“โครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ” พระราชอำนาจอุ้มชูพสกนิกรแห่งรัชกาลที่ 9

รัชกาลที่ 9 ใช้พระราชอำนาจสร้าง “โครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ” ช่วยเหลือประชาชนคนไทยกว่า 4,350 โครงการ

พระราชอำนาจของพระมหากษัตริย์ในทางกฎหมายรัฐธรรมนูญ สามารถแบ่งออกได้ คือ พระราชอำนาจในฐานะประมุขซึ่งกำหนดไว้ในรัฐธรรมนูญ และพระราชอำนาจทั่วไป (พระราชอำนาจในฐานะที่ทรงรับการปรึกษาหารือจากรัฐบาล พระราชอำนาจในการสนับสนุนรัฐบาล และพระราชอำนาจในการตักเตือนรัฐบาล) โดยบทบาทพระราชอำนาจดังกล่าวเป็นผลมาจากการเปลี่ยนแปลงระบอบการปกครองของคณะราษฎรในปี พ.ศ. 2475 ที่ส่งผลถึงการจำกัดพระราชอำนาจในการบริหารกิจการแผ่นดิน และจำกัดพระราชกรณียกิจให้อยู่ในกรอบของกฎหมายรัฐธรรมนูญ

การจำกัดพระราชอำนาจดังกล่าวนั้นไม่ได้ส่งผลให้พระราชอำนาจของพระมหากษัตริย์ลดลง เพียงแต่ส่งผลให้ปรับเปลี่ยนรูปแบบการใช้พระราชอำนาจใหม่อย่าง “พระราชอำนาจในการพัฒนา” ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช รัชกาลที่ 9 ให้อยู่ในรูปแบบของโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ ซึ่งเกิดขึ้นครั้งแรกในประเทศไทยราว ๆ พ.ศ. 2490 ซึ่งเป็นการสร้างเอกลักษณ์ (Identity) ของพระราชกรณียกิจ ออกมาเป็นรูปแบบโครงการที่ช่วยเหลือพสกนิกรชาวไทย ให้สามารถพึ่งพาตนเองได้อย่างยั่งยืน โดยผ่านการทดลองจริง และการทำการบ้านอย่างหนักก่อนลงพื้นที่ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9
%e0%b9%82%e0%b8%84%e0%b8%a3%e0%b8%87%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%ad%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b9%80%e0%b8%99%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%a1%e0%b8%b2%e0%b8%88%e0%b8%b2%e0%b8%81“โครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ” แต่เดิมนั้นคือ “โครงการอันเนื่องมาจากพระราชประสงค์” แต่ต่อมา ในหลวง รัชกาลที่ 9 เล็งเห็นว่าเหมือนเป็นการบังคับ มากกว่าจะเป็นโครงการที่ประชาชนจะสนใจนำไปปฏิบัติด้วยความอยากพัฒนาตนเอง จึงรับสั่งเปลี่ยนเป็น “โครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ” จนกลายเป็นกิจกรรมด้านพัฒนาที่มีความหลากหลายและครอบคลุมทุกพื้นที่ในประเทศไทยกว่า 4,350 โครงการ (สำนักงานคณะกรรมการพิเศษเพื่อประสานงานโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ 2546 : 5)

โครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริจึงมีที่มาจากการพระราชทานคำแนะนำให้แก่พสกนิกร และรัฐบาล ข้าราชการทุกหมู่เหล่า จะนำไปประกอบการพิจารณาว่าจะสนองตามพระราชดำริหรือไม่ ซึ่งพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช รัชกาลที่ 9 ทรงได้รับสมญานามว่า มหาปราชญ์ ทฤษฎีแนวคิดต่าง ๆ ที่พระราชทานจึงเต็มไปด้วยข้อมูลที่ผ่านกระบวนการศึกษา และปฏิบัติทดลองจริงมาแล้วว่าเห็นผลลัพธ์แน่นอน

ซึ่งโครงการใดที่ยังทรงไม่แน่พระราชหฤทัยก็จะทรงทดลองด้วยพระองค์เอง พร้อมด้วยการสละพระราชทรัพย์ส่วนพระองค์ก่อนที่จะพระราชทาน ทำให้พสกนิกรและรัฐบาลสามารถสนองพระราชดำริได้อย่างมั่นใจ และจากโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริเป็นแนวทางการเสนอแนะ  ไม่ใช่พระบรมราชโองการหรือพระราชกระแสรับสั่งในเชิงบังคับ

โครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ เสมือนกับการให้คำปรึกษาคำแนะนำ จึงมีความสอดคล้องตามพระราชอำนาจที่ระบุไว้ในกฎหมายรัฐธรรมนูญที่ว่า ‘พระราชอำนาจทั่วไป : พระราชอำนาจในฐานะที่ทรงรับการปรึกษาหารือจากรัฐบาล พระราชอำนาจในการสนับสนุนรัฐบาล และพระราชอำนาจในการตักเตือนรัฐบาล’

629 Total Views 3 Views Today
แสดงความคิดเห็น