ภาพวาดพู่กันจีน

ภาพวาดพู่กันจีน เป็นศิลปะแขนงหนึ่งที่แตกต่างออกไปจากศิลปะตะวันตก อย่างภาพวาดสีน้ำ สีน้ำมัน ที่เรารู้จักและคุ้นเคยกันโดยทั่วไป ซึ่งภาพวาดพู่กันจีนนั้น

หากมองดูเบื้องหน้าก็จะเห็นความงดงามตามแบบฉบับและความเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว แต่หากมองลึกลงไปยังสะท้อนให้เห็นถึงวัฒนธรรมและภูมิปัญญาของคนจีนที่สั่งสมกันมาอย่างยาวนานอีกด้วย

โดยประวัติศาสตร์ของภาพวาดของจีนนั้น เริ่มต้นที่การขุดพบเครื่องปั้นดินเผาที่มีอายุราว 5,000 – 6,000 ปี ซึ่งมีลวดลายของพืช สัตว์ และสิ่งทอ ที่สะท้อนถึงวิถีชีวิตแบบดั้งเดิมของคนในยุคสมัยนั้น ๆ
และในปี ค.ศ. 1949 ก็ได้มีการขุดพบภาพวาดบนผืนผ้า เป็นรูปคน มังกร และหงส์ ในสุสานของกษัตริย์รัฐฉู่ สมัยจ้านกั๋ว (ประมาณปี 475 – 221 ก่อนคริสต์ศักราช) ที่เมืองฉางชา

ภาพวาดแบบจีนนี้ ผ่านร้อนผ่านหนาว ตามยุคสมัยที่มีการติดต่อค้าขายกับต่างชาติ ทำให้ได้รับอิทธิพลอารยธรรมจากผู้คนมากมายหลายเชื้อชาติ ไม่ว่าจะเป็นอินเดีย เปอร์เซีย และซินเจียง ที่เป็นเส้นทางเดินทางติดต่อค้าขายระหว่างพ่อค้าจีนกับตะวันตก ซึ่งอารยธรรมเหล่านี้ได้ถูกผสมผสานกลมกลืนให้เป็นหนึ่งเดียวและกลายมาเป็นศิลปะภาพวาดแบบจีนเฉกเช่นในปัจจุบัน

ภาพวาดตะวันตกและจีนนั้น นอกจากจะแตกต่างกันที่หมึกและสีที่ใช้วาด โดยภาพวาดจีน จะวาดด้วยหมึกดำกับน้ำ ในขณะที่ภาพสีน้ำมันตะวันตกจะวาดด้วยสี ภาพวาดจีนยังมักจะวาดให้มีพื้นที่ว่างเปล่าในภาพ ในขณะที่ภาพสีน้ำมัน จะระบายสีให้เต็มพื้นที่ ส่วนอุปกรณ์ที่ใช้วาดภาพ ถึงแม้จะเป็นพู่กันเหมือนกัน แต่ก็มีลักษณะที่แตกต่างกัน โดยพู่กันที่ใช้วาดภาพจีน จะเป็นพู่กันจีนที่มีทั้งแบบแข็งและแบบนิ่ม ซึ่งมีวิธีการใช้ที่แตกต่างกัน
การวาดภาพแบบจีนนั้นมี 2 รูปแบบ คือ ภาพวาดแบบถ่ายทอดความรู้สึก และภาพวาดแบบงานวิจิตร ซึ่งการวาดภาพแบบถ่ายทอดความรู้สึก มักจะใช้ลายเส้นง่าย ๆ แสดงถึงจินตนาการของผู้วาด ในขณะที่การวาดภาพแบบวิจิตร จะเน้นรายละเอียดของเรื่องราวที่เกิดขึ้น

ทั้งนี้ศิลปินจีนบางคน นอกจากจะเชี่ยวชาญการวาดภาพแล้ว ยังเก่งเรื่องการแต่งโคลงกลอน บทกวี ตามสไตล์นักปราชญ์ในละครจีนที่เราได้ดูได้ชมกัน ภาพวาดพู่กันจีนบางภาพจึงประกอบไปด้วยภาพวาด และบทกวี รวมทั้งลายเซ็นและตราประทับของศิลปิน ซึ่งมีการเรียกสิ่งทั้งสี่นี้ว่า สี่ล้ำเลิศ (ซื่อเจว๋)

หากสังเกตให้ดีจะเห็นว่าภาพวาดพู่กันของจีนที่พบเห็นบ่อย ๆ มักจะหนีไม่พ้นภาพต้นไม้ ดอกไม้ และสัตว์ โดยเฉพาะต้นไผ่ ซึ่งจะถือเป็นสัญลักษณ์ของการวาดภาพพู่กันจีนเลยก็ว่าได้ และถือเป็นเทคนิคการวาดภาพพู่กันจีนขั้นสูง ซึ่งการวาดต้นไผ่เพียงอย่างเดียวก็สามารถสะท้อนให้เห็นถึงอารมณ์ความรู้สึกและสิ่งที่ศิลปินต้องการจะสื่อแตกต่างกัน จากรูปลักษณ์ความงาม ความอ่อนไหว และการเคลื่อนไหวของต้นไผ่ ที่ไม่จำเป็นต้องบรรยายด้วยคำพูด แต่สามารถสื่อสารได้ อย่างเช่น ต้นไผ่ที่ยังอ่อน เปรียบเหมือนความงามของหญิงสาว และความสง่างามของชายหนุ่ม ส่วนต้นไผ่ต้นใหญ่ ก็เปรียบเหมือนกับสุภาพบุรุษที่เติบโตมีทั้งความสุภาพ ถ่อมตน เข็มแข็ง และอดทน

นอกจากเรื่องของความหมายที่ซ่อนไว้ภายใต้รูปภาพแล้ว ในการวาดภาพพู่กันจีนนั้นยังมีการใช้น้ำหนักของหมึกที่แตกต่างกัน ทั้งความเข้ม ความจาง แรงตวัด แรงกด ซึ่งล้วนสื่อถึงความรู้สึกและความหมายต่าง ๆ ของภาพ เช่นเดียวกับสีขาว หรือพื้นที่ว่าง ซึ่งศิลปินจะเว้นพื้นที่ไว้ให้ผู้ชมภาพนั้น ๆ ได้จินตนาการเอาเอง ภาพบางภาพ พื้นที่ว่าง อาจหมายถึง เมฆ หมอก บางภาพอาจหมายถึง หิมะ บางภาพอาจหมายถึงทะเลทราย ฯลฯ
ภาพวาดพู่กันจีน จึงไม่ใช่แค่ภาพวาดทิวทัศน์หรือรูปสัตว์ รูปต้นไม้ ใบหญ้าทั่วไป หากแต่มีปรัชญาและภูมิปัญญาจีนแอบแฝงให้ผู้ชมได้จินตนาการและตีความกัน ทำให้เกิดสีสันในการชม และได้เรียนรู้ภูมิปัญญาจีนไปในตัวอีกด้วย

แสดงความคิดเห็น