“สมเด็จจิตรลดา” พระพิมพ์ส่วนพระองค์

พระสมเด็จจิตรลดา หรือ พระกำลังแผ่นดิน เดิมเรียกว่า พระพิมพ์ที่ฐานพระพุทธนวราชบพิตร เป็นพระเครื่องที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดชฯ ทรงสร้างด้วยพระหัตถ์ของพระองค์เอง พระราชทานแก่ทหาร ตำรวจข้าราชการ และพลเรือน ในช่วงระหว่าง พ.ศ. 2508-2513

พระสมเด็จจิตรลดา เป็นพระพิมพ์ส่วนพระองค์ที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดชฯ ทรงสร้าง ขนาดฐานกว้าง 2 เซนติเมตร ทรงออกแบบด้วยพระองค์เอง ประกอบด้วยผงศักดิ์สิทธิ์ส่วนพระองค์ และมวลสารศักดิ์สิทธิ์จากทั่วราชอาณาจักร เพื่อประดิษฐานไว้ที่ฐานพระพุทธนวราชบพิตร และพระราชทานแก่ข้าราชบริพาร ทหาร ตำรวจ ที่ปฏิบัติราชการ และต่อมามีผู้ขอรับพระราชทานจำนวนมากขึ้น จงทรงสร้างเพิ่มเติมรวมไม่เกินกว่า 3,000 องค์

เดือนสิงหาคม พุทธศักราช 2508 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดชฯ มีพระราชประสงค์ให้ศาสตราจารย์ไพฑูรย์ เมืองสมบูรณ์ แกะแบบแม่พิมพ์พระพุทธรูปบนหินลับมีดโกน (หินทราย) เป็นแม่พิมพ์ลึกรูปทรงสามเหลี่ยมหน้าจั่ว กว้าง 2 เซนติเมตร สูง 3 เซนติเมตร แล้วใช้ดินน้ำมันกดลงบนแม่พิมพ์นั้นเพื่อถอดแบบองค์พระพุทธรูปพิมพ์ทูลเกล้าทูลกระหม่อมเพื่อถวายทอดพระเนตร ได้มีพระบรมราชวินิจฉัยตกแต่งแก้ไขหลายครั้งจนได้แม่พิมพ์ที่สมบูรณ์

จากนั้นทรงนำแม่พิมพ์ต้นแบบไปหล่อด้วยเคมีภัณฑ์ที่ทรงทดลอง โดยมีพื้นฐานจากเคมีภัณฑ์ของประเทศอังกฤษ เมื่อทรงทดลองผสมจนสามารถหล่อแบบได้ละเอียดคมชัดและขนาดไม่ผิดเพี้ยนจากแม่พิมพ์ต้นแบบแล้ว ทรงหล่อต้นแบบพระพุทธรูปพิมพ์ขึ้นจำนวนหนึ่ง นำไปเรียงบนภาชนะเพื่อหล่อแม่พิมพ์ยาง จากนั้นได้ทรงบรรจุผงศักดิ์สิทธิ์ต่าง ๆ ทั้งที่เป็นส่วนพระองค์และจากจังหวัดต่าง ๆ ทั่วราชอาณาจักร ที่กระทรวงมาหาดไทยดำเนินการจัดหามาทูลเกล้าทูลกระหม่อมถวายสร้างขึ้นเป็นพระพิมพ์ส่วนพระองค์

ผงศักดิ์สิทธิ์ส่วนพระองค์ที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดชฯ นำมาประกอบในการหล่อพระพิมพ์ส่วนพระองค์ ได้แก่

1.ดอกไม้แห้งจากพวงมาลัยที่ประชาชนทูลเกล้าทูลกระหม่อมถวาย ในการเสด็จพระราชดำเนินไปทรงเปลี่ยนเครื่องทรงพระพุทธมหามณีรัตนปฏิมากร และได้ทรงแขวนไว้ที่องค์พระตลอดเทศกาล จนถึงคราวเปลี่ยนเครื่องทรงใหม่ได้โปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้รวบรวมดอกไม้แห้งนี้ไว้

2.เส้นพระเจ้า (เส้นผม) ซึ่งเจ้าหนักงานได้รวบรวมไว้หลังจากทรงพระเครื่องใหญ่ (ตัดผม) ทุกครั้ง

3.ดอกไม้แห้งจากพวกมาลัยที่แขวนพระมหาเศวตฉัตรและด้ามพระแสงขรรค์ชัยศรีในพระราชพิธีฉัตรมงคล

4.สี ซึ่งทรงขูดจากผ้าใบเมื่อทรงงานจิตรกรรมฝีพระหัตถ์

5.ชันและสี ซึ่งทรงขูดจากเรือใบฝีพระหัตถ์ ขณะทรงขัดตกแต่งเรือดังกล่าว
ในชั้นต้น มีพระราชประสงค์ประดิษฐานพระพิมพ์ส่วนพระองค์ไว้ที่ฐานบัวหงาย ด้านหน้าพระพุทธนวราชบพิตรที่เตรียมพระราชทานไปยังจังหวัดต่าง ๆ และพระราชทานแก่ข้าราชบริพารฝ่ายใน ราชองครักษ์ และผู้เสียสละปฏิบัติหน้าที่เสี่ยงภัยเพื่อประเทศชาติ ภายหลังเมื่อมีผู้ขอพระราชทานจึงทรงสร้างขึ้นเพิ่มเติมรวมไม่เกินกว่า 3,000 องค์ ในช่วงพุทธศักราช 2508-2512 เป็นที่รู้จักกันต่อมาในนามพระกำลังแผ่นดิน หลวงพ่อจิตรลดา และพระสมเด็จจิตรลดา

ในการพระราชทานพระพิมพ์ส่วนพระองค์ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดชฯ มีพระบรมราโชวาทให้นำไปอธิษฐานปิดทองคำเปลวด้านหลังองค์พระ และประพฤติตนอยู่ในศีลธรรม บำเพ็ญตนเป็นประโยชน์โดยไม่มุ่งหวังว่าจะมีผู้ใดรู้เห็นเชิดชู จากนั้น สำนักพระราชวังแจ้งให้ไปรับเอกสารกำกับ เป็นเอกสารกว้าง 12.7 เซนติเมตร ยาว 15.8 เซนติเมตร มีภาพพระพิมพ์ส่วนพระองค์ประกอบ ขนาดโตกว่าองค์จริงเล็กน้อย พร้อมตราจักรี (จักรและตรี) ระบุลำดับที่ ชื่อผู้รับ พระราชทาน วันที่ เดือน พ.ศ. ที่ได้รับพระราชทาน

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดชฯ ทรงสร้างพระพิมพ์ส่วนพระองค์ 2 ขนาด คือ พิมพ์ใหญ่ กว้าง 2 เซนติเมตร สูง 3 เซนติเมตร และพิมพ์เล็ก สำหรับบุตรหลานข้าราชบริพาร กว้าง 1.2 เซนติเมตร สูง 1.9 เซนติเมตร จนถึงพุทธศักราช  2512 คณะแพทย์หลวงถวายคำแนะนำให้ทรงหยุดสร้างด้วยทรงมีพระอาการแพ้ฝุ่นผงและสารเคมี ประกอบกับไม่ทรงพระราชปรารถนาให้ประชาชนที่เริ่มขาดสติ แสวงหาพระพิมพ์ส่วนพระองค์ต้องสิ้นเปลืองทรัพย์สิน ทั้งได้มีผู้ทำของปลอมขึ้นจำนวนมาก จึงมิได้ทรงสร้างพระพิมพ์ส่วนพระองค์อีก

ข้อมูลจาก : หนังสือสารานุกรมพระราชกรณียกิจพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ในรอบ 60 ปีแห่งการครองราชย์

990 Total Views 1 Views Today
แสดงความคิดเห็น