โอกาสและความท้าทายในอนาคตของเวียดนาม

TPP ส่อเค้าสร้างความยุ่งยากให้นักธุรกิจท้องถิ่น SME เวียดนามความสามารถยังไม่ถึงขั้น โอกาสสำคัญธุรกิจไทยใช้จุดอ่อนบุกเวียดนาม

ความตกลงหุ้นส่วนทางเศรษฐกิจภาคพื้นแปซิฟิค (TPP) ทำให้เวียดนามเป็นหนึ่งในสถานที่ที่ดีที่สุดใน 12 TPP ในด้านฐานการผลิต เพราะเวียดนามสามารถแข่งขันเรื่องต้นทุนการผลิตได้มากที่สุด ซึ่งหลายฝ่ายได้มีการคาดการณ์ไว้ว่าการเติบโต GDP ของเวียดนามจะมากขึ้นกว่า 10% และการส่งออกจะเด่นชัดมากขึ้นจากผลของ TPP นอกจากนี้ ต้องขอบคุณการปรับปรุงพื้นฐานของเงินเวียดนาม และตลาดอัตราแลกเปลี่ยน เช่นเดียวกับอุตสาหกรรมธนาคาร โดยอัตราดอกเบี้ยของเวียดนามนั้นต่ำมากเทียบได้กับไทยเลย ในขณะที่ตัวสกุลเงินนั้นเสถียรภาพมากที่สุดในภูมิภาค ส่วนคนที่มีรายได้ปานกลางในเวียดนามนั้นก็จะเพิ่มขึ้นมากกว่า 20-30 ล้านคนด้วยในปี 2020 จากที่ปัจจุบันมีต่ำกว่า 7-8 ล้านคน และมากกว่า 60% ของประชากรมีอายุน้อยกว่า 30 ปี ซึ่งจะมีการเติบโตอย่างมากสำหรับการบริโภคในอนาคต

พฤติกรรมของผู้บริโภค

เวียดนามมีภูมิประเทศที่เป็นลักษณะแนวยาวไปกับริมทะเล ซึ่งมีระยะยาวกว่า 3,300 กิโลเมตร ทำให้พฤติกรรมของผู้บริโภคก็แตกต่างกันตั้งแต่เหนือจรดใต้ ดังนั้นสินค้าที่ประสบความสำเร็จในภาคเหนือก็ไม่ใช่ว่าจะประสบความสำเร็จในภาคใต้หรือภาคกลางเสมอไป ยิ่งไปกว่านั้นเนื่องมาจากความตึงเครียดระหว่างเวียดนามและจีนไปยังชายแดนในปีที่ผ่านมา เวียดนามที่เคยบริโภคสินค้าจากจีน  เพราะว่ามีราคาถูก ก็ได้ปฏิเสธสินค้าทั้งหมดและหาผลิตภัณฑ์อื่น ๆ มาทดแทน ซึ่งสินค้าไทยก็ได้เป็นหนึ่งในสินค้าที่ชาวเวียดนามชอบมากที่สุด และราคาก็เหมาะสมที่สุด โดยที่ยังคงได้รับสินค้าคุณภาพดีและตอบสนองรสนิยมของคนเวียดนามได้ดีที่สุด

การแข่งขันทางการตลาด

TPP จะทำให้เกิดการแข่งขันทางการตลาดอย่างรุนแรงเกิดขึ้นในเวียดนาม โดยเฉพาะในภาคเกษตรและบริษัทที่ต้องพึ่งพาเทคโนโลยี จากการที่เวียดนามต้องมีการปรับเปลี่ยนกฎหมายและข้อบังคับบางอย่างที่เกี่ยวกับการค้า ศุลกากร การลงทุน จัดซื้อจัดจ้าง ทรัพย์สินทางปัญญา และแรงงาน ให้เป็นไปตามที่ TPP ระบุ

ที่น่ากังวลสำหรับเวียดนามมากที่สุดในการเข้าร่วม TPP คือ การยกเว้นภาษีศุลกากร การแข่งขันอย่างเสรีของจริงสำหรับเวียดนามจึงเริ่มต้นขึ้น เมื่อบริษัทจากต่างชาติมากมายมีความต้องการเข้ามาลงทุนในเวียดนาม และจะทำให้ผู้ประกอบการในเวียดนามตกที่นั่งลำบากมากขึ้น จากศักยภาพผู้ประกอบการในประเทศที่ยังไม่มีความพร้อมมากพอที่จะแข่งขันได้

จากข้อเสียเปรียบดังกล่าว การที่เวียดนามต้องทำตามข้อตกลง TPP จะถือเป็นโอกาสที่ดีของผู้ประกอบการไทยที่มีศักยภาพจะเข้าไปลงทุนดำเนินกิจการในเวียดนาม เพื่อลดต้นทุนทางภาษี ซึ่งผู้ประกอบการไทยที่เข้าไปลงทุนนั้นต้องมีความพร้อมทั้งศักยภาพการผลิต คุณภาพสินค้า แม้ว่าผู้ประกอบการไทยจะมีศักยภาพที่เหนือกว่าเวียดนาม แต่ยังต้องรับมือกับการแข่งขันที่สูงจากกลุ่มนักธุรกิจต่างชาติอื่น ๆ ที่จะเข้าไปลงทุนในเวียดนาม

ด้านอุตสาหกรรมหรือธุรกิจบริการที่เกี่ยวข้องกับภาคการผลิตที่เวียดนามยังขาดและมีคู่แข่งน้อย  โดยเป็นภาคที่มีความต้องการเป็นอย่างมาก เพื่อรองรับการส่งออกที่คาดว่าจะเติบโตอีกมากในเวียดนามระยะ 3–5 ปีข้างหน้า ประกอบด้วย ธุรกิจบริการโลจิสติกส์รูปแบบ cold  chain  อุตสาหกรรมเครื่องจักรที่ใช้ในการผลิตอาหาร อุตสาหกรรมเครื่องจักรที่ใช้การตัดเย็บเสื้อผ้าสำเร็จรูป เป็นต้น

ธนาคารกรุงเทพ ใส่ใจให้บริการนักลงทุนในย่านอาเซียนด้วยบริการเพื่อนคู่คิด มิตรคู่บ้าน เรามีสาขาของธนาคารอยู่ในย่านอาเซียน 9 สาขาใน 10 ประเทศเพื่อให้บริการท่าน สนใจติดต่อได้ที่ศูนย์ AEC Connect ชั้น 2 สำนักธุรกิจ ธนาคารกรุงเทพ สำนักงานใหญ่ อีเมล: [email protected] สายด่วน 1333

chance3

แสดงความคิดเห็น