของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๙ ตั้งอยู่บริเวณทุ่งส้มป่อย (พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว ได้พระราชทานนามทุ่งส้มป่อยว่า “สวนจิตรลดา” และพระราชทานนามพระตำหนักว่า “พระตำหนักจิตรลดารโหฐาน” บริเวณรอบพระตำหนักมีการขุดคูและทำกำแพงรั้วเหล็กโดยรอบ มีประตู 4 ทิศ พระราชทานชื่อตามเจ้าของสวนจิตรลดาและท้าวโลกบาล คือ ทิศตะวันออกชื่อ พระอินทร์อยู่ชม ทิศใต้ชื่อ พระยมอยู่คุ้น ทิศตะวันตกชื่อ พระวรุณอยู่เจน  และทิศเหนือชื่อ พระกุเวนอยู่เฝ้า (ปัจจุบันเป็นทางเข้าออกได้เพียง 3 ทิศ เว้นทิศตะวันออก) มีสะพาน 2 สะพาน มีประตูน้ำ 2 ประตู และมีซุ้มทหารยาม 30 ซุ้ม)

ในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว ได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้สร้างสนามกอล์ฟหลวงสวนจิตรลดาขึ้นภายในบริเวณสวนจิตรลดา สำหรับเสด็จพระราชดำเนินไปทรงออกพระกำลังกาย พระองค์ท่านเคยเสด็จพระราชดำเนินประทับ ณ พระตำหนักจิตรลดารโหฐานหลายครั้ง โดยครั้งหลังนั้นเป็นการประทับ ก่อนเสด็จฯ ไปรักษาพระองค์ที่ประเทศอังกฤษ และสละราชสมบัติ

ต่อมาในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระปรเมนทรมหาอานันทมหิดล รัชกาลที่ 8 สมัยสงครามมหาเอเชียบูรพา กองทัพบกเคยใช้บริเวณอันเงียบสงัดของพระราชวังสวนจิตรลดา เป็นที่ฝึกเสรีไทยก่อนส่งออกไปปฏิบัติการ แต่สำหรับในรัชสมัยของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9 ได้มีการก่อสร้างต่อเติมพระตำหนักหลายครั้ง เพื่อให้เหมาะกับที่ประทับ และทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้สร้างโรงเรียน ในบริเวณสวนจิตรลดา ตามพระราชบัญญัติโรงเรียนราษฎร์ พระราชทานนามว่า “โรงเรียนจิตรลดา” พระราชทานพระบรมราชวโรกาสให้โอรสธิดาของพระบรมวงศานุวงศ์ บุตรธิดาของข้าราชการและข้าราชบริพารเข้าศึกษาในโรงเรียนจิตรลดานี้ด้วย

%e0%b8%9a%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%9e%e0%b9%88%e0%b8%ad-3

นอกจากนี้ คำกราบบังคมทูลถวายพระพรชัยมงคลของ พลอากาศเอก หะริน หงสกุล ประธานรัฐสภา ในการพระราชพิธีเฉลิมพระชนมพรรษา 5 ธันวาคม พ.ศ.2523 ยังถวายต่อรัชกาลที่ 9 ว่า

“..ไม่มีพระราชวังไหนในโลกเหมือนพระตำหนักจิตรลดาและบริเวณสวนจิตรลดา ที่เต็มไปด้วยบ่อเลี้ยงปลา และไร่นาทดลอง อีกทั้งผองโคนม ผสมด้วยโรงสีและโรงงานหลายหลาก จึงพูดได้อย่างเต็มปากว่า ในประเทศไทยไม่มีช่องว่างระหว่างเกษตรกรกับพระมหากษัตริย์ ผู้ทรงทำงานอย่าง “หลังสู้ฟ้า หน้าสู้ดิน” ด้วยพระองค์เอง…”

ภายในพระตำหนักฯ ไม่ได้มีแต่โรงเรียนจิตรลดาเท่านั้น จากคำถวายของพลอากาศเอก หะริน หงสกุล นั้น ไม่ได้พูดผิดแม้แต่คำเดียว เพียงแต่ท่านอาจพูดไม่ครบ เนื่องจากภายใน “บ้านพ่อ” ที่มีมากกว่าบ้านนั้น ประกอบด้วย บ้านพลังงานแสงอาทิตย์ ศูนย์คอมพิวเตอร์ โรงโคนม ศูนย์รวมนม โรงเนยแข็ง โรงนมผง โรงนมเม็ด ที่ตรวจสอบคุณภาพ ธุรการ-การเงิน ห้องเย็น ยุ้งข้าว โรงสีข้าว ห้องพัสดุ โรงบดแกลบ ที่อนุรักษ์พันธุกรรมพืช ที่เพาะเลี้ยงเนื้อเยื้อพืช กรมวิชาการ ที่ทดลองปลูกพืชปราศจากดิน ธนาคารพันธุ์พืช โครงการค้นคว้าน้ำมันเชื้อเพลิง ศาลามหามงคล ที่วิจัยพัฒนา สำนักงานขาย โรงหล่อเทียน โรงน้ำผลไม้กระป๋อง โรงเพาะเห็ด และโรงกระดาษสา

%e0%b8%9a%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%9e%e0%b9%88%e0%b8%ad

จากความสนพระราชหฤทัยของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9 ในการเกษตรเป็นอย่างมาก ด้วยลูก ๆ พสกนิกรของพระองค์ราว 75 เปอร์เซ็นต์มีอาชีพทางการเกษตร จึงพระราชทานเนื้อที่ในบริเวณเขตพระราชฐานสวนจิตรลดา ให้เป็นที่ทดลองปลูกข้าว ปลูกป่าไม้สาธิต เลี้ยงปลานิล เลี้ยงโคนม สร้างโรงนมผงสวนดุสิต ทำศูนย์รวมนมสวนจิตรลดา โรงสีข้าวทดลอง ตลอดจนการทำยุ้งฉางเก็บเกี่ยวข้าวเปลือกแบบต่าง ๆ และโรงบดแกลบ โครงการเหล่านี้เป็นโครงการทดลอง โครงการตัวอย่าง และเป็นโครงการที่ไม่หวังผลกำไร

1032 Total Views 2 Views Today
แสดงความคิดเห็น