ทำได้ไง 12 วันคืนทุน!!! Ko ke kok ko ไก่ทอดเงินแสน

ไก่ทอด Ko ke kok ko กรอบอร่อย ซอส 3 รสชาติ เหมาะกับธาตุของแต่ละคน ขายดีเหลือเชื่อ แค่ 12 วัน คืนทุน รายได้สูงสุดต่อเดือนร่วม 600,000 บาท ต่างชาติแห่ซื้อแฟรนไชส์

นิพนธ์ อัศวกุลพนัส หรือคุณเอ  เจ้าของแบรนด์ ไก่ทอด Ko ke kok ko ได้เล่าถึงจุดเริ่มต้นของการทำธุรกิจให้ฟังว่า

“เป็นพนักงานบริษัท ทำงานจนถึงจุดอิ่มตัว ก็เลยหยุดพักไปเที่ยวต่างประเทศ พอกลับมาเมืองไทยเพื่อจะกลับไปทำงาน ระหว่างรองานก็เลยหาอะไรทำ ตัดสินใจเลือกขายไก่ทอด โดยมีไอเดียว่าอยากให้มีรสชาติเหมาะกับธาตุของแต่ละคน โดยไก่ทอดของเรามี 3 รสชาติ คือโชยุญี่ปุ่น กระเทียม เหมาะกับคนธาตุดิน  อะตอมมิกฮอต เน้นเผ็ด เหมาะสำหรับคนธาตุไฟ และสวีตออเรนจ์ รสส้มเปรี้ยวหวาน เหมาะกับคนธาตุลม ซึ่งคนแต่ละธาตุชอบรสชาติไม่เหมือนกัน

ซึ่งก่อนหน้านี้เคยประทับใจซอสตัวหนึ่งของญี่ปุ่น เลยลองเอามาดัดแปลงสูตร นำมาใส่ไก่ทอดแล้วอร่อย ซึ่งของเราเป็นไก่ชุบแป้งทอด โดยตัวแป้งเวลาโดนซอสแล้วไม่เละ ทอดแล้วกรอบได้นาน คนที่ซื้อกลับบ้านไปก็ถูกใจเพราะกรอบนาน”

ไก่ทอด Ko ke kok ko มีคอนเซ็ปต์เรื่องการตลาดที่เป็นจุดเด่นคือ ออกแบบโลโกเป็นไก่ 3 ตัว คือ 3 รสชาติ ชื่อแบรนด์มีที่มาจากตอนไปเที่ยวญี่ปุ่น คือเสียงไก่ขันของประเทศญี่ปุ่น ซึ่งทำให้แบรนด์เรามีเรื่องราว แม้จะอ่านยาก แต่ก็น่าสนใจ ซึ่งลูกค้าพอรู้ที่มาว่าเป็นเสียงไก่ขันทุกคนต่างชื่นชอบ

“ของเราเด่นในเรื่องรสชาติ ความกรอบ รูปลักษณ์แบรนด์ที่น่าสนใจ คนชื่นชอบโลโก ลูกค้าชมว่าน่ารัก มีเรื่องราวที่น่าสนใจ โดยกลุ่มเป้าหมายของเราคือกลุ่มคนชั้นกลางที่ค่อนข้างมีรายได้ เช่นคนทำงานออฟฟิศ กลุ่มนักศึกษา กลุ่มไลฟ์สไตล์ที่ชอบกินอาหารแปลกใหม่ และปัจจุบันเริ่มขยายไปถึงกลุ่มแม่บ้าน เพราะรสชาติถูกใจลูกๆ ที่บ้าน” คุณเอ กล่าว

จากนั้นคุณเอได้เล่าถึงตอนเริ่มต้นเปิดร้าน เงินทุนเริ่มต้น และระยะเวลาคืนทุนที่ใช้เวลาแค่เพียง 12 วัน ซึ่งเล่าว่า

“เตรียมเรื่องการเซ็ตร้าน การตกแต่งร้าน เน้นรายละเอียดในการออกแบบ ศึกษาหาความรู้ เพราะทอดไก่ไม่เป็น โดยติดต่อไปที่ ม.เกษตรฯ เพื่อขอวิธีการ ซึ่งก็ได้คำแนะนำว่าต้องทอดยังไง ความร้อนแค่ไหน ไก่สุกอย่างไร การเตรียมตัวเรื่องเงินทุนนั้นไม่ได้ใช้เยอะมากเพราะเป็นธุรกิจเล็ก ใช้เงินทุนประมาณ 70,000 บาท

เมื่อเตรียมความพร้อมแล้วจึงเริ่มขาย โดยออกร้านที่งานอีเวนท์งานหนึ่ง ซึ่งขายดีมาก แต่หลังจบงานก็หยุดขายเพราะเหนื่อยมากจนไม่อยากทำต่อ แต่มีคนติดใจ เข้ามาถามในเพจเพื่อต้องการซื้อ ลูกค้าขอร้องให้ขายอีกเพราะติดใจในรสชาติและบอกว่าหาซื้อแบบนี้ที่ไหนไม่ได้ ก็เลยตัดสินใจกลับมาขายต่อ คุยกับน้องสาวว่าเอาแค่ไม่ขาดทุน แล้วค่อยมาคิดว่าจะเลิกหรือทำต่อ แต่ขายได้ไม่นานแค่เพียง 12 วันก็คืนทุน เลยมองว่าหลังจากนี้ไปก็มีแต่กำไร”

เนื่องจากได้ผลตอบรับดี จึงมีผู้สนใจแฟรนไชส์ไก่ทอด Ko ke kok ko ทั้งในประเทศและต่างประเทศ โดยเหตุผลที่ธุรกิจประสบความสำเร็จนั้น มาจากเคล็ดลับการบริหารธุรกิจที่เน้นการตลาด และการคัดสรรวัตถุดิบที่ดีที่สุดสำหรับผู้บริโภค

“แนวทางการบริหารงาน กำลังเปิดเป็นแฟรนไชส์ แล้วตอนนี้ก็มีคนติดต่อมาเยอะ เพราะมองเห็นคุณภาพในเรื่องรสชาติ เห็นศักยภาพในเรื่องของแบรนด์ ก็เริ่มเปิดขายแฟรนไชส์ไป 2-3 สาขา นอกจากนี้ก็ได้เริ่มพูดคุยกับนักลงทุนในต่างจังหวัดในการขยายสาขาออกไป และยังมีนักลงทุนจากต่างประเทศเข้ามาให้ความสนใจ ไม่ว่าจะเป็นอินโดนีเซีย มาเลเซีย บรูไน ซึ่งพวกเขามองว่ารสชาติของเราดี อีกทั้งรูปลักษณ์ของแบรนด์นั้นน่าสนใจเหมาะกับประเทศของเขา
ส่วนเคล็ดลับในการบริหารงาน ใช้กลยุทธ์การตลาดนำ ต้องให้กลุ่มลูกค้าเข้าใจมากที่สุดว่าเราขายอะไร หากไม่เข้าใจเราก็ขายไม่ได้ ต่อมาคือในเรื่องของวัตถุดิบ เราเลือกไก่ที่ไม่ใช้ยาปฏิชีวนะในการเลี้ยง ไม่ใช้ฮอร์โมน เรากำหนดสินค้าเป็นระดับพรีเมียมดังนั้นวัตถุดิบเราก็ต้องพรีเมียมเช่นกัน ซอสทั้ง 3 สูตร ก็ใช้วัตถุดิบชั้นดีเช่นกัน รวมทั้งแป้งที่ใช้ ทุกอย่าง ไก่ ซอส แป้งที่ทอด ล้วนมาจากวัตถุดิบที่ดีที่สุด” คุณเอ กล่าว

ส่วนรายต่อเดือนและวิธีการทำกำไร ตลอดจนวิธีในการเอาชนะคู่แข่งนั้น คุณเอกล่าวว่า

“ตอนนี้เปิดมาแล้วเกือบครบปี รายได้ต่อเดือนที่เคยได้มากที่สุด ประมาณ 600,000 บาทต่อเดือน สำหรับปัจจัยที่ทำให้ได้กำไรเยอะนั้นมาจากที่เราใช้วัตถุดิบได้คุ้มค่า เราบริหารวัตถุดิบโดยมีของเหลือน้อยมาก ไม่เคยมีไก่เหลือทิ้ง แป้งเราก็ใช้ในสัดส่วนที่พอดีกับการทอด ใช้วิธีการฟอร์แคชตัวเลขแต่ละวันที่เราไปขายค่อนข้างแม่นยำ ทำให้มีของเหลือน้อย ไม่มีอะไรต้องทิ้ง นอกจากนี้ในการขาย เราต้องขายให้เร็ว เพราะไก่ทอดเวลาคนกินจะไม่ทิ้งไว้นาน เราต้องคำนวณเวลาตรงนั้นของลูกค้าที่ซื้อไปกินให้ได้ พอเรามองออก ลูกค้าที่ซื้อไก่เราไป พอกินไก่ก็สด กรอบ อร่อย ไม่สูญเสียรสชาติ ลูกค้าก็ติดใจ กลับมาซื้อใหม่ รวมถึงบอกต่อทำให้มีลูกค้าเพิ่มขึ้น ยอดขายก็เพิ่มขึ้น กำไรก็สูงตามไปด้วย

และในเรื่องการเอาชนะคู่แข่งนั้น เนื่องจากยังไม่มีหน้าร้าน จึงใช้โซเชียลมีเดียทำการตลาด ในทุกช่องทาง เฟสบุ๊ก อินสตาแกรม ไลน์แอด ก็เข้าถึงกลุ่มลูกค้ามาก นอกจากนี้คือเรามีรูปลักษณ์ของแพ็กเกจที่แตกต่าง สวยงามน่าสนใจ ที่เด่นของเราคือกล่องสีเหลือง เวลาอยู่ในมือลูกค้าแล้วจะเหมือนถือดอกไม้ ซึ่งเรามองจากพฤติกรรมผู้บริโภคสมัยนี้ที่เวลาจะกินอะไรก็ชอบถ่ายรูปก่อน ซึ่งสินค้าของเราก็ตอบโจทย์ตรงนี้ คือนอกจากอร่อยแล้วยังดูดี ก่อนกินก็ถ่ายรูปแชร์ให้เพื่อน แชร์ลงเฟสบุ๊ก”

และแนวทางการพัฒนาธุรกิจ คุณเอมองถึงการเปิดร้านในอนาคต

“ในอนาคตจะเปิดมีหน้าร้าน โดยปัจจุบันยังไม่มี คอนเซ็ปต์ร้านตอนนี้เป็นเหมือนร้านเคลื่อนที่ ย้ายร้านไปเรื่อย ๆ ออกบูธ เปิดขายตามงานอีเวนท์ต่าง ๆ เพราะเราต้องการเข้าหาลูกค้าในแต่ละกลุ่มแต่ละพื้นที่ ใช้วิธีเดินเข้าไปหาลูกค้าแต่ละที่ไปเรื่อย ๆ จากนั้นในอนาคตพอได้ฐานลูกค้าพอสมควรแล้วค่อยเปิดเป็นร้านประจำ” คุณเอ กล่าวทิ้งท้าย

สนใจ ไก่ทอด Ko ke kok ko สามารถติดตามได้ที่ Facebook @KokekokkoChicken

สนใจลงทุนธุรกิจสามารถปรึกษา Bangkok Bank SME เราเป็นเพื่อนคู่คิด มิตรคู่บ้านทุกช่วงการเติบโตของธุรกิจ สายด่วน 1333

2016-11-28

แสดงความคิดเห็น