สอนคำนวณต้นทุนและจุดคุ้มทุน ใช้ได้กับทุกธุรกิจบนโลก !!!

เหตุผลในการเริ่มต้นทำธุรกิจส่วนตัวของเพื่อน ๆ คืออะไรกันบ้างครับ บางคนอาจจะอยากรวย บางคนอยากหนีชีวิตมนุษย์เงินเดือน บางคนอาจจะแค่อยากออกมาเป็นนายตัวเอง แต่ทั้งหมดทั้งมวลเราทำเพราะต้องการเห็นความสำเร็จ ต้องการเห็นเม็ดเงินตรงนั้น

ใครจะไปอยากทำธุรกิจแบบโหมหนัก ทำแบบไม่มีพัก วันหยุดก็ไม่ได้หยุด แต่สุดท้ายต้องมาขาดทุนกันล่ะ ?  ไม่มีหรอกใช่มั้ยครับ เราต่างอยากได้กำไรให้คุ้มค่ากับความเหนื่อยกันทั้งนั้นแหละ เราจึงต้องรู้พวกเรื่องต้นทุนและกำไรไว้บ้าง เพื่อให้การทำธุรกิจของเราไม่ใช่เป็นการลงแรงไปอย่างเปล่าประโยชน์

ซึ่งการที่ธุรกิจของเราจะทำกำไรให้กับเราได้ มันต้องมาจาก ‘รายได้ – ต้นทุน = กำไร’ เพราะฉะนั้นเรื่องต้นทุนจึงเป็นเรื่องสำคัญในการทำธุรกิจ เพราะถ้าเราบริหารให้ต้นทุนถูกลงได้ เท่ากับเราได้กำไรเพิ่มขึ้นอย่างไม่ต้องไปเหนื่อยทำอะไรเพิ่มเลย

หลัก ๆ แล้วต้นทุนในการทำธุรกิจ แบ่งได้ 2 ประเภทคือ
1.   ต้นทุนคงที่ – ต้นทุนที่เราต้องจ่ายประจำ ไม่มีวันลด ไม่มีวันเพิ่ม เช่น ค่าเช่าที่
2.   ต้นทุนผันแปร – ต้นทุนที่ผันไปตามยอดขาย เช่น ค่าวัตถุดิบ ยิ่งขายได้มาก ยิ่งต้องซื้อมาเพิ่มมาก

เพื่อให้เห็นภาพมากยิ่งขึ้น สมมติว่าเรามีร้านอาหารอยู่ร้านหนึ่ง
โดยถ้าเราต้องเสียค่าเช่าพื้นที่เดือนละ 10,000 บาท และเสียค่าจ้างเด็กเสิร์ฟอีกเดือนละ 9,000 บาท เท่ากับว่าเรามี ‘ต้นทุนคงที่’ อยู่ทั้งสิ้นเดือนละ 19,000 บาท
แต่แน่นอนว่าร้านอาหารเราต้องมีพวกวัตถุดิบในการทำอาหารด้วย เช่น ค่าข้าว ค่าผัก ค่าเนื้อ รวม ๆ แล้วทั้งหมดทั้งสิ้น 1,200 บาท ซึ่งในราคา 1,200 บาทนี้เราจะทำอาหารได้ 100 จาน ดังนั้น 1,200 หาร 100 = 12 บาท ตรงนี้เองก็จะเป็นค่า ‘ต้นทุนผันแปร’ ของเรา

ลงสนามคิดคำนวณต้นทุนกันแบบเต็มสูบ
มาลองคิดแบบเต็มขั้นกันดูบ้างว่า ถ้าร้านอาหารเราขายจานละ 30 บาท ได้ 100 จานต่อวัน ในหนึ่งเดือนเราก็จะขายได้ประมาณ 3,000 จาน รวมเป็นเงิน 90,000 บาท
หากอยากรู้ว่าเราจะได้กำไรจากหนึ่งเดือนนี้เท่าไหร่กันแน่ ก็เอา ‘รายได้ – ต้นทุน (ต้นทุนคงที่ + ต้นทุนผันแปร) = กำไร’
ลองคำนวณดูก็จะได้ 90,000 – (19,000 + (12*3,000)) = 90,000 – (19,000 + 36,000) บวก ลบ กันแล้วก็เท่ากับว่า กำไรของร้านอาหารเราในหนึ่งเดือนคือ 35,000 บาทนั่นเองครับ ถ้าขายได้แบบนี้จริงรับรองว่าธุรกิจไม่เจ๊งแน่นอน

ย้ายร้านค้าไปที่ใหม่ ‘กำไร’ หรือ ‘ขาดทุน’
วันหนึ่งหลังเปิดกิจการร้านอาหารมาได้ 2 ปี เรามองเห็นว่าตลาดหน้าหมู่บ้านมีที่ว่างให้เช่าเดือนละ 20,000 บาท แพงกว่าปัจจุบันที่เราเช่าอยู่ 10,000 บาท แต่เราสำรวจตลาดไว้แล้ว ถึงจะแพงกว่ากัน แต่มันก็ขายได้มากเดิม ตกวันละ 150 จานแน่ะ เดือนหนึ่งก็น่าจะได้สัก 4,500 จาน จานละ 30 บาท ก็ตีไปว่าขายได้สัก 135,000 บาทต่อเดือน ไม่ใช่น้อย ๆ นะ แต่เราจะได้กำไรหรือขาดทุนจากค่าเช่าที่เพิ่มมาตรงนั้นมากน้อยแค่ไหน ลองมาคำนวณต่อกันอีกนิดดีกว่า

คิดง่าย ๆ เหมือนเดิมเลยก็คือ กำไร = รายได้ – รายจ่าย(ต้นทุนคงที่ + ต้นทุนผันแปร)
ก็เท่ากับ (135,000–(20,000+9,000) + (12*4,500))
[135,000 คือรายได้] [20,000 คือค่าเช่าที่] [9,000 คือค่าจ้างพนักงาน] [12 คือค่าวัตถุดิบต่อจาน] [4,500 คือจำนวนจานที่ขายได้ต่อเดือน]
ก็จะได้เท่ากับ 135,000 – (29,000 + 54,000) —> 135,000 – 83,000 = …….

เท่ากับว่าเราได้กำไรทั้งหมดทั้งสิ้นหลังจากย้ายมาขายหน้าตลาดแล้วเนี่ย 52,000 บาทต่อเดือนเลยล่ะครับ ถึงแม้ว่าค่าเช่าที่จะแพงกว่าเดิมเท่าตัว แต่เราก็ได้กำไรมากกว่าเดิมเยอะเลยนะ เทียบกับการทำงานที่เดิม เวลาเท่าเดิม กับจำนวนเงินที่เพิ่มขึ้นมา 17,000 บาทเลยนะครับ

อยากรู้ว่าขายกี่จานถึงจะได้กำไร คำนวณ ‘จุดคุ้มทุน’ ยังไงดี
ในเดือน ๆ หนึ่งถ้าเราอยากรู้ว่าต้องขายข้าวให้ได้กี่จานถึงจะคุ้มกับที่ทำธุรกิจไป หักลบกันแล้วยังได้กำไรอยู่ล่ะก็ ไม่ยากเลยครับ เพียงทำตามสูตรนี้ จุดคุ้มทุน = ต้นทุนคงที่รวม / (ราคาขายต่อหน่วย – ต้นทุนผันแปรต่อหน่วย)

ถ้าจะหาจุดคุ้มทุนของร้านข้าวเราเมื่อกี้ก็เอา 19,000 / (30-12)

จุดคุ้มทุนของร้านเราก็คือ 1,055 จานนั่นเอง ถ้าเราขายได้เท่านี้ต่อเดือน เราก็จะคุ้มทุน แต่ยังไม่ได้กำไรนะครับ แต่ถ้าเลยจำนวนนั้นแล้วเนี่ย อันนี้ก็เตรียมกระเป๋าไว้เก็บเงินได้เลย เพราะมันคือกำไรของเราล้วน ๆ แล้วล่ะครับทีนี้

สนใจลงทุนธุรกิจสามารถปรึกษา Bangkok Bank SME เราเป็นเพื่อนคู่คิด มิตรคู่บ้านทุกช่วงการเติบโตของธุรกิจ สายด่วน 1333

business-tip_%e0%b8%aa%e0%b8%ad%e0%b8%99%e0%b8%84%e0%b8%b3%e0%b8%99%e0%b8%a7%e0%b8%93%e0%b8%95%e0%b9%89%e0%b8%99%e0%b8%97%e0%b8%b8%e0%b8%99%e0%b9%81%e0%b8%a5%e0%b8%b0%e0%b8%88%e0%b8%b8%e0%b8%94

แสดงความคิดเห็น