โรงพิมพ์ด่วนแฟรนไชส์ สิ่งพิมพ์ครบวงจร ไม่เกิน 3 ปี คืนทุน!!

“ควอลิตี้ กราฟฟิก เฮาส์” โรงพิมพ์ด่วนธุรกิจแฟรนไชส์ บริการ ONE STOP SERVICE ลงทุนครั้งเดียว สร้างกำไรแน่นอน การันตีด้วยประสบการณ์ด้านสิ่งพิมพ์กว่า 20 ปี เริ่มต้น 1.8 ล้าน กำไรขั้นต้น 50,000 บาทต่อเดือน

Quality Graphic House Group บริหารงานโดยคุณฉัตรชัย วิเศษวงษ์ ผู้คร่ำหวอดด้านสิ่งพิมพ์ ได้เปิดเผยถึงการเริ่มต้นทำงานด้านโรงพิมพ์จนพัฒนาธุรกิจเข้าสู่ระบบแฟรนไชส์ ว่า

“เนื่องด้วยตัวเราเป็นคนทำงานที่มีโลกทัศน์กว้าง ไม่ได้ทำงานอยู่กับที่ แต่ก่อนทำงานอยู่ที่โรงพิมพ์คุรุสภาลาดพร้าว แฟนก็ทำอยู่ที่เดียวกันซึ่งเรียนจบมาทางด้านเทคนิคการพิมพ์ ต่างก็มีประสบการณ์กันทั้งคู่ จึงตัดสินใจลาออกมาประกอบธุรกิจเปิดบริษัทเป็นของตัวเอง รับออกแบบสิ่งพิมพ์ ต่อมาได้เปิดมีหน้าร้าน แต่ในการดำเนินธุรกิจเริ่มมีปัญหา เวลารับงานสิ่งพิมพ์พอส่งโรงพิมพ์ โรงพิมพ์ต่าง ๆ ไม่ค่อยอยากจะรับงานของเรา เช่น โบร์ชัว 2,000-5,000 ใบ เพราะเป็นงานน้อยชิ้น มองว่าเปิดโรงพิมพ์เป็นของตัวเองน่าจะดีกว่า”

จากนั้นคุณฉัตรชัยจึงหาเงินทุนมาเปิดโรงพิมพ์ โดยมีเครื่องพิมพ์ 4 สี รวมถึงอุปกรณ์ต่าง ๆ พัฒนาธุรกิจของตนเองไปอย่างต่อเนื่อง แต่ก็ต้องมาเจอปัญหา อย่างเช่นเรื่องพนักงานขาย ซึ่งทำงานอยู่ได้ไม่นาน เมื่อได้งานดีกว่าก็ลาออก คุณฉัตรชัยจึงคิดว่ามีวิธีใดบ้างที่จะเบ็ดเสร็จสมบูรณ์และมีความยั่งยืน และจากประสบการณ์และความรู้ที่มี ก็เห็นระบบแฟรนไชส์ในธุรกิจต่าง ๆ และมีความสนใจ จึงศึกษาหาข้อมูลและเตรียมความพร้อมแล้วตัดสินใจเปิดแฟรนไชส์ โดยเป็นการกระจายการทำธุรกิจ ซึ่งงานเล็ก ๆ ทั้งหมดให้แฟรนไชส์ในเขตพื้นที่รับทำ ส่วนงานใหญ่เกินกำลังส่งเข้าโรงพิมพ์สำนักงานใหญ่ โดยตัดส่วนแบ่งให้ 20% ซึ่งมีความเหมาะสมตามมาตรฐานของระบบการทำงานของแฟรนไชส์

Quality Graphic House Group ดำเนินธุรกิจตั้งแต่แรกเริ่มรับออกแบบและก่อตั้งโรงพิมพ์เป็นระยะเวลากว่า 20 ปี โดยเริ่มเปิดเป็นระบบแฟรนไชส์ในปี 2556 ซึ่งปัจจุบันมีทั้งหมด 12 สาขา โดยมีแฟรนไชส์ซี 10 สาขา
จุดเด่นของแฟรนไชส์ ควอลิตี้ กราฟิค เฮ้าส์ นั้น คุณฉัตรชัยกล่าวว่า

“ไม่มีธุรกิจโรงพิมพ์ที่ไหนเปิดเป็นแฟรนไชส์ เนื่องจากรายละเอียดเยอะ เพราะการทำโรงพิมพ์เป็นเรื่องของความรู้ความเชี่ยวชาญจริง ๆ ต่างจากศูนย์ถ่ายเอกสารทั่ว ๆ ไปที่มีอยู่มากมายซึ่งมีขอบเขตรับงานจำกัด เพราะของเราทำได้ทุกอย่างเกี่ยวกับสิ่งพิมพ์ งานดิจิทัลปรินท์ให้หน้าร้านทำ งานออพเซ็ตก็ส่งให้โรงงาน งานป้าย เป็นวันสต็อปเซอร์วิส นี่คือจุดเด่นของเรา จุดเด่นอีกเรื่องคือความสะดวก เรามีหน้าร้านเพื่อความสะดวกในการติดต่อ ภาพรวมคือคนที่ต้องการใช้บริการอยากจะนั่งคุย ว่าอยากได้แบบไหน รายละเอียดเป็นอย่างไร ราคาเท่าไหร่ พูดง่าย ๆ คือของเราสะดวกซื้อ มาที่นี่ที่เดียวจบ”

โดยสิ่งที่แฟรนไชส์ซีจะได้จากการลงทุนคือ เซ็ตอุปกรณ์เครื่องมือทั้งหมดซึ่งมีมูลค่าเกิน 1 ล้านบาท มีการอบรมอาชีพเป็นเวลา 2 เดือน ครอบคลุมทั้งในเรื่องการผลิต การบริการ และการทำบัญชี โดยแบ่งเงื่อนไขการลงทุนเป็น 3 ประเภท

1.เริ่มต้นที่ 1.8 ล้านบาท กำไรขั้นต้นประมาณ 50,000 บาทต่อเดือน สามารถคืนทุนได้ภายใน 2-3 ปี

2.ลงทุนอย่างเดียว 2 ล้านบาท ทางบริษัทบริหารงานให้ รับเงินปันผล 20,000 บาทต่อเดือน ครบ 5 ปีคืนมูลค่าธุรกิจ 3 ล้านบาท (สามารถขายสิทธิ์หรือเลือกทำต่อได้)

3.ราคา 3 ล้านบาท เพิ่มเครื่อง Inkjet Outdoor 1440 Dpi และมี Internet Cafe

และสำหรับบริการหลังการขายนั้น ควอลิตี้ กราฟิค เฮ้าส์ มีการตรวจเยี่ยม ตรวจสอบการทำงานและให้ความรู้เพิ่มเติม โดยมีการแบ่งทีมงานเป็น 4 ชุด

“ทีมงานชุดแรกจะไปตรวจความเรียบร้อยในเรื่องของการบริการ การจัดร้าน ชุดที่ 2 จะเป็นเรื่องของการผลิตหน้าร้าน ตรวจสอบการผลิตให้ถูกต้อง ชุดที่ 3 คือการตลาด ไปตรวจวิธีการทำงาน แผนการทำงาน ชุดที่ 4 คือทีมฝ่ายขายภาคสนามเก็บลูกค้าในพื้นที่ให้ประมาณ 15 วัน หาลูกค้าให้ในช่วงเปิดร้าน โดยช่วงแรกในการ Set Up ร้านเราก็จะช่วยประชาสัมพันธ์ให้ ติดต่อแท็กซี่ในเขตพื้นที่ 20 คัน ติดสติ๊กเกอร์โปรโมตร้านให้หลังรถแท็กซี่ มีป้ายโฆษณาติดตามซอยในพื้นที่ แจกใบปลิวและโบร์ชัวที่มีแผนที่ร้าน อีกทั้งยังมีการประชาสัมพันธ์และโปรโมตให้ทางอินเทอร์เน็ต และหากมีลูกค้าโทรมาสั่งงานที่สำนักงานใหญ่ เราก็จะถามว่าอยู่ที่ไหน แล้วเราก็จะส่งมอบลูกค้าให้กับแฟรนไชส์ซีประจำพื้นที่นั้น” คุณฉัตรชัยกล่าว

จากนั้นคุณฉัตรชัยได้พูดถึงคุณสมบัติของแฟรสไชส์ซีร์ที่ดี โดยการเลือกคนที่มีความชอบงานด้านนี้จริง ๆ  ซึ่งมองว่าเป็นเรื่องที่สำคัญอย่างยิ่งในการดำเนินธุรกิจ

“คือต้องมีความรักในงานด้านสิ่งพิมพ์และงานบริการ ต้องรักในธุรกิจนี้ เคยมีในกรณีที่ไม่ประสบความสำเร็จคือพ่อซื้อแฟรนไชส์ให้ลูก และน้องชายซื้อให้พี่ชาย ซึ่งคนที่บริหารไม่ได้มีใจรักก็ทำให้ธุรกิจไม่ประสบความสำเร็จ ไม่สนับสนุนในแบบที่ซื้อให้คนอื่นทำ การธุรกิจนี้ความสำเร็จนั้นไม่ยาก เพราะแค่มีใจรักเราก็สามารถสอนได้ เพราะแฟรนไชส์เป็นแพ็กเกจธุรกิจที่มีประสบการณ์แล้ว มีการ Set Up ให้แล้ว แทบจะเดินเข้าไปทำงานได้เลย”
ส่วนในเรื่องของทำเลนั้นคุณฉัตรชัยมองว่าเป็นสิ่งที่สำคัญอันดับสองรองลงมาจากเรื่องของความรักในธุรกิจ โดยกำหนดว่าต้องมีที่จอดรถ เป็นร้านที่อยู่บนถนนหลัก ไม่อยู่ในซอยลึก อาจไม่ถึงขั้นต้องเป็นชุมชน เพียงแค่มีพื้นที่ 1 คูหา หรือประมาณ 4 x 10 เมตร หากมีทำเลหรือสถานที่แล้วทางบริษัทจะส่งเจ้าหน้าที่ไปประเมิน แต่หากยังไม่มีทางบริษัทก็จะจัดหาให้

ส่วนเรื่องจุดเสี่ยงหรือจุดอ่อนที่ผู้ซื้อไปต้องพึงระวังนั้น คุณฉัตรชัยเน้นย้ำว่า

“ก็เป็น 2 เรื่องที่ได้บอกไป คือทำเลและเรื่องความรักที่จะทำ อย่างอื่นไม่มีปัญหาเพราะตัวธุรกิจนั้นผ่านอยู่แล้ว โดยที่ผ่านมามี 2 สาขาที่ไม่ประสบความสำเร็จ สาเหตุก็มาจากเรื่องของคนบริหารที่ไม่มีใจรักในธุรกิจ สาขาหนึ่งเป็นน้องชายซื้อให้พี่ชาย และอีกสาขาเป็นพ่อซื้อให้ลูก เนื่องจากคนบริหารไม่ได้อยากจะทำ ก็ล้มเหลว ตอนนี้ทางเราก็เข้าไปดู อยู่ในช่วงกำลังดำเนินการแก้ไข เพื่อไม่ให้เกิดผลกระทบต่อภาพลักษณ์โดยรวมของธุรกิจ”

และสำหรับจุดคุ้มทุนนั้น คุณฉัตรชัยการันตีว่าหากบริหารได้ตามมาตรฐานของบริษัท ในหนึ่งเดือนจะมีกำไรเฉลี่ยอยู่ที่ 50,000-70,000 บาท ดังนั้นจุดคุ้มทุนจะอยู่ที่ระยะเวลาประมาณ 2-3 ปี

หลักการบริหารแฟรนไชส์ให้ประสบความสำเร็จและแนวทางการพัฒนาธุรกิจนั้นคุณฉัตรชัยได้ชี้แจงว่า

“แรก ๆ ต้องดูแลอย่างใกล้ชิด ดูว่าเขาทำแล้วประสบความสำเร็จหรือไม่ เดือนแรกเป็นอย่างไร หรือเขามีปัญหาตรงไหนหรือไม่ เรามีทีมเข้าไปดูแล ซึ่งช่วงแรกที่อบรม เราก็ทำความเข้าใจกับเขาในภาพรวมทั้งหมด ทั้งการผลิตและการตลาด อีกทั้งยังส่งลงพื้นที่จริงคล้าย ๆ การฝึกงานในแต่ละสาขา ให้เข้าใจถึงบรรยากาศ ได้เจอลูกค้าจริง ๆ มีทั้งในส่วนของวิชาการทางด้านสิ่งพิมพ์ งานออพเซ็ต งานดิจิทัลปรินท์ งานผลิตหน้าร้าน การทำบัญชี รู้ทั้งหมดว่าทำอย่างไร เราก็เน้นในเรื่องการดูแลเขาให้มาก ซึ่งส่วนใหญ่ก็ประสบความสำเร็จทั้งหมดเพราะได้ทำตามรูปแบบของเราที่วางไว้ นอกจากนี้เรายังพัฒนารูปแบบการทำงานอย่างต่อเนื่อง เช่น เครื่องมือหรืออุปกรณ์ต่าง ๆ เราก็เพิ่มเพื่อความเหมาะสม แม้จะมีวงเงินสูงขึ้นแต่เพื่อความสมบูรณ์แบบของงาน เราก็ทำ”

แนวทางการพัฒนาในภาพรวมจะเน้นในเรื่องระบบการจัดการและการบริการ ให้ความสำคัญเรื่องความรู้ที่แฟรนไชส์ซีจะต้องมีเพื่อสามารถให้คำแนะนำและบริการที่ดีกับลูกค้าได้ ในส่วนของแฟรนไชส์ซอร์เองก็เพิ่มที่ปรึกษาในด้านต่าง ๆ เข้ามาเพื่อคอยช่วย ไม่ว่าจะเป็นในเรื่องระบบการตลาด ระบบการเงิน ซึ่งต้องเดินหน้าพัฒนาการทำงานอย่างต่อเนื่องเพื่อธุรกิจจะได้ประสบความสำเร็จและอยู่ได้อย่างยั่งยืน คุณฉัตรชัย กล่าวทิ้งท้าย

ข้อมูลเพิ่มเติม 02-279-2637

สนใจลงทุนธุรกิจสามารถปรึกษา Bangkok Bank SME เราเป็นเพื่อนคู่คิด มิตรคู่บ้านทุกช่วงการเติบโตของธุรกิจ สายด่วน 1333

franchise_%e0%b9%82%e0%b8%a3%e0%b8%87%e0%b8%9e%e0%b8%b4%e0%b8%a1%e0%b8%9e%e0%b9%8c%e0%b8%94%e0%b9%88%e0%b8%a7%e0%b8%99%e0%b9%81%e0%b8%9f%e0%b8%a3%e0%b8%99%e0%b9%84%e0%b8%8a%e0%b8%aa%e0%b9%8c

554 Total Views 1 Views Today
แสดงความคิดเห็น