เรือใบตระกูลมด นวัตกรรมกีฬาเพื่อคนไทย

ด้วยทรงเล็งเห็นว่าการจะพัฒนาประเทศไทยให้ก้าวหน้าและประชาชนอยู่อย่างผาสุกนั้น งานทุกด้านล้วนมีความสำคัญและเกี่ยวข้องสอดคล้องกัน พระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชจึงแผ่ไปในทุกด้านของงานพัฒนา

แม้แต่วงการกีฬาได้รับพระมหากรุณาธิคุณอันไพศาลนั้น โดยทรงพระราชทานพระราชดำรัสเกี่ยวกับการกีฬาไว้ว่า “การกีฬามีความสำคัญเป็นอย่างยิ่งสำหรับชีวิตของแต่ละคนและชีวิตบ้านเมือง” พระราชดำรัสนี้แสดงให้เห็นถึงพระราชปณิธานในเรื่องการส่งเสริมการกีฬา ว่าเป็นสิ่งจำเป็นและเป็นส่วนสำคัญอย่างยิ่งในการพัฒนาบุคคลและประเทศชาติ จึงทรงส่งเสริมกีฬาทุกประเภท โดยทรงรับการแข่งขันกีฬาเอเชียนเกมส์ ครั้งที่ 5, 6 และ 8 รวมทั้งกีฬาแหลมทอง ครั้งที่ 4, 8 และ 13 ซึ่งเป็นกีฬาระดับนานาชาติไว้ในพระบรมราชูปถัมภ์ ตลอดจนทรงเป็นองค์ราชูปถัมภ์ของสมาคมกีฬาสมัครเล่นหลายสมาคมอีกด้วย

พระอัจฉริยภาพหนึ่งของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ก็คือการเล่นกีฬา ทรงโปรดการเล่นกีฬามาตั้งแต่ทรงพระเยาว์ กีฬาที่ทรงโปรด ได้แก่ เรือใบ แบดมินตัน และสกีน้ำแข็ง โดยจะทรงศึกษาข้อมูลของกีฬาแต่ละประเภทอย่างละเอียด และทรงฝึกฝนจนปฏิบัติได้ดี เป็นที่น่าสังเกตว่ากีฬาที่ทรงโปรดนั้น มักจะเป็นกีฬาที่ต้องอาศัยความรู้รอบตัวและเทคนิคไหวพริบ ผนวกกับความรู้ความเข้าใจอย่างถ่องแท้ในกีฬาประเภทนั้น ๆ

กีฬาเรือใบนับเป็นกีฬาที่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชทรงโปรดเป็นพิเศษ นอกจากการทรงเรือใบแล้ว ยังทรงออกแบบและประดิษฐ์เรือใบยามว่างออกมาหลายรุ่น เรือใบฝีพระหัตถ์ลำแรกที่ทรงต่อเองนั้นเป็นเรือใบพระที่นั่งเอ็นเตอร์ไพร์ส (Enterprise) พระราชทานชื่อเรือว่า “ราชปะแตน” ต่อมาทรงต่อเรือใบประเภทโอเคขึ้นอีก พระราชทานชื่อว่า “นวฤกษ์” ซึ่งเรือนวฤกษ์นี้เองที่ทรงนำมาใช้ในการแข่งขันกีฬาเรือใบในกีฬาแหลมทอง ครั้งที่ 4 ซึ่งประเทศไทยเป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขัน และทรงชนะเลิศการแข่งขันเรือใบประเภทโอเค (OK) ในครั้งนั้นด้วย แสดงให้เห็นประจักษ์ชัดถึงพระปรีชาสามารถในการทรงเรือใบ ทรงเป็นพระมหากษัตริย์ไทยพระองค์แรกและพระองค์เดียวในทวีปเอเชีย ที่ได้รับรางวัลชนะเลิศการแข่งขันเรือใบนานาชาติ จนเป็นที่ยอมรับและจารึกไว้ในประวัติศาสตร์วงการกีฬาระดับโลก

นอกจากนี้ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชยังทรงออกแบบและต่อเรือใบด้วยพระองค์เองอีกหลายลำ เป็นเรือใบประเภทมอธ (Moth) ซึ่งเป็นเรือที่กำหนดความยาวตัวเรือไม่เกิน 11 ฟุต เนื้อที่ใบไม่เกิน 75 ตารางฟุต ส่วนความกว้างของเรือ รูปร่างลักษณะของเรือ ความสูงของเสา สามารถออกแบบได้โดยไม่จำกัด วัสดุที่ใช้สร้างเรืออาจทำด้วยโลหะ ไฟเบอร์กลาส หรือไม้ก็ได้  ซึ่งเรือใบที่ทรงออกแบบและทรงต่อด้วยพระองค์เองในระหว่าง พ.ศ. 2509-2510 นี้เอง ที่เป็นจุดกำเนิดของเรือใบที่พระราชทานชื่อว่า “เรือมด เรือซูเปอร์มด และเรือไมโครมด” โดยทรงมีรับสั่งว่า “ที่ชื่อมดนั้นเพราะมันกัดเจ็บ ๆ คัน ๆ ดี” เรือใบมดนี้พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชทรงออกแบบให้มีลักษณะเหมาะสมกับคนไทย โดยมีขนาดตัวเรือยาว 11 ฟุต กว้าง 4 ฟุต 7 นิ้ว เสาเดี่ยว เนื้อที่ใบ 72 ตารางฟุต มีน้ำหนักเบาจึงสะดวกในการเคลื่อนย้าย อีกทั้งยังเก็บรักษาง่าย มีคุณสมบัติว่องไว แล่นได้เร็ว และมีราคาถูก ข้อดีต่าง ๆ นี้ทำให้เรือใบมดที่ทรงออกแบบนั้นได้มาตรฐาน จึงทรงจดลิขสิทธิ์เป็นสากลประเภท International Moth Class ที่ประเทศอังกฤษ

พระอัจฉริยภาพด้านการต่อเรือใบของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชยังมิมีเพียงเท่านั้น ด้วยยังทรงต่อเรือใบขึ้นมาอีกลำหนึ่งเป็นเรือใบประเภทโอเค (OK) พระราชทานชื่อเรือว่า “VEGA” หรือ “เวคา” (เป็นชื่อดาวที่สุกใสดวงหนึ่ง) และทรงใช้เรือลำนี้เสด็จฯ ข้ามอ่าวไทยจากพระราชวังไกลกังวล หัวหิน ไปขึ้นฝั่งที่หาดเตยงามในหน่วยบัญชาการนาวิกโยธิน เมื่อวันที่ 19 เมษายน พ.ศ. 2509 ซึ่งต่อมาทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานหางเสือเรือเวคาเพื่อเป็นรางวัลนิรันดรในการแข่งขันเรือใบระยะทางไกลของประเทศไทย นอกจากนี้ยังทรงก่อตั้งสโมสรเรือใบส่วนพระองค์ขึ้นคือ “สโมสรจิตรลดายอร์ชสควอดรอน” และยังทรงมีพระมหากรุณาธิคุณรับสโมสรเรือใบต่าง ๆ มาไว้ในพระบรมราชูปถัมภ์ เช่น สโมสรเรือใบราชวรุณ สโมสรเรือใบกรมอู่ทหารเรือ สโมสรเรือใบฐานทัพเรือสัตหีบ สโมสรเรือใบนาวิกโยธิน และสโมสรเรือใบกองเรือยุทธการ เป็นต้น

นับเป็นพระอัจฉริยภาพ พระปรีชาสามารถ และพระมหากรุณาธิคุณที่ทรงมีต่อวงการกีฬาเรือใบ ที่ทำให้เกิดการพัฒนาและก้าวหน้ามาเป็นลำดับ และเรือใบตระกูลมดลำสุดท้ายที่ทรงออกแบบคือ เรือใบ “แบบไมโครมด” นั้น ก็ได้รับความนิยมในหมู่นักแล่นเรือใบมาจนถึงปัจจุบัน

922 Total Views 1 Views Today
แสดงความคิดเห็น