เปิดบทสนทนาพระราชปุจฉา ในหลวง ร.9

ในหลวง รัชกาลที่ 9 พระราชปุจฉา พระพรหมมุนี ขณะทรงพระผนวช แต่ก็ต้องดำรง “พระภิกษุพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว” จะเป็นเพียงแค่ทรงจีรภิกษุเท่านั้นหรือไม่

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9 ทรงพระผนวช เมื่อพุทธศักราช 2499 ทรงได้รับพระสมณฉายาว่า “ภูมิพโล” ซึ่งขณะนั้นได้ทรงพระผนวชเป็นเวลา 15 วัน

ตลอดระยะเวลา 15 วัน ระหว่างวันที่ 22 ตุลาคม พ.ศ. 2499 ถึง 5 พฤศจิกายน พ.ศ. 2499 ที่ทรงพระผนวช พระภิกษุพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9 มีพระพรหมมุนี (ผิน สุวโจ) ขึ้นถวายธรรมมะ โดยความตอนหนึ่ง ขณะพระพรหมมุนีเฝ้า ถวายธรรมะ เรื่อง “สังขาร”  พระภิกษุพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9 ได้มีพระราชปุจฉาว่า

“…ขณะที่ทรงพระผนวชอยู่นี้ เรียกกันว่า “พระภิกษุพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว” โดยที่ทรงดำรงฐานะพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวก็ยังอยู่ เป็นเพียงทรงจีวรภิกษุเท่านั้น…”

ความเห็นจากพระพรหมมุนี (ผิน สุวโจ) ได้ถวายพระองค์ว่า เรื่องนี้ธรรมมะเรียกว่า สมมติซ้อนสมมติ สัจจะซ้อนสัจจะ ความเป็นพระเจ้าแผ่นดินก็เป็นสมมติอย่างหนึ่งเรียกว่า “สมมติเทพ” ความเป็นภิกษุก็เป็นสมมติอย่างหนึ่งซ้อนขึ้นในสมมติเทพนั้น ในการเช่นนี้ผู้ปฏิบัติต้องปฏิบัติตนให้เหมาะสมกับสมมตินั้น ๆ เช่น เมื่อได้รับสมมติพระภิกษุแล้วก็ต้องปฏิบัติตามสิกขาบทวินัยของพระภิกษุโดยเคร่งครัด จักปฏิบัติแต่หน้าที่สมมติเทพอย่างเดียวไม่ได้ แต่ถ้าหน้าที่ของสมมติเทพที่ไม่ขัดกับสิกขาบทวินัยก็อาศัยได้ เช่นคำที่เรียกว่า “เสวย สรง บรรทม” เป็นต้น ยังใช้ได้

%e0%b9%80%e0%b8%9b%e0%b8%b4%e0%b8%94%e0%b8%9a%e0%b8%97%e0%b8%aa%e0%b8%99%e0%b8%97%e0%b8%99%e0%b8%b2%e0%b8%9e%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%a3%e0%b8%b2%e0%b8%8a%e0%b8%9b%e0%b8%b8%e0%b8%88%e0%b8%89%e0%b8%b2

พระภิกษุพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9 ยังได้มีพระราชปุจฉาต่อว่า “…คนที่มีใจเหี้ยม ฆ่าคนแล้วไม่รู้สึกอะไรนั้น จัดเป็นบุคคลประเภทไหน ทำไมบางคนสร้างกรรมในชาตินี้ไว้มาก จึงยังไม่ได้รับผลของกรรมนั้น กลับเจริญมีความสุขอยู่ได้…”

พระพรหมมุนี (ผิน สุวโจ) ถวายพระองค์ว่า ที่เขายังมีความเจริญและความสุขอยู่นั้น ก็เพราะว่ากรรมชั่วที่ทำนั้นยังไม่ให้ผล ถึงกระนั้น บุคคลผู้ทำกรรมชั่วย่อมจะได้รับความเดือดเนื้อร้อนใจภายหลัง ที่เรียกว่า “วิปปฏิสาร”

บางกรณีก็อาศัยผลของกรรมที่สร้างมาแต่ปางก่อน ประกอบการกระทำซึ่งประกอบด้วย สติ ปัญญา วิริยะ เมื่อดีก็ดีเลิศ เลวก็เลวที่สุด

พระภิกษุพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9 ยังพระราชปุจฉาทิ้งทายอีกว่า “…ทำอย่างไรจะระลึกได้ซึ่งชาติก่อนและชาติหน้า…”

พระพรหมมุนี (ผิน สุวโจ) ถวายว่า จะต้องบำเพ็ญตนเองให้สูงขึ้นในการปฏิบัติธรรม และอบรมจิตของตนเองให้สูงขึ้นเรื่อย ๆ เป็นลำดับต่อไป เช่น เด็ก ๆ ระลึกหรือจำวันก่อนไปไม่ได้ ครั้นเจริญวัยก็จำเหตุการณ์ได้บ้าง และเห็นกาลในอนาคตบ้าง เมื่อเจริญเต็มที่แล้วก็เห็นเหตุทั้งเหตุในอดีตและอนาคตอันไกล

1026 Total Views 2 Views Today
แสดงความคิดเห็น