หนึ่งในเจตนาดีที่ ร.9 ทรงทำ “พระราชทานอภัยโทษ”

“พระราชทานอภัยโทษ” ในหลวงรัชกาลที่ 9 พระราชทานกุศโลบายทำดี มอบโอกาสนักโทษกลับตัวสร้างคุณประโยชน์ในฐานะพลเมือง

พระราชทานอภัยโทษ เป็นประเพณีทางกฎหมายที่สืบทอดกันมาตั้งแต่สมัยการปกครองในระบอบสมบูรณาญาสิทธิราช  หรือในสมัยกรุงศรีอยุธยา โดยพระมหากษัตริย์ใช้พระราชอำนาจในการโปรดเกล้าฯ  สมบูรณาญาสิทธิราช จนกระทั่งเปลี่ยนแปลงการปกครองเป็นระบอบประชาธิปไตยในปี พ.ศ. 2475 การพระราชทานอภัยโทษถูกกำหนดให้อยู่ภายใต้กฎหมายรัฐธรรมนูญ พระมหากษัตริย์ทรงใช้พระราชอำนาจด้านบริหารในการพระราชวินิจฉัยฎีกาที่ทูลเกล้าฯ ขึ้นมา หรือมาจากการถวายคำแนะนำของคณะรัฐมนตรี

สำหรับการพระราชทานอภัยโทษที่ผ่านมานั้นกลายเป็นที่อยู่ในกระแสสังคมหลายครั้ง เนื่องจากมีบางคดีที่ประชาชนนั้นไม่เห็นด้วย ซึ่งการใช้พระราชอำนาจในการให้อภัยโทษนั้น มีจุดประสงค์เป็นผลด้านบวกต่อความมั่นคงของชาติ  เพราะสร้างความรู้สำนึกในพระมหากรุณาธิคุณความจงรักภักดีต่อสถาบันพระมหากษัตริย์ในหมู่ผู้ต้องราชทัณฑ์ โดยเฉพาะในส่วนที่ทำให้ผู้ต้องขังนั้นทำความดีในการได้รับพระราชทานอภัยโทษ เป็นการสร้างแรงจูงใจในการทำสิ่งดี ๆ ภายในกรมราชทัณฑ์ และช่วยลดจำนวนนักโทษ รวมถึงผ่อนคลายความแออัด

นอกจากนี้ สิ่งที่สำคัญที่สุด คือ การพระราชทานอภัยโทษนั้นสามารถแก้ไขความผิดพลาดในกระบวนการยุติธรรม เปิดโอกาสให้มีการทบทวนโต้แย้ง แสดงความบริสุทธิ์ ก่อให้เกิดความสำนึกในการทำความดีต่อไป เป็นการสนับสนุนนโยบายการแก้ไขผู้ต้องขังให้กลับตนเป็นพลเมืองดี ซึ่งสอดคล้องกับหลักอาชญาวิทยา และทัณฑวิทยา

ในประเทศไทยการพระราชทานอภัยโทษ จึงเป็นดั่งกุศโลบาย เพื่อให้โอกาสแก่ผู้กระทำความผิดได้กลับตัวเป็นคนดี และกลับคืนสู่สังคมเพื่อใช้ชีวิตประกอบอาชีพอย่างสุจริต ดั่งที่เห็นได้จากพระราชกฤษฎีกาพระราชทานอภัยโทษ พ.ศ. 2549  ในส่วนคำปรารภของพระราชกฤษฎีกาว่า

“พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ให้ประกาศว่าโดยที่ทรงพระราชดำริเห็นว่าเนื่องในโอกาสงานฉลองสิริราชสมบัติครบ 60 ปีในวันที่ 9 มิถุนายน พุทธศักราช 2549 นับเป็นอภิลักขิตกาลสำคัญ สมควรพระราชทานอภัยโทษแก่ผู้ต้องราชทัณฑ์  เพื่อให้โอกาสแก่บุคคลเหล่านั้นกลับประพฤติตนเป็นพลเมืองดี”

อนึ่ง การได้รับพระราชทานอภัยโทษนั้น ทำให้ผู้กระทำความผิดนั้นไม่ต้องได้รับโทษ หรือโทษที่ได้รับลดลงเพียงบางส่วน ซึ่งได้กำหนดเงื่อนไขไว้อย่างชัดเจนว่า การที่จะได้รับพระราชทานปล่อยตัวไป หรือลดโทษ เพื่อมอบโอกาสแก่บุคคลเหล่านั้นกลับตัว เปลี่ยนประพฤติตนเป็นพลเมืองดี อันจะเป็นคุณประโยชน์แก่ประเทศชาติสืบไป

663 Total Views 2 Views Today
แสดงความคิดเห็น