ชมภาพความรัก ระหว่างพระมหากษัตริย์ และราชินีผู้เป็นรอยยิ้มของพระองค์

มีคนกล่าวไว้ว่าหากจะตามหารักแท้ต้องไปที่ “ปารีส” ซึ่งเป็นมหานครที่โรแมนติกที่สุด และหลายคู่พบรักกันที่นั่น ….

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช รัชกาลที่ 9 ทรงหมั้นกับหม่อมราชวงศ์สิริกิติ์ กิติยากร เมื่อวันที่ 19 กรกฎาคม 2492 โดยทั้งสองพระองค์นั้นพบรักกันที่มหานครที่โรแมนติกที่สุดในโลก “กรุงปารีส” ในวันหนึ่งของปี พ.ศ. 2489 โดยพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช ยังทรงประทับอยู่ที่เมืองโลซาน ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ แต่เสด็จฯ ไปทอดพระเนตรรถยนต์พระที่นั่งแทนคันเดิมซึ่งทรงใช้มานาน โปรดเกล้าฯ ให้หม่อมเจ้า นักขัตรมงคล กิติยากร เอกอัครราชทูตไทยประจำกรุงปารีส พร้อมครอบครัวเข้าเฝ้าทูลละอองธุลีพระบาท และทำให้ทั้งสองพระองค์ได้พบกัน

หม่อมราชวงศ์สิริกิติ์ กิติยากร ธิดาในหม่อมเจ้า นักขัตรมงคล กิติยากร และหม่อมหลวงบัว กิติยากร กำลัง “ทรงทำหน้ามุ่ย”

ส่วนเหตุผลนั้น ถูกเฉลยเมื่อปี พ.ศ. 2521 สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระราชทานสัมภาษณ์ ในภาพยนตร์สารคดี เรื่อง “ขวัญของชาติ” ออกเผยแพร่ ทางสถานีโทรทัศน์ บีบีซี กรุงลอนดอน ประเทศอังกฤษ ความตอนหนึ่งว่า
“…สำหรับข้าพเจ้า เป็นการเกลียดแรกพบ มากกว่า รักแรกพบ เนื่องเพราะ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รับสั่งว่า จะเสด็จถึงเวลาบ่าย 4 โมง แต่จริงแล้ว เสด็จมาถึง 1 ทุ่ม ช้ากว่านัดหมาย ตั้ง 3 ชั่วโมง ทรงทำให้ข้าพเจ้า ต้องซ้อมถอนสายบัว อยู่จนแล้วจนเล่า จึงเป็นการเกลียด เมื่อแรกพบ มากกว่า รักเมื่อแรกพบ ข้าพเจ้าไม่ทราบมาก่อนว่า พระองค์ท่านทรงรักข้าพเจ้า เพราะเวลานั้นอายุเพิ่งย่าง 15 ปี ตั้งใจไว้ว่า จะเป็นนักเปียโนที่แสดงในงานคอนเสิร์ต
%e0%b8%8a%e0%b8%a1%e0%b8%a0%e0%b8%b2%e0%b8%9e%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b8%a3%e0%b8%b1%e0%b8%81-%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%ab%e0%b8%a7%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b8%9e%e0%b8%a3%e0%b8%b0ตอนพระองค์ท่านประทับที่โรงพยาบาลหลังประสบอุบัติเหตุทางรถยนต์ มีพระอาการหนักมาก ตำรวจเขาโทรศัพท์ ไปกราบบังคมทูลสมเด็จพระราชชนนี พระองค์ท่านรีบเสด็จไปทันที แต่แทนที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช จะมีพระราชปฏิสันถารกับพระองค์ท่าน กลับทรงหยิบรูปข้าพเจ้าออกมาจากกระเป๋า โดยที่ข้าพเจ้าไม่เคยทราบมาก่อนเลยว่า พระองค์ทรงมีรูปของข้าพเจ้าอยู่แล้ว พระองค์ก็ตรัสให้นำตัวข้าพเจ้าเข้าเฝ้า พระองค์ทรงรักข้าพเจ้า ตอนนั้นข้าพเจ้าคิดถึงแต่เรื่องที่จะอยู่กับคนที่ ข้าพเจ้ารักเท่านั้น ไม่ได้นึกไปไกลถึงหน้าที่ และภารกิจของพระราชินีเลย …” (ภาพยนตร์สารคดีเรื่อง “ขวัญของชาติ)

ก่อนหน้า ขณะที่ในหลวงภูมิพลได้ทรงโทรศัพท์ถึงสมเด็จพระราชชนนีเพื่อทูลว่าได้เสด็จฯ ถึงปารีสแล้ว สมเด็จพระราชชนนีท่านก็ทรงถามถึงธิดาของหม่อมเจ้านักขัตรมงคลว่า “สวยน่ารักไหม” ในหลวงภูมิพลท่านก็ทรงทูลตอบทันทีว่า “เห็นแล้ว น่ารักมาก”
%e0%b8%8a%e0%b8%a1%e0%b8%a0%e0%b8%b2%e0%b8%9e%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b8%a3%e0%b8%b1%e0%b8%81-%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%ab%e0%b8%a7%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b8%9e%e0%b8%a3%e0%b8%b0จนกระทั่ง วันที่ 12 สิงหาคม พ.ศ.2492 ในงานฉลองวันคล้ายวันเกิดครบ 17 ปี ของหม่อมราชวงศ์สิริกิติ์ ณ สถานทูตไทยในกรุงลอนดอน “ในหลวงภูมิพลท่านทรงได้พระราชทานแหวนซึ่งเป็นวงเดียวกับที่สมเด็จพระบรมราชชนก เคยประทานให้แก่สมเด็จพระบรมราชชนนีในครั้งอดีตให้แก่หม่อมราชวงศ์สิริกิติ์”

ครั้งหนึ่งนักข่าวต่างประเทศเคยกราบบังคมทูลถามว่า… เพราะเหตุใดพระมหากษัตริย์ไทยจึงไม่ค่อยยิ้ม พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9 ทรงผายพระหัตถ์ไปทางสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ แล้วตรัสว่า
“She is my smile.”

(หนังสือพิมพ์ข่าวสด หน้าสตรี 10 ก.พ. 2555)

 

 

19853 Total Views 94 Views Today
แสดงความคิดเห็น