แนวพระราชดำริเกี่ยวกับการพัฒนาด้านปศุสัตว์

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดชฯ ทรงสนพระราชหฤทัยในกิจการเกี่ยวกับการเกษตรในทุกด้านรวมทั้งด้านปศุสัตว์

บ่อยครั้งที่พระองค์เสด็จฯ เยี่ยมราษฎรในท้องถิ่นทุรกันดารห่างไกลจากการคมนาคม พระองค์ได้มีพระราชดำริเกี่ยวกับการเลี้ยงสัตว์ทั้งด้านปศุสัตว์และสัตว์ปีก พร้อมทั้งพระราชทานสิ่งของต่าง ๆ รวมทั้งพันธุ์สัตว์ เพื่อให้ราษฎรได้มีโอกาสนำไปขยายพันธุ์ด้วย

พระองค์ทรงเห็นว่า ในพื้นที่ที่เหมาะสมนั้นเมื่อทำการเพาะปลูกแล้วควรทำการเลี้ยงสัตว์ควบคู่กันไปด้วย เพื่อเกษตรกรจะได้ใช้ผลิตผลพลอยได้หรือสิ่งเหลือทิ้งจากการเพาะปลูกในการเลี้ยงสัตว์ให้เป็นประโยชน์ เช่น มูลของสัตว์ก็สามารถใช้ในการบำรุงดิน ซึ่งจะช่วยให้ผลผลิตทางด้านการเพาะปลูกได้ผลดียิ่งขึ้น และสามารถทำเป็นแบบอย่างหรือแนวทางให้เกษตรกรในเขตที่มีสภาพและสิ่งแวดล้อมใกล้เคียงหรือคล้ายคลึงกัน นำไปใช้เป็นการส่งเสริมและพัฒนาอาชีพการเลี้ยงสัตว์และการเพาะปลูกของเกษตรกรให้เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น และนอกจากนี้ หากมีมูลสัตว์มากเพียงพอก็สามารถนำไปหมักเพื่อให้ได้ก๊าซชีวภาพมาใช้เป็นพลังงานในบ้านได้ด้วย

ในพื้นที่บางแห่งมีพื้นที่สำหรับการเพาะปลูกน้อย ทรงเห็นว่าควรดำเนินการในลักษณะการพัฒนาการเลี้ยงสัตว์ทุกรูปแบบ เช่น โครงการพัฒนาการเลี้ยงสัตว์ที่จังหวัดแม่ฮ่องสอน ซึ่งบางแห่งพื้นที่ดินไม่สามารถทำการเพาะปลูกพืชอย่างอื่นได้ พระองค์ก็มีพระราชดำริให้ปรับปรุงจัดทำเป็นทุ่งหญ้าสาธารณะสำหรับเลี้ยงสัตว์เพื่อเกษตรกรใช้เลี้ยงสัตว์ร่วมกัน ให้เกิดประโยชน์มากที่สุดเท่าที่จะมากได้

ลักษณะแนวการดำเนินงานตามโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ ซึ่งยังประโยชน์ให้แก่เกษตรกรในด้านการพัฒนาการเลี้ยงสัตว์ พอสรุปได้ดังนี้

1.การเลี้ยงสัตว์เพื่อสาธิต
ได้แก่การนำสัตว์ต่าง ๆ เช่น โค กระบือ สุกร แกะ แพะ เป็ด ไก่ ฯลฯ มาเลี้ยงเพื่อเป็นการสาธิตแก่เกษตรกร เพื่อให้เกษตรกรที่สนใจได้มีโอกาสศึกษาหาความรู้เกี่ยวกับการเลี้ยงสัตว์

2.การปลูกพืชอาหารสัตว์
เพื่อให้เกษตรกรรู้จักพันธุ์พืชอาหารสัตว์ วิธีการปลูก การเก็บเกี่ยวพันธุ์พืชอาหารสัตว์ ตลอดจนวิธีการเก็บถนอมรักษาพืชอาหารสัตว์ไว้เลี้ยงสัตว์ในยามขาดแคลน

3.การปรับปรุงพันธุ์สัตว์
ให้บริการในด้านการผสมพันธุ์สัตว์ ทั้งการผสมพันธุ์โดยใช้พ่อพันธุ์ และการผสมเทียม เพื่อให้เกษตรกรมีสัตว์พันธุ์ดีไว้เลี้ยงขยายพันธุ์ ตลอดจนบริการตอนสัตว์ที่มีลักษณะไม่ดีไม่เหมาะที่จะใช้พันธุ์ เพื่อไม่ให้สัตว์นั้นแพร่ขยายพันธุ์ต่อไป

4.การป้องกัน กำจัด โรคและพยาธิของสัตว์
โดยบริการฉีดวัคซีนป้องกันโรคสัตว์ รักษาโรค และถ่ายพยาธิ ให้แก่สัตว์ ตลอดจนการอบรมเกษตรกรให้มีความรู้เบื้องต้นในการดูแลรักษาสัตว์ด้วย

5.การส่งเสริมและเผยแพร่ ได้แก่
– แจกจ่ายสัตว์พันธุ์ดีให้แก่เกษตรกรที่ยากจน
-จำหน่ายสัตว์พันธุ์ดีให้แก่เกษตรกรในราคาถูก
-ให้ยืมพันธุ์สัตว์เพื่อการผลิต เพื่อให้เกษตรกรที่ยากจนมีโอกาสได้สัตว์พันธุ์ดีไว้เลี้ยงขยายพันธุ์ต่อไป
-ให้เช่าโค กระบือ เพื่อใช้แรงงานในการทำนาทำไร่
-ให้เช่าซื้อโค กระบือ เพื่อเกษตรกรที่ยากจนได้มีโอกาสเป็นเจ้าของโค กระบือ
-แจกพันธุ์พืชอาหารสัตว์ให้แก่เกษตรกรนำไปเลี้ยงสัตว์ในยามขาดแคลนพืชอาหารสัตว์
-จัดฝึกอบรมเกษตรกร เพื่อให้มีความรู้เกี่ยวกับการเลี้ยงสัตว์ การปลูกพืชอาหารสัตว์ ตลอดจนการสุขาภิบาลสัตว์ และการป้องกันกำจัดโรคติดต่อสัตว์
-แนะนำส่งเสริมให้เกษตรกรให้รู้จักนำผลพลอยได้ หรือเศษวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตร เช่น ข้าวเปลือก ฟางข้าว หรือเศษอาหารในครัวเรือน นำมาใช้เป็นอาหารสัตว์ และแนะนำเกษตรกรให้รู้จักใช้อาหารสัตว์ที่หาได้ง่ายในท้องถิ่นมาเลี้ยงสัตว์เป็นการประหยัดรายจ่าย และให้เกษตรกรเลี้ยงสัตว์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ เป็นการเพิ่มรายได้ให้แก่เกษตรกรอีกทางหนึ่ง

6.งานทดลองค้นคว้าวิจัย
ให้มีการค้นคว้า วิจัย เพื่อนำผลผลิตที่ได้จากการค้นคว้าวิเคราะห์ วิจัย มาปรับปรุงใช้ให้เหมาะสมกับสภาพของท้องถิ่น เพื่อให้เกษตรกรได้มีโอกาสเลือกประกอบอาชีพที่เหมาะสมกับสภาพของท้องถิ่นของตน
โครงการพัฒนาการเลี้ยงสัตว์ในโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ ที่กล่าวมานั้น ล้วนแต่ยังประโยชน์ให้แก่เกษตรกรอย่างมากมายมหาศาล ทำให้เกษตรกรได้มีพันธุ์สัตว์ที่ดีไปเลี้ยงและขยายพันธุ์เพื่อการบริโภคในครัวเรือนและนำไปขายเป็นรายได้ นอกจากนี้ก็ได้รับความรู้ในการเลี้ยงและสุขาภิบาลสัตว์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในด้านการพัฒนาการเลี้ยงสัตว์ควบคู่ไปกับการเพาะปลูก ซึ่งเป็นเกษตรกรที่ยากจนหรือผู้เลี้ยงสัตว์แบบหลังบ้าน โดยมุ่งใช้ผลพลอยได้จากการเพาะปลูก เช่น เศษผัก รำ เศษพืชอื่น ๆ ผลไม้คัดทิ้งมาใช้ในการเลี้ยงสัตว์ และมูลสัตว์ น้ำล้างคอก ก็ใช้เป็นปุ๋ยสำหรับพืชได้ แทนที่จะทิ้งให้สูญเสียไปโดยเปล่าประโยชน์

จากแนวพระราชดำริเกี่ยวกับการพัฒนาการปศุสัตว์ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดชฯ สามารถยกระดับอาชีพเกษตรกรรม แก้ปัญหาให้เกษตรกรที่ประสบปัญหาการขาดแคลนที่ดินทำกิน ปัญหาด้านภัยธรรมชาติ รวมทั้งปัญหาด้านการตลาด มีรายได้ไม่แน่นอน ซึ่งการนำอาชีพการเลี้ยงสัตว์เข้ามาช่วยเสริมจะเป็นการแก้ไขปัญหาดังกล่าวได้มาก โดยเฉพาะกับเกษตรกรรายย่อย หรือเกษตรกรที่ยากจน ซึ่งแนวพระราชดำริของพระองค์ท่านเน้นหลักวิชาการที่ถูกต้องทันสมัย สอดคล้องกับภูมิปัญญาดั้งเดิม สามารถแก้ปัญหาได้ตรงจุด ให้มีการเรียนรู้ด้วยการปฏิบัติจริง เกษตรกรสามารถพัฒนาได้ด้วยตนเอง เป็นแนวทางที่มั่นคงและยั่งยืนอย่างแท้จริง

เรียบเรียงจาก : หนังสือพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช กับงานพัฒนา

1239 Total Views 7 Views Today
แสดงความคิดเห็น