“อาโก กาแฟโบราณ” ลงทุนหลักพัน 2 เดือนคืนทุน

กาแฟถุงชงลูกผสม หอมอร่อยแบบกาแฟสด รับประกันคุณภาพด้วยแฟรนไชส์ซีกว่า 50 สาขาทั่วประเทศ ลงทุนน้อย คืนทุนเร็ว

“อาโก กาแฟโบราณ” บริหารงานโดย คุณเพ็ญพิมล ทองคำ ได้เล่าถึงที่มา ตลอดจนรายละเอียดต่าง ๆ ในการบริหารแฟรนไชส์ร้านกาแฟกว่า 50 สาขา ให้ฟังว่า

“เป็นธุรกิจกาแฟถุงชง เป็นกาแฟโบราณ โดยก่อนหน้านี้เคยทำงานด้านการตลาดมาประมาณ 10 ปี แล้วตัดสินใจออกมาธุรกิจด้านกาแฟในยุคที่กาแฟสดกำลังเริ่มนิยมในบ้านเรา ช่วงปี พ.ศ.2550 ตอนนั้นขายที่ตลาดจตุจักร ซึ่งก็ทำให้ได้ประสบการณ์ในเรื่องของกาแฟสดจากการเปิดร้านขายตรงจุดนั้น หลังจากนั้นได้มีโอกาสไปทำการตลาดให้กับกาแฟโบราณชนิดหนึ่ง ซึ่งทำให้รู้สึกว่ากาแฟสดในท้องตลาดนั้นมีค่อนข้างมาก หากเราทำธุรกิจด้านนี้มีโอกาสเติบโตยาก จึงมองไปที่ช่องทางของกาแฟโบราณ ซึ่งกาแฟโบราณส่วนใหญ่ยังไม่มีมาตรฐานในเรื่องระบบแฟรนไชส์โดยตรง จากนั้นก็มาคิดต่อในเรื่องคุณภาพของตัวกาแฟ ความแตกต่างของกาแฟโบราณก็คือส่วนใหญ่แล้วกาแฟโบราณจะมีตัวกาแฟจริง ๆ แค่ 30% จึงอยากยกระดับตรงนี้ขึ้นมา ก็เลยคิดสูตรเป็นกาแฟ 100% ผสมอราบิกาเข้าไปบางส่วน ทำให้เพิ่มความหอมมีกลิ่นไอของกาแฟสด และมีความเข้มในสไตล์ของกาแฟโบราณ ซึ่งแตกต่างจากกาแฟโบราณเจ้าอื่น

โดยกลุ่มลูกค้าคือระดับ C+ ขึ้นไป วัยทำงาน พนักงานออฟฟิศ แม่บ้าน ซึ่งกลุ่มเหล่านี้ชอบกินกาแฟ และไม่ต้องเสียเงินถึง 50 บาท มากินที่เรา 25-30 บาท ก็ได้ความรู้สึกที่ใกล้เคียงกัน ราคาประหยัดแต่คุณภาพไม่ต่างกัน

ในด้านการเตรียมความพร้อมนั้น คุณเพ็ญพิมลศึกษาหาข้อมูลเรื่องกาแฟโบราณ จนรู้ว่าตัวผลิตภัณฑ์ส่วนใหญ่เป็นอย่างไร และยังศึกษาพบว่าคนทำกาแฟโบราณที่เป็นระบบนั้นยังไม่มี ซึ่งพอเห็นช่องทางตรงนี้จึงรู้สึกอยากยกระดับคุณภาพของกาแฟถุงชงของไทยขึ้นมา จากนั้นก็เลยเข้าไปที่กระทรวงพาณิชย์ เรียนหลักสูตร Franchise B2B จึงมีความรู้ในเรื่องของแฟรนไชส์ รู้ว่าระบบแฟรนไชส์มีขั้นตอนอย่างไร

“ส่วนการเตรียมตัวในเรื่องของการลงทุนนั้นใช้งบลงทุนอยู่ที่ประมาณ 300,000 บาท เพื่อทำต้นแบบร้านคีออส เรื่องของวัตถุดิบ รวมถึงค่าใช้จ่ายในส่วนของระบบและการบริหารจัดการต่าง ๆ
ซึ่งหน้าร้านต้นแบบเป็นลักษณะรถเข็น โดยมองว่าหากเราจะขายแฟรนไชส์นั้นต้องมีลักษณะร้านต้นแบบให้คนที่สนใจได้เห็น ก็เริ่มจากตรงนั้น ซึ่งเปิดทดลองขายทดสอบเรื่องรสชาติได้ประมาณ 6 เดือน ก็ได้ผลตอบรับดี สามารถสร้างยอดขายจนคืนทุนได้ด้วยเวลาแค่ 3 เดือน จากนั้นจึงทำการจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าเพื่อเตรียมตัวเข้าสู่รูปแบบการทำธุรกิจแฟรนไชส์”

ส่วนคนที่จะซื้อแฟรนไชส์อาโกกาแฟโบราณ คุณเพ็ญพิมลอธิบายว่า

“ของเราจะต้องมาคุยเรื่องธุรกิจกับเรา ต้องมารู้จักและทำความเข้าใจกันก่อน สิ่งแรกที่ต้องการก็คืออยากให้เป็นคนทำเอง ไม่ใช่จ้างคนอื่นทำ เพราะต้องมีการเรียนรู้ระบบเองเพื่อที่จะสามารถบริหารจัดการได้ และมองถึงเรื่องความเอาใจใส่ หากเจ้าของดำเนินกิจการเองจะมีความเอาใจใส่มากกว่า จากนั้นเราจะสอนเรื่องทฤษฎี ให้ลองชงจริงขายจริงกับร้านต้นแบบ เป็นการทดสอบว่าจะชงผ่านหรือไม่ในมาตรฐานที่เราวางไว้ ซึ่งคนที่สนใจแฟรนไชส์ส่วนใหญ่จะเป็นคนที่ชื่นชอบในรสชาติกาแฟของเรา ซึ่งเราก็ดีใจมากที่เขามั่นใจในมาตรฐานของเรา เป็นความรู้สึกชื่นชอบแล้วอยากจะทำแฟรนไชส์ต่อ สะท้อนถึงความจงรักภักดีในตัวสินค้า ไม่ใช่ลักษณะที่ไม่เคยกินแต่มองในเรื่องของผลประโยชน์และกำไรเพียงอย่างเดียว ส่วนรายละเอียดแฟรนไชส์นั้นเริ่มต้นที่ 8,900 จะสอนสูตรและมีวัตถุดิบเบื้องต้นให้   15,000 บาท จะมีอุปกรณ์เบื้องต้นในการชง และ 34,000  เป็นเคาน์เตอร์เล็ก 39,000 เป็นตัวท็อป มีอุปกรณ์พร้อมเตรียมให้หมดทุกอย่างพร้อมขายได้ทันที ซึ่งสามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่   อาโกกาแฟโบราณ.com Facebook อาโก กาแฟโบราณ”

และในส่วนลูกค้าแฟรนไชส์ของอาโกกาแฟโบราณนั้นสามารถประสบความสำเร็จได้ไม่ยาก ปัจจัยที่สำคัญคือต้องได้ทำเลที่ดี ซึ่งจุดขายที่ต้องการก็คือ หน้าหมู่บ้าน ใกล้แหล่งทำงาน ใกล้โรงพยาบาล ใกล้เซเว่นฯ จากนั้นขายให้ได้ตามมาตรฐานของแบรนด์ ประมาณไม่เกิน 2 เดือนจะสามารถคืนทุนได้ โดยขายตามมาตรฐาน 50 แก้วต่อวัน แต่หากขายได้ 100 แก้ว ก็จะใช้เวลาแค่ 1 เดือน
ปัจจุบันอาโกกาแฟโบราณ มีร้านต้นแบบ 1 ร้าน และมีแฟรนไชส์ซีประมาณเกือบ 50 สาขา ทั่วประเทศ หลัก ๆ แล้วจะอยู่ในโซนภาคอีสาน ส่วนในกรุงเทพฯ มีประมาณ 10 สาขา
รายได้ปัจจุบันต่อเดือนอยู่ที่ประมาณ 2 แสนบาท สัดส่วนกำไรอยู่ที่ 50%

ส่วนในแนวทางการพัฒนาและต่อยอดในอนาคต คุณเพ็ญพิมลกล่าวว่า
“ตอนนี้อยู่ในช่วงของการวางแผนในการเซ็ตระบบใหม่ อาจมีการเปลี่ยนรูปแบบหน้าร้านให้ดูดีเหมาะสมกว่าเดิมและน่าสนใจมากขึ้น คิดว่าจะทำให้สมบูรณ์ภายในสิ้นปีนี้เพื่อต่อยอดออกไปสู่ ACE ซึ่งที่มองไว้จะเป็นลาวและกัมพูชาโดยตอนนี้อยู่ในช่วงสำรวจตลาด
ส่วนในเรื่องแฟรนไชส์นั้นก็จะรักษาระบบที่เป็นมาตรฐาน เพื่อให้แฟรนไชส์ซีประสบความสำเร็จคืนทุนเร็ว ซึ่งมองว่าแนวโน้มธุรกิจกาแฟน่าจะยังไปได้สวย แต่ในส่วนของกาแฟโบราณคาดการณ์ว่าน่าจะซบเซาลง จึงมีการวางแผนรีแบรนด์โดยไม่ใช้คำว่าโบราณ ซึ่งจากรสชาติของเราตอนนี้อาจไม่ตรงกับคำนี้แล้ว เลยมองว่าต้องเปลี่ยนเป็นคำใหม่ ส่วนจะใช้ว่าเป็นกาแฟอะไรนั้นตอนนี้ยังอยู่ในช่วงการออกแบบ”

สุดท้ายคุณเพ็ญพิมลได้แนะนำเคล็ดลับในการดำเนินธุรกิจไว้ด้วยว่า
“วิธีการบริหารจัดการนั้นเน้นให้ความสำคัญในเรื่องการสต็อกสินค้า เราซื้อของเข้ามาเป็นจำนวนมากซึ่งจะทำให้มีต้นทุนต่ำ จากนั้นจะเป็นเรื่องของคุณภาพ เรารักษามาตรฐานคุณภาพของไว้ได้ลูกค้าก็กลับมากินซ้ำ เป็นลูกค้าประจำไม่หนีไปไหน คงคุณภาพวัตถุดิบ บางแบรนด์อาจมีการปรับเปลี่ยนเพื่อลดต้นทุน แต่เราไม่ทำ เมื่อลูกค้าชอบตรงนี้แล้วเราจะไม่เปลี่ยน ต้องคงคุณภาพของเราไว้ แล้วเราก็เน้นย้ำตรงนี้กับแฟรนไชส์ลูกของเราด้วยว่าอย่าเปลี่ยนตรงนี้ หากลดต้นทุนความเข้มข้นไม่เกิด พอมาตรฐานไม่เหมือนเดิมลูกค้าก็หนี
และอีกเรื่องหนึ่งก็คือการจดจำลูกค้า คนนี้ชอบหวานน้อย ชอบหวานมาก ก็เป็นสิ่งสำคัญ คือความเอาใจใส่ลูกค้า สร้างความประทับใจ”

สอบถามรายละเอียดโทร.08-6793-9099

สนใจลงทุนธุรกิจสามารถปรึกษา Bangkok Bank SME เราเป็นเพื่อนคู่คิด มิตรคู่บ้านทุกช่วงการเติบโตของธุรกิจ สายด่วน 1333

franchise_%e0%b8%ad%e0%b8%b2%e0%b9%82%e0%b8%81%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b9%81%e0%b8%9f%e0%b9%82%e0%b8%9a%e0%b8%a3%e0%b8%b2%e0%b8%93

5398 Total Views 2 Views Today
แสดงความคิดเห็น