“แก้มลิง” ทฤษฏีการแก้ไขปัญหาน้ำท่วมอันเนื่องมาจากพระราชดำริ

ปัญหาน้ำท่วม น้ำหลาก ในช่วงฤดูฝน เป็นปัญหาที่ราษฎรหลายพื้นที่ในเกือบทุกภูมิภาคต้องประสบอยู่เป็นประจำ สร้างความเดือดร้อนยากลำบาก และก่อให้เกิดความสูญเสียทางเศรษฐกิจมากมาย รวมไปถึงการสูญเสียทรัพย์สิน บ้านเรือน หรือแม้แต่ชีวิต

พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชทรงมีความห่วงใยราษฎรในปัญหาที่เกิดขึ้นนี้เสมอมา จึงทรงพยายามศึกษาหาหนทางแก้ไข หลายครั้งที่ทรงเสด็จพระราชดำเนินไปในพื้นที่ประสบปัญหาน้ำท่วม เพื่อทรงศึกษาข้อมูลด้วยพระองค์เอง โดยจะทรงวิเคราะห์ลักษณะทางกายภาพของพื้นที่ และจะทรงหาแนวหนทางแก้ไข โดยพระราชทานพระราชดำริให้หน่วยงานต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องไปดำเนินการ โดยจะทรงคำนึงถึงการเลือกใช้วิธีการต่าง ๆ ที่เหมาะสมกับสภาพพื้นที่ และสมรรถนะของกำลังเจ้าหน้าที่ที่มีอยู่ ตลอดจนงบประมาณค่าใช้จ่ายในส่วนที่เกี่ยวข้องด้วย วิธีการต่าง ๆ ที่ได้พระราชทานพระราชดำริในการแก้ไขปัญหาน้ำท่วม ได้แก่ การก่อสร้างคันกั้นน้ำ การก่อสร้างทางผันน้ำ และการปรับปรุงและตกแต่งสภาพลำน้ำ

เมื่อ พ.ศ. 2538 เกิดน้ำท่วมใหญ่ในเขตกรุงเทพมหานครและปริมณฑล สร้างความเดือดร้อนให้กับประชาชนเป็นจำนวนมาก พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ทรงตระหนักถึงความรุนแรงของอุทกภัยที่เกิดขึ้น จึงมีพระราชดำริ “โครงการแก้มลิง” เมื่อวันที่ 14 พฤศจิกายน พ.ศ. 2538 โดยให้จัดหาสถานที่เก็บกักน้ำตามจุดต่าง ๆ ในกรุงเทพมหานคร เพื่อรองรับน้ำฝนไว้ชั่วคราว เมื่อถึงเวลาที่คลองพอจะระบายน้ำได้จึงค่อยระบายน้ำจากส่วนที่กักเก็บไว้ออกไป

แนวคิดของโครงการแก้มลิงนั้น เกิดจากการที่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ได้พระราชทานพระราชดำริให้มีระบบการบริหารจัดการด้านน้ำท่วมในวิธีการที่ทรงตรัสว่า ‘แก้มลิง’ ซึ่งได้พระราชทานพระราชอรรถาธิบายว่า “ลิงโดยทั่วไปถ้าเราส่งกล้วยให้ ลิงจะรีบปอกเปลือก เอาเข้าปากเคี้ยว แล้วนำไปเก็บไว้ที่แก้มก่อน ลิงจะทำอย่างนี้จนกล้วยหมดหวีหรือเต็มกระพุ้งแก้ม จากนั้นจะค่อย ๆ นำออกมาเคี้ยวและกลืนกินภายหลัง” เปรียบได้กับเมื่อเกิดน้ำท่วมก็มีการขุดคลองต่าง ๆ เพื่อชักน้ำให้มารวมกัน แล้วนำมาเก็บไว้ในพื้นที่ที่สร้างไว้เก็บกักน้ำ อันเปรียบได้กับแก้มลิง แล้วจึงระบายน้ำลงทะเลเมื่อปริมาณน้ำทะเลลดลง โครงการแก้มลิงนอกจากจะช่วยระบายน้ำ และลดความรุนแรงของปัญหาน้ำท่วมในพื้นที่กรุงเทพมหานครและบริเวณใกล้เคียงได้แล้ว ยังมีส่วนช่วยอนุรักษ์น้ำและสิ่งแวดล้อมด้วย เนื่องจากน้ำที่ถูกกักเก็บไว้นั้น เมื่อถึงคราวต้องระบายลงสู่คูคลอง จะไปช่วยบำบัดน้ำเน่าเสียให้เจือจางลง หรือช่วยผลักดันน้ำเสียให้ระบายออกไปได้นั่นเอง
%e0%b9%81%e0%b8%81%e0%b9%89%e0%b8%a1%e0%b8%a5%e0%b8%b4%e0%b8%87-%e0%b8%97%e0%b8%a4%e0%b8%a9%e0%b8%8f%e0%b8%b5%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b9%81%e0%b8%81%e0%b9%89%e0%b9%84%e0%b8%82หลักในการพิจารณาจัดหาพื้นที่กักเก็บน้ำเพื่อเป็นพื้นที่แก้มลิง สำหรับแก้ไขปัญหาน้ำท่วมพื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑลตามพระราชดำริแก้มลิงนั้น จะต้องทราบปริมาตรน้ำผิวดินและอัตราการไหลผิวดินที่มากที่สุดที่จะยอมปล่อยให้ออกได้ในช่วงเวลาฝนตก โดยสิ่งสำคัญคือต้องจัดหาพื้นที่กักเก็บให้พอเพียง เพื่อจะได้ไม่เป็นปัญหาในการระบายน้ำ ปัจจุบันมีแก้มลิงทั้งขนาดเล็ก และขนาดใหญ่กระจายอยู่ทั่วกรุงเทพมหานคร กว่า 20 จุด ซึ่งส่วนใหญ่เป็นพื้นที่ทางฝั่งธนบุรี เนื่องจากมีคลองจำนวนมาก และระบายน้ำออกทางแม่น้ำเจ้าพระยา

ปัจจุบันโครงการแก้มลิงมีการดำเนินการแบ่งเป็น 2 ส่วนคือ โครงการระบายน้ำในพื้นที่ฝั่งตะวันออกของแม่น้ำเจ้าพระยา ซึ่งจะใช้คลองที่ตั้งอยู่ชายทะเลด้านจังหวัดสมุทรปราการ ทำหน้าที่เป็นทางเดินของน้ำ ตั้งแต่จังหวัด สระบุรี พระนครศรีอยุธยา ปทุมธานี นนทบุรี และกรุงเทพมหานคร และส่วนที่สอง คือคลองในพื้นที่ฝั่งตะวันตกของแม่น้ำเจ้าพระยา ซึ่งจะใช้คลองมหาชัย คลองสนามชัย และแม่น้ำท่าจีน ทำหน้าที่เป็นคลองรับน้ำในพื้นที่ตั้งแต่จังหวัดอ่างทอง อยุธยา ปทุมธานี นครปฐม และกรุงเทพมหานคร จากนั้นจึงระบายลงสู่ทะเลด้านจังหวัดสมุทรสาคร และยังมีโครงการแก้มลิง “แม่น้ำท่าจีนตอนล่าง” ที่สามารถช่วยระบายน้ำที่ท่วมให้เร็วขึ้น โดยใช้หลักการควบคุมน้ำในแม่น้ำท่าจีน คือเปิดการระบายน้ำจำนวนมากลงสู่อ่าวไทย เมื่อระดับน้ำทะเลต่ำ

ด้วยน้ำพระราชหฤทัยที่ทรงห่วงใยพสกนิกรภายใต้ร่มพระบารมีของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช จนเกิดเป็น “โครงการแก้มลิง” ที่ช่วยแก้ไขวิกฤต และบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชนในกรุงเทพมหานครและปริมณฑลให้เบาบางลงได้ โดยอาศัยเพียงวิธีการทางธรรมชาตินั้น มิเพียงแต่จะช่วยแก้ปัญหาน้ำท่วมในกรุงเทพมหานครและปริมณฑลเท่านั้น แต่ยังถูกนำไปใช้เพื่อแก้ไขปัญหาน้ำท่วมในพื้นที่ต่างๆ ทั่วประเทศ และยังช่วยแก้ปัญหาหรือบรรเทาความเดือดร้อนอันเนื่องมาจากภัยแล้งได้อีกด้วย ทั้งหมดนี้จึงแสดงให้เห็นประจักษ์ชัดถึงพระปรีชาสามารถในด้านการบริหารจัดการน้ำของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช…ที่ยากจะมีผู้ใดเสมอเหมือน

401 Total Views 2 Views Today
แสดงความคิดเห็น