ทางคู่ขนานลอยฟ้า… “ทาง”แก้ปัญหาจราจรด้วยพระปรีชาและพระบารมี

ปัญหาการจราจรที่ติดขัด และปริมาณรถที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วในกรุงเทพมหานคร นับเป็นปัญหาเรื้อรังที่แก้ไขได้ยากมานานปี ดังเช่นเส้นทางจากเชิงสะพานสมเด็จพระปิ่นเกล้าจนถึงทางแยกสิรินธร ที่แม้จะมีช่องทางการจราจรอยู่ 8 ช่องทาง แต่ก็ยังไม่เพียงพอต่อความต้องการใช้พื้นที่ถนนที่เพิ่มขึ้น

แนวทางการแก้ไขปัญหาดังกล่าวจึงต้องเพิ่มพื้นผิวการจราจรให้มากขึ้น แต่การเพิ่มพื้นที่ในระดับพื้นราบนั้นทำได้ยาก ด้วยสองข้างถนนนั้นเต็มไปด้วยอาคารและสำนักงานต่างๆ มากมาย

ในช่วงระหว่าง พ.ศ. 2534-2538 สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนีทรงพระประชวรและเสด็จพระราชดำเนินไปประทับ ณ โรงพยาบาลศิริราช อยู่หลายครั้ง แต่ละครั้งนาน 2-3 เดือน และพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ได้เสด็จพระราชดำเนินไปทรงเยี่ยมอย่างสม่ำเสมอ จึงได้ทอดพระเนตรเห็นปัญหาจราจรติดขัดครั้งละนาน ๆ ในบริเวณดังกล่าว เช่น มีรถฝั่งพระนครจำนวนมากรอขึ้นสะพานสมเด็จพระปิ่นเกล้าเพื่อออกนอกเมืองไปตามถนนบรมราชชนนีสู่อำเภอนครชัยศรี แต่การระบายรถทำได้ช้าส่งผลให้รถติดตลอดถนนราชดำเนินไปจนถึงถนนหลานหลวง และบางครั้งส่งผลกระทบไปถึงถนนสายหลักอื่น ๆ ในกรุงเทพมหานครด้วย ในขณะที่ฝั่งธนบุรีบริเวณสะพานข้ามสี่แยกอรุณอมรินทร์และสี่แยกบรมราชชนนีนั้นมีระยะทางใกล้กันมาก ทำให้รถที่ลงจากสะพานอรุณอมรินทร์เบี่ยงเข้าช่องซ้ายไปยังถนนบรมราชชนนีได้ลำบาก ปริมาณรถจึงคับคั่งและติดขัด

ต่อมา พ.ศ. 2538 เมื่อพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ทรงพระประชวร และเสด็จพระราชดำเนินไปประทับที่โรงพยาบาลศิริราชบ่อยครั้ง ระหว่างประทับรับการรักษาได้มีพระราชดำริหลายประการเกี่ยวกับปัญหาจราจร รวมทั้งการสร้างทางคู่ขนานลอยฟ้าถนนบรมราชชนนี ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของโครงข่ายถนนจตุรทิศ โดยพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชได้พระราชทานแนวพระราชดำริให้สร้างทางคู่ขนานยกระดับคร่อมเหนือสะพานข้ามสี่แยกอรุณอมรินทร์และสะพานข้ามสี่แยกบรมราชชนนี เพื่อให้การจราจรคล่องตัวยิ่งขึ้น ช่วยระบายรถออกนอกเมืองได้เร็วที่สุด บรรเทาปัญหาจราจรที่ติดขัดในถนนราชดำเนินต่อเนื่องถึงถนนหลานหลวง และได้พระราชทานแผนผังลายพระหัตถ์แก่กรุงเทพมหานครนำไปศึกษาเมื่อวันที่ 12 มิถุนายน พ.ศ.2538 โดยมีพระราชประสงค์ให้กรุงเทพมหานครและหน่วยงานต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับการแก้ไขปัญหาจราจรร่วมมือกัน เช่น กรมทางหลวง กระทรวงคมนาคม กรมตำรวจ กระทรวงมหาดไทย และกรุงเทพมหานคร โดยกรุงเทพมหานครเป็นผู้รับผิดชอบก่อสร้างทางคู่ขนานลอยฟ้าจากแยกอรุณอมรินทร์ถึงคลองบางกอกน้อย ระยะทางประมาณ 3.2 กิโลเมตร และกรมทางหลวงรับผิดชอบก่อสร้างจากคลองบางกอกน้อยไปจนถึงแยกพุทธมณฑลสาย 2 โดยเป็นรูปแบบสะพานเสาและคานที่มีลักษณะเป็นรูปแบบเดียวกันหมด ระยะทางประมาณ 9.4 กิโลเมตร และจากบริเวณทางยกระดับสิรินธรไปจนเลยทางแยกพุทธมณฑลสาย 2 อีก 1 กิโลเมตร และกรมทางหลวงยังได้ก่อสร้างขยายช่องจราจรระดับพื้นราบจากเดิมที่มี 8 ช่องจราจรเพิ่มขึ้นเป็น 12 ช่องจราจร ซึ่งพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ เสด็จพระราชดำเนินทรงวางศิลาฤกษ์เริ่มโครงการในวันที่ 16 เมษายน 2539 โครงการนี้ใช้งบประมาณในการก่อสร้างรวมทั้งสิ้น 4,461,609,680 บาท และใช้ระยะเวลาในการก่อสร้าง 600 วัน
%e0%b8%97%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b8%84%e0%b8%b9%e0%b9%88%e0%b8%82%e0%b8%99%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%a5%e0%b8%ad%e0%b8%a2%e0%b8%9f%e0%b9%89%e0%b8%b2-%e0%b8%97%e0%b8%b2%e0%b8%87เมื่อการก่อสร้างแล้วเสร็จ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ได้เสด็จพระราชดำเนินพร้อมด้วยสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ไปทรงเปิดทางคู่ขนานลอยฟ้าถนนบรมราชชนนี เมื่อวันที่ 21 เมษายน พ.ศ. 2541 และทรงพระกรุณาฉายภาพอธิบดีกรมทางหลวง (นายศรีสุข จันทรางศุ) และปลัดกรุงเทพมหานครที่ยืนคู่กัน ณ บริเวณ Joint โดยหลังจากพิธีตัดริบบิ้นแถบแพรเปิดทางแล้ว ทรงประทับรถยนต์พระที่นั่งเสด็จพระราชดำเนินไปตามทางคู่ขนานลอยฟ้าถนนบรมราชชนนีด้วย

นับจากที่โครงการทางคู่ขนานลอยฟ้าบรมราชชนนีแล้วเสร็จ และเปิดดำเนินการเรื่อยมาจนถึงปัจจุบัน ประชาชนต่างได้รับประโยชน์จากเส้นทางนี้เป็นจำนวนมาก โดยเส้นทางนี้สามารถช่วยระบายการจราจรจากพื้นที่ชั้นในของกรุงเทพมหานคร ผ่านสะพานสมเด็จพระปิ่นเกล้าสู่ถนนบรมราชชนนี ถนนสิรินธร และทางหลวงพิเศษสายบางกอกน้อย-นครชัยศรี ทำให้สามารถสัญจรด้วยความสะดวกรวดเร็ว และมีความปลอดภัยมากยิ่งขึ้น เนื่องจากมีช่องจราจรรองรับถึง 16 ช่องจราจร จึงเพิ่มความคล่องตัวให้กับประชาชนผู้ใช้รถใช้ถนน สามารถเดินทางสู่ภาคใต้ ภาคตะวันตก ภาคกลางตอนล่าง และพื้นที่ชานเมืองใกล้เคียงได้เป็นอย่างดี

ทางคู่ขนานลอยฟ้าบรมราชชนนี จึงเป็น ‘ทาง’ หนึ่งที่ช่วยแก้ไขปัญหาการจราจรในเมืองใหญ่อย่างกรุงเทพมหานคร อันเกิดจากสายพระเนตรที่กว้างไกล และพระเมตตาอย่างที่สุด ด้วยแม้จะทรงพระประชวรประทับรักษาพระองค์ ณ โรงพยาบาลศิริราช แต่ยังทรงห่วงใยและยังทรงงานเพื่อประชาชนอยู่อย่างต่อเนื่อง จึงนับเป็นพระมหากรุณาธิคุณแก่ประชาชนคนไทยอย่างหาที่สุดมิได้

609 Total Views 1 Views Today
แสดงความคิดเห็น