บรรยากาศวันประสูติ สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร

หม่อมราชวงศ์ สุมนชาติ สวัสดิกุล เล่าว่า “พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช ทรงมีพระกิริยาตื่นเต้นเป็นพิเศษ” หลังจากทราบว่าพระราชินีมีประสูติเป็นสมเด็จเจ้าฟ้าชาย

ในที่สุดวันเวลาแห่งการรอคอยอย่างกระวนกระวายใจของประชาชนที่มีความจงรักภักดีในเบื้องพระยุคลบาทว่า สมเด็จพระบรมราชินีอันเป็นที่รักของเขา จะประสูติพระราชโอรสหรือพระราชธิดาก็มาถึง

ณ วันจันทร์ที่ 28 กรกฎาคม พ.ศ. 2495 บริเวณสนามเสือป่า กองทัพบกเตรียมปืนใหญ่จำนวน 4 กระบอก พร้อมที่จะยิงสลุตเฉลิมพระเกียรติ รถวิทยุของกองทัพเรือ พร้อมที่จะส่งข่าวบอกไปยังเรือรบหลวงสุโขทัย ให้ยิงสลุตไปพร้อม ๆ กัน สถานีวิทยุเคลื่อนที่ของกรมประชาสัมพันธ์ ซึ่งตั้งอยู่ ณ พระที่นั่งอัมพรสถาน พระราชวังดุสิต เตรียมพร้อมที่จะแจ้งข่าวการประสูติไปสู่ประชาชนตั้งแต่เช้า

ตามโบราณราชประเพณี หากประสูติเจ้าฟ้าชายและเป็นเวลากลางวัน คือไม่เกิน 18.00 น. จะยิงปืนใหญ่เฉลิมพระเกียรติ 21 นัด แต่หากเลยเวลา 18.00 น. จะเลื่อนยิงสลุตเป็นวันรุ่งขึ้น หากเป็นเจ้าฟ้าหญิงจะไม่ยิง

เวลา 11.30 น. สถานีวิทยุกระจายเสียงเคลื่อนที่ของกรมประชาสัมพันธ์ ได้ออกแถลงการณ์ของสำนักพระราชวังมีใจความว่า

“เช้าวันนี้ สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีได้ประชวรพระครรภ์ พระบรมวงศานุวงศ์ คณะรัฐบาล ข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ กรรมการแพทย์ และสักขีพยานประสูติ ได้มาประชุมพร้อมเพรียงกัน ณ พระที่นั่งอัมพรสถาน พระราชวังดุสิต กรรมการแพทย์คาดการณ์ว่าสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี จะได้ประสูติพระเจ้าลูกยาเธอในบ่ายวันนี้”

ทันทีที่สถานีวิทยุประกาศออกไป ประชาชนที่คอยฟังข่าว เริ่มทยอยกันไปยังบริเวณสนามเสือป่า และบริเวณพระบรมรูปทรงม้า เบื้องหน้าพระที่นั่งอัมพรสถาน พระราชวังดุสิต อย่างหนาแน่นเพื่อจะคอยฟังข่าวการประสูติให้ใกล้ชิด โดยตลอดเวลาตั้งแต่มีการประกาศประชาชนต่างไม่เป็นอันทำอะไร คอยเงี่ยหูฟังข่าวอย่างกระตือรือร้น จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานเครื่องอัดเสียงซึ่งบันทึกเพลงพระราชนิพนธ์ให้เปิดกระจายเสียงแก่ประชาชนสลับกับการแจ้งข่าวประสูติตลอดเวลา

และแล้ว … . เสียงยิงสลุตเฉลิมพระเกียรติ แตรวงของกองทัพบกบรรเลงเพลงสรรเสริญพระบารมีก็ดังขึ้น สัญลักษณ์เช่นนี้ทุกคนรู้ว่า สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินี ประสูติพระราชโอรสเป็นแน่แท้ ประชาชนและข้าราชการทั้งหลายที่อยู่บริเวณสนามเสือป่า และบริเวณลานพระบรมรูปทรงม้า ต่างร้องบอกกล่าวกันอย่างเซ็งแซ่ “ประสูติแล้ว…ได้โอรสแน่ ๆ” เสียงดีใจนั้นสับสนทั่วบริเวณพร้อมกับเสียงโห่ร้องดังก้องสนั่นหวั่นไหว โดยกรมประชาสัมพันธ์ ที่คุณแม่น ชลานุเคราะห์ เป็นโฆษกของสถานีวิทยุเครื่องที่อยู่นั้นได้ประกาศข่าวว่า

“วันนี้เวลา 17.45 น. ณ พระที่นั่งอัมพรสถาน พระราชวังดุสิต สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินี ได้ประสูติพระโอรสโดยสวัสดิภาพ นายแพทย์ตรวจพระอาการรายงานว่า ทั้งสมเด็จพระนางเจ้าฯ และพระราชกุมาร มีพระอาการทรงสำราญดีทั้งสองพระองค์”

ทันใดนั้น ในเวลามหามงคลฤกษ์ พระพิรุณได้เริ่มโปรยลงมาเป็นละออง แผ่ความฉ่ำชื่นดังประหนึ่งน้ำเกร็ดน้ำทิพย์จากสวรรค์ เสียงไชโย ของพระบรมวงศานุวงศ์ ตลอดจนข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ที่เข้าเฝ้าทูลละอองธุลีพระบาท พระที่นั่งอัมพรสถาน พระราชวังดุสิต ก็ได้ดังขึ้น พร้อมประชาชนที่เงี่ยหูฟังรับข่าวกระประสูติอย่างกระวนกระวายใจ

เมื่อข่าวการประสูตพระราชโอรสแพร่ออกไป ภาพที่เห็นอยู่ตามท้องถนนทั่วไปคือประชาชนทั้งหญิง และชาย ต่างกระโดดโลดเต้นด้วยความยินดี เสียงไชโยโห่ร้องดังไปทั่วทุกแห่งหน

หม่อมราชวงศ์ สุมนชาติ สวัสดิกุล ได้เล่าลงในหนังสือ “วงวรรณคดี” ฉบับเดือนกันยายน พ.ศ. 2495 มีความน่าสนใจว่า  สมเด็จพระนางเจ้าฯ ประชวรพระครรภ์มาตั้งแต่ เวลา 09.08 น. และประชวรเป็นระยะ ๆ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9 ประทับคอยฟังข่าวด้วยความเร่าร้อนพระราชหฤทัยอยู่ในห้องที่อยู่ติดกับแพทย์กำลังถวายการประสูติ ที่มีแต่นายแพทย์หม่อมหลวง เกษตร สนิทวงศ์ และนางพยาบาลผู้ช่วยประสูติ 3 คน คือ นางสาว ถวิลหวัง ทุติยโพธิ์ นางสาวอาบ สุคันธนาค และนางสาวประเทือง เกาไศยนันท์ ขณะที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช และพระบรมวงศานุวงศ์ คณะรัฐมนตรี คณะองค์มนตรี และข้าราชการชั้นผู้ใหญ่รออยู่ภายนอก

ทุกคนต่างทราบการประสูติแล้ว ตรงที่ได้ยินพระสุรเสียงของสมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอ และในทันทีที่มีผู้บอกว่าเป็นสมเด็จเจ้าฟ้าชาย พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช ทรงมีพระกิริยาตื่นเต้นเป็นพิเศษ แล้วทั้งหมดก็เปล่งเสียงไชโยขึ้น 3 ครั้ง และกระโดดโลดเต้นขึ้นพร้อมกันโดยไม่ได้นัดหมาย ดังสนั่นไปทั้งพระที่นั่งอัมพรสถาน พระราชวังดุสิต และยังดังสะท้อนมาสู่ประชาชนที่ออกันแน่นขนัดบริเวณสนามเสือป่าอย่างชัดเจน

7859 Total Views 2 Views Today
แสดงความคิดเห็น