ลุ้นกินฟรี “ก๋วยเตี๋ยวตูดแดง” คงความคลาสสิกด้านการตลาดแบบไม่ต้องปรุงแต่ง

เปลี่ยนจากวิกฤติเป็นโอกาส ปิดร้านหนีน้ำท่วม กลับบ้านเริ่มต้นใหม่สร้างแบรนด์เป็นของตัวเอง ใส่เสน่ห์กลิ่นไอแห่งอดีต ทำการตลาดเอาใจคนชอบความคลาสสิก ลุ้นถ้วยแดงกินก๋วยเตี๋ยวฟรีกับบรรยากาศร้านในแนวย้อนยุค เปิดร้าน 4 ปีด้วยทุน 50,000 ขายแค่ปีเดียวคืนทุน ปัจจุบันสร้างรายได้ต่อเดือนร่วมครึ่งแสน

ร้าน “ก๋วยเตี๋ยวตูดแดง” บริหารงานโดย นายพิสิษฐ แสงทอง หรือคุณหนึ่ง เจ้าของไอเดีย ได้ตูดแดงกินฟรี เล่าถึงจุดเริ่มต้นของการเปิดร้านให้ฟังว่า

“ก่อนหน้านี้เคยขายก๋วยเตี๋ยวอยู่ใน กทม. เป็นแฟรนไชส์ของแบรนด์แบรนด์หนึ่ง จนในปี 2554 เจอวิกฤติน้ำท่วมทำให้ต้องหยุดขาย กลับมาอยู่บ้านที่ จ.อุตรดิตถ์ หลังน้ำลดก็ไม่อยากกลับไป กทม.อีก คิดว่าทำธุรกิจอยู่ที่บ้านเลยน่าจะดีกว่า จึงตัดสินใจเปิดร้านขายก๋วยเตี๋ยวอยู่ที่บ้าน แต่ปรับเปลี่ยนรูปแบบใหม่ ทำเป็นแบรนด์ของตัวเอง สร้างเอกลักษณ์และหาจุดเด่นของร้านให้เป็นที่สนใจ คิดแผนการตลาดโดยได้แรงบันดาลใจการกินไอศกรีมในสมัยเด็ก หากใครได้ไม้แดงจะได้กินฟรีเพิ่ม 1 แท่ง นำมาปรับใช้กับของเรา คือถ้วยก๋วยเตี๋ยว ใครเจอถ้วยแดงได้สิทธิ์กินฟรีในถ้วยนั้น นอกจากนี้ยังมีการตกแต่งร้านแนววินเทจย้อนยุค สร้างบรรยากาศคลาสสิกให้ลูกค้าเมื่อเข้ามากินก๋วยเตี๋ยวภายในร้าน นี่คือที่มา

โดยร้านก๋วยเตี๋ยวตูดแดงจับกลุ่มเป้าหมายคือบุคคลทั่วไป ชาวบ้านในบริเวณพื้นที่ กลุ่มคนทำงาน นักเรียนนักศึกษา ตลอดจนนักนักท่องเที่ยวที่เดินทางมาที่ จ.อุตรดิตถ์ โดยเมนูในร้านมีก๋วยเตี๋ยวเนื้อ-หมู น้ำตก-น้ำใส เกาเหลา ข้าวเปล่า มีเมนูเสริมเป็นลูกชิ้นปิ้งและบาร์บีคิว ซึ่งก๋วยเตี๋ยวราคาเริ่มต้นอยู่ที่ชามละ 25 บาท

คุณหนึ่งบอกถึงรายละเอียดการเตรียมความพร้อมในการเปิดร้าน เงินทุนเริ่มต้น และสัดส่วนรายได้ของร้านว่า

“การเตรียมก่อนเปิดร้านนั้น อย่างแรกคือต้องมีใจ ใจพร้อมที่จะทำ และต้องมีเงินทุนใช้ซื้ออุปกรณ์ต่าง ๆ ที่ร้านก๋วยเตี๋ยวจำเป็นต้องมี และทุนสำรองส่วนหนึ่งสำหรับฉุกเฉินในช่วงเริ่มขาย และอีกอย่างที่สำคัญคือความพร้อมด้านทำเล ต้องมีทำเลที่ดีเหมาะสมตรงกับกลุ่มเป้าหมายของเรา

โดยตอนนั้นใช้เงินทุนเริ่มต้นในการเปิดร้านประมาณ 50,000 ตอนนี้ก๋วยเตี๋ยวตูดแดงเปิดร้านมาแล้ว 4  ปี ใช้ระยะเวลาในการคืนทุน 1  ปี โดยปัจจุบันมียอดขายเดือนละ 45,000-50,000 บาท สัดส่วนกำไรอยู่ที่ 50% โดยประมาณ”

ร้านก๋วยเตี๋ยวตูดแดงมีวิธีทำการตลาดที่น่าสนใจ โดยการใช้เรื่องราวในอดีตมาเป็นเอกลักษณ์ประจำร้าน รวมทั้งการตกแต่งร้านที่มีสไตล์

“การตลาดของร้านก็มี 2 อย่างหลัก ๆ ตัวแรกก็คือใครเจอถ้วยแดงได้กินฟรี คล้ายไอศกรีมไม้แดงสมัยก่อน เรามองว่าเป็นการตลาดที่ให้ลูกค้าได้ร่วมสนุกไปในตัว พอได้ก๋วยเตี๋ยวหรือตอนกินเสร็จแล้วจะรีบดูก้นถ้วยกันอย่างตื่นเต้น เราจะแต้มสีแดงไว้ที่ก้นถ้วย ลูกค้าคนไหนได้ถ้วยก้นแดงจะได้กินฟรีในถ้วยนั้นทันที จากนั้นเราจะขอถ่ายรูปลูกค้าไว้เป็นที่ระลึก อัดรูปมาติดไว้บนบอร์ดข้างฝาโชว์ให้เห็นเป็นกิจกรรมของร้าน
และอีกเรื่องคือการตกแต่งร้าน เนื่องจากอาคารที่เช่าเปิดร้านเป็นห้องแถวไม้แบบยุคเก่า บวกกับรสนิยมของเราเองที่ชอบของโบราณ จึงแต่งร้านเป็นแนววินเทจสไตล์ มีความคลาสสิก โดยนำของเก่าที่ตัวเองสะสมไว้และหาซื้อมาเพิ่มบ้างมาตกแต่งในร้าน ทำให้ร้านดูสวยงามน่าสนใจดึงดูดลูกค้าได้พอสมควร” คุณหนึ่งกล่าว

ส่วนวิธีบริหารจัดการร้านนั้น คุณหนึ่งกล่าวว่า

“อย่างแรกคือใช้หลัก 5 ส. 1. สะสาง 2. สะดวก 3. สะอาด 4. สุขลักษณะ 5. สร้างนิสัย  ซึ่งคิดว่าร้านอาหารจำเป็นต้องสะอาด เป็นระเบียบ ถูกสุขอนามัย อย่างที่สองคือเรื่องจัดหาวัตถุดิบ เนื่องจากเป็นร้านขนาดเล็ก ของไม่เยอะ เราเลือกซื้อเอง สามารถพิถีพิถันคัดเลือกคุณภาพความสดสะอาดของวัตถุดิบ ตลอดจนควบคุมต้นทุนค่าใช้จ่ายได้ ต่อมาคือการบริการลูกค้า เรามีความเป็นกันเองกับลูกค้า ใส่ใจ ในกรณีที่ลูกค้าไม่มากจนเกินไปเราจะไม่ใช้วิธีจดออเดอร์ เป็นการแสดงให้เห็นถึงความใส่ใจของเราที่จำรายการอาหารของลูกค้าที่สั่งไว้กับเราได้ และข้อสุดท้ายในเรื่องคุณภาพของรสชาติ ต้องได้มาตรฐาน เรารักษาคุณภาพตรงนี้ ใช้ของเหมือนเดิม สัดส่วนเท่าเดิม รสชาติคงที่ ต้องอร่อยเหมือนเดิมทุกวัน

ส่วนเคล็ดลับการบริหารให้ได้กำไรสูงนั้น คือเราขายไม่แพง ราคาเริ่มต้นที่ 25 บาท ได้กำไรต่อชามไม่มาก แต่จำนวนสั่งเยอะก็เพิ่มยอดกำไรได้ และใช้วิธีกำหนดต้นทุนแต่ละวันให้ชัดเจน คือร้านเราไม่ใหญ่มาก ซื้อของไม่เยอะสามารถควบคุมปริมาณให้พอดีกับราคาได้ ไม่มีปัญหาของเหลือของเกิน อีกทั้งยังมีเมนูเสริมคือลูกชิ้นปิ้งและบาร์บีคิว ก็เป็นอีกส่วนหนึ่งที่ทำให้ได้กำไรเพิ่ม”

นอกจากนี้ คุณหนึ่งยังได้มองถึงวิธีเอาชนะคู่แข่งไว้น่าสนใจว่า

“ไม่ได้มองเรื่องเอาชนะ เราก็ทำของเรา เพราะมีแนวทางการทำงานชัดเจนอยู่แล้ว รักษาคุณภาพของเราไว้ได้ก็จะมีกลุ่มลูกค้าใหม่ ๆ ส่วนกลุ่มฐานลูกค้าเก่าก็ไม่ได้หนีไปไหน แต่ละร้านก็มีจุดขายต่างกัน ลูกค้าชอบร้านไหนหรือวันนี้อยากกินร้านไหนเราไม่สามารถกำหนดได้ แค่รักษามาตรฐานและอย่าให้คุณภาพลดลงแค่นี้ก็เพียงพอ”

สุดท้าย คุณหนึ่งพูดถึงการพัฒนาธุรกิจในอนาคตและการนำโซเชียลมีเดียมาหนุนเสริมการทำงานไว้ว่า

“แนวทางพัฒนาคือการรักษามาตรฐานคุณภาพ รสชาติ การบริการ เอาไว้ให้ได้ เพราะคิดว่าหากทำได้ก็สามารถอยู่ได้ในระยะยาว เพราะก๋วยเตี๋ยวเป็นธุรกิจอาหารคือหนึ่งในปัจจัยสี่ซึ่งยุคไหนทุกคนก็ต้องกิน ส่วนการขยายร้านหรือทำแฟรนไชส์นั้นตอนนี้ยังไม่คิด ต้องการทุ่มเทกับร้านนี้ให้ดีที่สุดมากกว่า เรื่องเมนูอาหารก็เช่นเดียวกัน ตอนนี้ที่ร้านก็มีเมนูก๋วยเตี๋ยวค่อนข้างครอบคลุมตอบโจทย์ลูกค้าได้พอสมควร ยังไม่อยากเพิ่มเติมอะไรลงไปเพราะกลัวจะส่งผลกับการควบคุมคุณภาพ มั่นใจว่าที่มีอยู่ตอนนี้ลงตัวแล้วในระดับหนึ่ง การพัฒนาที่ต้องทำคือรักษามาตรฐานคุณภาพนี้ไว้ให้ดีที่สุด

และในส่วนของโซเชียลมีเดียนั้น ที่ร้านมีเพจเฟสบุ๊กในการประชาสัมพันธ์และติดต่อกับลูกค้า www.facebook.com/KuayTeawTudDang/ มีรายละเอียดของร้าน เมนูก๋วยเตี๋ยว แจ้งความเคลื่อนไหวเปิดร้านปิดร้านให้กลุ่มลูกค้าได้รับรู้ ก็มีลูกเพจติดตามจำนวนหนึ่งไม่มากไม่น้อย แต่ก็มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ ลูกค้าหลายคนมากินแล้วเช็กอินที่ร้านก็ทำให้เราเป็นที่รู้จักมากขึ้น อีกทั้งยังเข้าร่วมกับกลุ่มต่าง ๆ ทางเฟสบุ๊กที่เกี่ยวกับของกินและร้านอาหาร ก็เป็นอีกช่องทางหนึ่งที่จะทำให้คนรู้จักเรามากขึ้น คิดว่าสื่อตรงนี้กับยุคปัจจุบันเราจะไม่ใช้ไม่ได้ ตอนนี้ก็กำลังศึกษาหาความรู้ด้านนี้เพิ่มเพื่อที่ได้นำมาเป็นเครื่องมือในการช่วยให้ร้านเราเข้าถึงกลุ่มลูกค้าและสร้างยอดขายเพิ่มมากขึ้น”

“ก๋วยเตี๋ยวตูดแดง” เปิดบริการ 11.00 – 21.00 น. ร้านตั้งอยู่ตรงข้ามวัดพระบรมธาตุทุ่งยั้ง อ.ลับแล จ.อุตรดิตถ์

สนใจลงทุนธุรกิจสามารถปรึกษา Bangkok Bank SME เราเป็นเพื่อนคู่คิด มิตรคู่บ้านทุกช่วงการเติบโตของธุรกิจ สายด่วน 1333

set-up-_%e0%b8%81%e0%b9%8b%e0%b8%a7%e0%b8%a2%e0%b9%80%e0%b8%95%e0%b8%b5%e0%b9%8b%e0%b8%a2%e0%b8%a7%e0%b8%95%e0%b8%b9%e0%b8%94%e0%b9%81%e0%b8%94%e0%b8%87-docx-42

แสดงความคิดเห็น