เรื่องเล่าสุดประทับใจจาก พล.ต.อ.วสิษฐ เดชกุญชร ผู้ถวายความปลอดภัย

ในปี พ.ศ. 2513-2524 พล.ต.อ.วสิษฐ เดชกุญชร อดีตนายตำรวจราชสำนักประจำ มีหน้าที่ถวายความปลอดภัยแด่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ พระราชโอรส พระราชธิดา และพระบรมวงศานุวงศ์บางพระองค์ ได้เล่าให้ฟังถึงประสบการณ์ที่ได้ตามเสด็จฯ ไปยังถิ่นทุรกันดารต่าง ๆ ซึ่งมีมากมายหลายเรื่อง แต่จะขอยกตัวอย่างบางเรื่องดังนี้…

เมื่อครั้งที่ได้ตามเสด็จฯ ในรถนำขบวน ทุกคนต้องตาไวและปากไว เคยมีคนมาบอกให้ พล.ต.อ.วสิษฐ รู้ว่าพระองค์ทรงมีพระเมตตาและกรุณาต่อสัตว์ทุกชนิด หากมีสัตว์กำลังเดินข้ามถนนระหว่างขบวนที่กำลังเสด็จฯ พระองค์ทรงมีรับสั่งให้ขบวนเสด็จฯ ชะลอความเร็วลง หรือไม่ก็หยุดทั้งขบวนเสด็จฯ เลย เพื่อให้สัตว์เหล่านั้นเดินข้ามถนนให้ผ่านพ้นไปก่อน แล้วค่อยเคลื่อนขบวนเสด็จฯ ต่อไปได้

และเมื่อเสด็จฯ ไปถึงยังสถานที่เหล่านั้น แล้วพบว่าพื้นที่นั้นมีเจ้าหน้าที่ตำรวจหรือทหารประจำการอยู่ ก็จะทรงพระกรุณาเสด็จฯ เยี่ยมเจ้าหน้าที่เหล่านั้นด้วย

อีกเรื่องหนึ่งคือ ในปี พ.ศ. 2510 เกิดการทำสงครามขึ้นระหว่างผู้ก่อการร้ายคอมมิวนิสต์กับรัฐบาลไทย แต่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช  และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ทรงเสด็จฯ ไปเยี่ยมพสกนิกรตามปกติเช่นเดิม โดยไม่ได้สนพระทัยว่าจะลำบากเพียงใด พระองค์ทรงห่วงใยพสกนิกรมากกว่าพระองค์เอง

และในช่วงที่เกิดสงครามขึ้นนี้เองที่พระองค์ทรงสนพระราชหฤทัยอาวุธปืน M16 ถึงกับทรงผ่าปืนนี้ออกมาเพื่อศึกษาระบบกลไกและส่วนประกอบต่าง ๆ ด้วยพระองค์เอง ต่อมาเมื่อมีทหารหรือตำรวจถวายรายงานว่าปืนชนิดนี้ชำรุด ซ่อมแซมอะไรไม่ได้แล้ว พระองค์ก็ทรงพระกรุณารับปืนชนิดนั้นไปซ่อมด้วยพระหัตถ์ของพระองค์เอง  จนสามารถนำกลับมาใช้ได้ตามปกติ

ในการเสด็จฯ ไปเยี่ยมพสกนิกรแต่ละครั้ง ถ้าเสด็จฯ โดยรถยนต์พระที่นั่ง พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชจะทรงขับรถยนต์พระที่นั่งด้วยพระองค์เอง ซึ่งเป็นรถเรนจ์โรเวอร์ขับเคลื่อนสี่ล้อแบบรถตรวจการณ์ และมีพระมหากรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ พล.ต.อ.วสิษฐ นั่งตามเสด็จฯ ในรถยนต์พระที่นั่งไปด้วย ฉะนั้น พล.ต.อ.วสิษฐ จึงได้เห็นพระสมาธิที่พระองค์ทรงมีและใช้ในขณะที่ทรงขับรถยนต์ ทรงจดจ่อและแน่วแน่อยู่กับการขับรถยนต์ ทรงขับด้วยความเร็วพอประมาณ และด้วยความปลอดภัยอยู่เสมอ

พระปรีชาสามารถอีกด้านหนึ่งที่หลายคนอาจไม่เคยรู้มาก่อน นั่นคือ วันหนึ่งขณะที่ทหารและตำรวจเข้าเฝ้าฯ ที่พระตำหนักเปี่ยมสุขในวังไกลกังวล พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช เสด็จฯ มาพร้อมด้วยกล่องใส่พระเครื่องในพระหัตถ์ แล้ววางพระเครื่องลงบนฝ่ามือของ พล.ต.อ.วสิษฐ ซึ่งเขาเล่าว่า “องค์พระร้อนเหมือนเพิ่งออกจากเตา”

ต่อมาจึงได้กราบบังคมทูลถามในข้อสงสัยนี้ แล้วจึงทราบว่าพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชทรงสร้างพระเครื่ององค์นี้ด้วยพระองค์เอง โดยการนำเอาวัตถุมงคลหลายชนิดมาผสมกัน ได้แก่ ดินจากปูชนียสถานต่าง ๆ ดอกไม้ที่พสกนิกาทูลเกล้าฯ ถวายในโอกาสต่าง ๆ และเส้นพระเจ้า (คือเส้นผม) ของพระองค์เอง แล้วนำทั้งหมดมาผสมกันโดยใช้กาวลาเท็กซ์ยึดไว้ แล้วทรงกดพระเครื่องแต่ละองค์ลงในแบบพิมพ์ที่เตรียมไว้ โดยไม่ได้นำไปอบในเตาไฟแต่อย่างใด

ขอบคุณข้อมูลจากหนังสือ “รอยพระยุคลบาท : บันทึกความทรงจำของ พล.ต.อ.วสิษฐ เดชกุญชร” สนพ.มติชน

605 Total Views 1 Views Today
แสดงความคิดเห็น