เปิดบันทึกสุดยอดการทูตของ 2 พระมหากษัตริย์ไทย รัชกาลที่ 5 และรัชกาลที่ 9

2 พระมหากษัตริย์ นักการทูตที่ดีที่สุดในประวัติศาสตร์ชาติไทย ทรงพลิกฟื้นสถานะไทยให้สง่างามบนเวทีโลก

หลังสิ้นสุดสงครามโลกครั้งที่ 2 (World War 2) ประเทศไทยแม้ว่าจะไม่แพ้สงคราม แต่ก็ไม่ถึงกับชนะ เนื่องจากรัฐบาลของ จอมพล ป.พิบูลสงคราม ยอมทำตามคำร้องของฝ่ายอักษะ (ประกอบไปด้วย เยอรมนี ญี่ปุ่น อิตาลี) จากการที่ประเทศไทยนั้นไม่มีกำลังต่อต้านมากพอ และเป็นการลดความสูญเสียที่จะเกิดขึ้นกับประเทศมากที่สุด เพราะช่วงเวลานั้นกองทัพญี่ปุ่นยกพลขึ้นบกตามจังหวัดชายฝั่งอ่าวไทย วันที่ตั้งแต่ 8 ธ.ค. 2484 ปัตตานี สงขลา นครศรีธรรมราช สุราษฎร์ธานี ประจวบคีรีขันธ์ ชุมพรและบางปู สมุทรปราการ สมัยนั้น จอมพบ ป. เห็นว่าถึงอย่างไรก็คงขวางญี่ปุ่นไม่ได้ และมีความมั่นใจมากว่าฝ่ายอักษะจะชนะสงคราม แต่จุดพลิกผันก็เกิดขึ้นเมื่อ สหรัฐฯ หันมาเข้าร่วมสงครามด้วยการหนุนให้กับฝ่ายสัมพันธมิตร (ประเทศหลัก ๆ คือ สหภาพโซเวียต จีน สหราชอาณาจักร ฝรั่งเศส และสหรัฐอเมริกา)

แม้ว่าไทยจะไม่ถูกจัดในกลุ่มแพ้ แต่ประเทศไทยก็ต้องสูญเสียชดเชยให้ประเทศฝ่ายสัมพันธมิตรที่ชนะมากเหลือเกิน เพื่อแลกกับการไม่อยู่ในกลุ่มแพ้ สงครามสิ้นสุดลงในปี พ.ศ. 2488 ประเทศไทยยอมแพ้ทำสนธิสัญญา และต้องจ่ายหนี้ค่าปฏิกรรมสงครามให้กับออสเตรเลีย อังกฤษ และฝรั่งเศส วิกฤตการณ์จึงอยู่ในช่วงนี้ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9 ทรงครองราชย์ในช่วงที่ต้องแก้ไขสถานการณ์ที่เลวร้ายที่สุด ประเทศไทยตอนนั้นมีแต่สินค้าจากเกษตร จึงจำเป็นต้องจ่ายหนี้สงครามเป็นสินค้าเกษตร ยังไม่รวมปัญหาจากการที่ประเทศโดนทิ้งระเบิดโดยเครื่องบินราว 2,500 ลำ บ้านเรือน โครงสร้างพื้นฐานภายในประเทศพินาศทั้งหมด และยังหมายถึงการที่ต้องซ่อมแซมระบบเศรษฐกิจอีก
%e0%b9%80%e0%b8%9b%e0%b8%b4%e0%b8%94%e0%b8%9a%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b8%97%e0%b8%b6%e0%b8%81%e0%b8%aa%e0%b8%b8%e0%b8%94%e0%b8%a2%e0%b8%ad%e0%b8%94%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%97%e0%b8%b9%e0%b8%95พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9 ขึ้นครองราชย์ในปี พ.ศ. 2489 ในสถานการณ์ที่อันตรายขีดสุด นอกจากประเทศที่ต้องเร่งแก้ไขนานับประการแล้ว การเมืองในประเทศไทยก็ส่อเค้าวุ่นวายมากที่สุด สิ่งที่รัชกาลที่ 9 เริ่มทำ คือ การหาพันธมิตรให้ได้มากที่สุด และต้องการการยอมรับจากนานาประเทศ ซึ่งเป็นยุทธวิธีทางการทูตที่ ล้นเกล้า รัชกาลที่ 5 ทรงเคยทำมาแล้ว ในยุคการล่าอาณานิคม โดยสมัยนั้นพระเจ้าซาร์นิโคลัส ที่ 2 (ขณะนั้นดำรงตำแหน่ง มกุฎราชกุมารแห่งรัสเซีย) จะเดินทางมาเปิดการก่อสร้างทางรถไฟสายทรานส์ไซบีเรีย รัชกาลที่ 5 เห็นเป็นโอกาสดี จึงรีบส่งสมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระยาดำรงราชานุภาพ ไปอัญเชิญซา มกุฎราชกุมารแห่งรัสเซีย โดยมีอังกฤษที่พยายามขัดขวางเต็มกำลัง แต่สุดท้ายกรมพระยาดำรงทรงฯ ก็ทรงทำสำเร็จ มกุฎราชกุมารแห่งรัสเซีย ตอบรับคำเชิญของรัชกาลที่ 5 ถือเป็นครั้งแรกที่ราชวงศ์ชั้นสูงจากประเทศมหาอำนาจในยุโรปเสด็จมาเยือนไทย และสร้างความประทับใจจาก มกุฎราชกุมารได้ จนเรียกรัชกาลที่ 5 ท่านว่าพี่ชาย

มกุฎราชกุมารผู้ต่อมาทรงขึ้นเป็นกษัตริย์ ซาร์ นิโคลัสที่ 2 และเมื่อสยามกำลังตกในที่นั่งลำบากมากที่สุด เมืองรอบด้านตกเป็นอาณานิคม เหลือแต่เพียงประเทศไทยที่อยู่ตรงกลาง และมหาอำนาจชาติยุโรปกำลังเตรียมแบ่งประเทศ รัชกาลที่ 5 จำเป็นต้องเสด็จยุโรปเพื่อแสดงว่าสยามเจริญแล้ว ไม่ใช่บ้านป่าเมืองเถื่อน ประเทศเดียวที่ต้อนรับสยามด้วยไมตรีจิต คือ รัสเซีย หลังจากพระฉายาลักษณ์กษัตริย์ไทย รัชกาลที่ 5 ประทับคู่กษัตริย์ ซาร์ นิโคลัสที่ 2 แห่งรัสเซีย ถูกตีพิมพ์ในหนังสือพิมพ์ยุโรป ทำให้สยามรอดพ้นการล่าอาณานิคมมาได้ และสูญเสียเพียงดินแดนบางส่วนไปเท่านั้น แต่ยังคงรักษาเอกราชไว้ได้

กลับมาที่การทูตของรัชกาลที่ 9 พระองค์ทรงรู้ดีว่าการหาพันธมิตร โดยใช้การทูตนั้นคือหนทางที่ดีที่สุด และยังไม่มีนักการทูตคนใดในหน้าประวัติศาสตร์ชาติไทยทำได้ ในหลวงรัชกาลที่ 9 ใช้เวลากว่า 6 เดือนเต็ม เสด็จประพาสประเทศในตะวันตก 14 ประเทศ ร่วมกับสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ และหม่อมราชวงศ์ คึกฤทธิ์ ปราโมช
%e0%b9%80%e0%b8%9b%e0%b8%b4%e0%b8%94%e0%b8%9a%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b8%97%e0%b8%b6%e0%b8%81%e0%b8%aa%e0%b8%b8%e0%b8%94%e0%b8%a2%e0%b8%ad%e0%b8%94%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%97%e0%b8%b9%e0%b8%95ทั้งในหลวง รัชกาลที่ 9 และพระราชินี สามารถตรัสได้หลายภาษา อาทิ อังกฤษ ฝรั่งเศส และเยอรมัน เข้าใจวัฒนธรรมตะวันตก มีบุคลิกน่าเกรงขาม และยังทรงจบการศึกษาจากประเทศสวิสเซอร์แลนด์ ประเทศที่นานาชาติยอมรับอย่างมาก ซึ่งเป็นผลจากการมองการณ์ไกลของพระบรมราชชนนีที่ทรงเลือกประเทศสวิสเซอร์แลนด์ให้กับพระองค์

การทูตของพระองค์ประจักษ์อย่างมาก หลังจากการเสด็จเยือน เรื่องที่ไทยเป็นผู้แพ้สงครามและอยู่ฝ่ายอักษะนั้นแทบจะหายไปจากหน้าประวัติศาสตร์ เงินลงทุนจากต่างชาติ ตลาดเปิดการส่งออก เข้าสู่ยุคแห่งการฟื้นฟูประเทศอย่างเต็มรูปแบบ ประเทศไทยได้รับการช่วยเหลือมากมายจากนานาชาติ เพราะการทูตของพระมหากษัตริย์ไทย อัจฉริยภาพของพระองค์ยังไม่จบเพียงเท่านั้น หลังจากเลือกที่จะเสด็จไปมหาอำนาจยุโรปแล้ว สิ่งที่ทรงปฏิบัติตามมาคือการเสด็จเยือนอาเซียน และเอเชีย โดยเฉพาะจีนและจักรวรรดิญี่ปุ่น อย่างที่ทุกคนทราบว่า สมเด็จพระจักรพรรดิญี่ปุ่นเป็นพระสหายที่สำคัญยาวนานกับรัชกาลที่ 9 หลังจากการขึ้นครองราชย์ของมกุฎราชกุมารญี่ปุ่นขึ้นเป็นสมเด็จพระจักรพรรดิ ประเทศแรกที่ทรงเสด็จเยือน คือ ประเทศไทย การใกล้ชิดกันระหว่างพระราชวงศ์นั้นส่งผลให้มีการลงทุนจากบริษัทยักษ์ใหญ่จากญี่ปุ่นจำนวนมาก

นี่คือพระอัจฉริยภาพทางการทูตจากพระมหากษัตริย์ไทย การเสด็จเยือนที่ผ่านมาจึงไม่ใช่เพียงการถกการประชุมกันอย่างจริงจัง แต่เริ่มจากมิตรภาพ ที่ทำให้ประเทศไทยสามารถสง่างามได้ในเวทีโลก โดยที่ในประวัติศาสตร์ของชาติยังไม่เคยมีการบันทึกเลยว่าจะมีนักการทูตคนใดที่สามารถใช้การทูตที่อัจฉริยะได้ถึงเพียงนี้

1664 Total Views 1 Views Today
แสดงความคิดเห็น