The Invisible Hat

ชีวิตคนเรานั้น กว่าจะเดินทางมาถึงทุกวันนี้ ล้วนผ่านประสบการณ์ต่าง ๆ มากมาย ที่ให้เราได้เรียนรู้ หนังสือ “ถอดหมวก เปิดความคิด ชีวิตและการตลาด” หรือ The Invisible Hat เป็นหนังสือเล่มหนึ่งที่ถ่ายทอดประสบการณ์ ความคิดและการทำงานด้านการตลาด ให้ผู้อ่าน ๆ แบบเพลิน ๆ แต่แฝงแง่คิดที่น่าสนใจหลายต่อหลายเรื่อง

หนังสือเล่มนี้เป็นอีกหนึ่งผลงานเขียนของ วิกรานต์ มงคลจันทร์ เจ้าของผลงาน [email protected] ที่เคยรีวิวกันไปแล้ว ซึ่งในเล่มนี้นอกจากจะได้เนื้อหาด้านการตลาดแบบ chill chill แล้ว ยังเน้นไปที่แนวคิดที่สะกิดต่อมขี้ลืมของหลาย ๆ คน ด้วยสไตล์การเขียนแบบกันเอง และแต่ละบทก็มีเนื้อหาสั้น ๆ แค่ไม่กี่หน้า แต่ก็เชื่อมโยงต่อเนื่องกันในระหว่างบท จนแทบเป็นเนื้อเดียวกัน เรียกได้ว่าอ่านได้แบบเพลิน ๆ แป๊บ ๆ อ้าวจบซะละ แถมท้ายแต่ละบทด้วยคำคมและแง่คิดที่น่าสนใจจากคนดังที่เรารู้จักกันดีด้วย

เล่มนี้ผู้เขียนบอกไว้ว่าตั้งใจที่จะให้ผู้อ่านได้คิดมองย้อนกลับไปถึงอดีตที่ผ่านมา คิดถึงสิ่งที่ทำในปัจจุบัน และมองต่อไปถึงอนาคตและความสำเร็จ โดยผู้เขียนเริ่มปูพื้นตั้งแต่เรื่องของหมวกและที่มาของชื่อหนังสือที่ว่า หมวกที่มองไม่เห็น ซึ่งผู้เขียนบอกว่าบางคนไม่รู้ด้วยซ้ำว่าเราทุกคนสวมหมวกใบนี้อยู่ ทุก ๆ คนมีหมวกตั้งแต่เด็ก และเปลี่ยนแปลงไปเรื่อย ๆ ตามระยะเวลาและช่วงชีวิต หมวกสมัยเด็ก หมวกตอนเรียน หมวกทำงาน หมวกส่วนตัว ฯลฯ ซึ่งหมวกแต่ละใบก็คือสิ่งที่เราเป็นในช่วงชีวิตนั้น ๆ ซึ่งผู้เขียนบอกว่า ถ้าคนเราถอดหมวกออก แล้วเปิดความคิดให้กว้าง คิด ทบทวนในสิ่งที่ผ่านมาและสิ่งที่เป็นอยู่ ก็จะเข้าใจตนเองมากขึ้น รู้ว่าตัวเองเหมาะสมกับอะไร แล้วทำอะไรได้ดี ลงมือกระทำแล้วความสำเร็จก็จะเกิดขึ้นอย่างแน่นอน

ผู้เขียนเล่าถึงชีวิตส่วนตัวตั้งแต่สมัยเด็กกับหมวกที่ใส่ เรื่อยมาถึงเรื่องของการเรียนและการเลือกทำงานที่ไม่ตรงกับสิ่งที่เรียนโดยสิ้นเชิง ซึ่งทำให้เราได้คิดว่า คนที่เรียนเก่ง ใช่ว่าจะสำเร็จในชีวิต ขณะที่คนเรียนไม่เก่ง ก็ใช่ว่าจะไม่สำเร็จในชีวิตเช่นกัน ปริญญาชีวิตต่างหากที่สำคัญกว่าปริญญาการศึกษา เช่นเดียวกับสิ่งที่เราคิดกับความเป็นจริงอาจจะสวนทางกัน

ในเรื่องของการตลาด หนังสือเล่มนี้อาจจะไม่ได้ลงลึกหรือทฤษฎีจ๋า แต่จะหยิบเฉพาะประเด็นสำคัญ ๆ ที่ทำให้เราเข้าใจส่วนสำคัญ ๆ ของการตลาด ไม่ว่าจะเป็นการตลาดคืออะไร ทำไมเราถึงต้องเข้าใจลูกค้า เข้าใจความต้องการของพวกเขา และเข้าใจว่าควรจะตอบสนองอย่างไร ลูกค้าจึงจะพึงพอใจ และระหว่างหลักการตลาดในกรอบ กับจินตนาการนอกกรอบ เราควรจะเลือกใช้วิธีการใด ซึ่งผู้เขียนกล่าวว่าสิ่งสำคัญ คือ เราต้องเป็นตัวของตัวเอง อย่ายึดติดกับข้อมูลหรือความรู้จากตำรามากนัก เลือกทำในสิ่งที่เราคิด สิ่งที่เราเชื่อ จะถูกหรือผิด สุดท้ายเราจะได้เรียนรู้และพัฒนาต่อไป โดยการคิดบวกนั้นถือเป็นสิ่งสำคัญที่จะทำให้เกิดผลลัพธ์ที่ดีตามมา เป็นเสมือนแม่เหล็กที่จะดึงสิ่งดี ๆ เข้ามาในชีวิต แต่การคิดบวกนั้นก็จะต้องคิดอย่างมีเหตุมีผล ไม่ใช่การคิดแต่สิ่งดี ๆ แต่ไม่เคยลงมือทำ ถ้าเป็นเช่นนั้น ก็ไม่มีทางพบกับความสำเร็จในชีวิตอย่างแน่นอน

นอกจากนี้ในหนังสือเล่มนี้ ยังอธิบายให้เราได้เข้าใจการตลาดทั้งในเรื่องของจุดยืน เรื่องแบรนด์ ส่วนผสมการตลาด การสื่อสารการตลาด รวมไปถึงเครื่องมือในการบริหารจัดการด้านการตลาดที่มีประสิทธิภาพ ไม่ว่าจะเป็น BCG , SWOT , Competitive และ Growth Strategy

ผู้เขียนใช้เทคนิคการเขียนที่สลับไปสลับมา ระหว่างประสบการณ์ชีวิต ความคิดและการตลาด โดยสรุปปิดท้ายในเรื่องของความฝัน ซึ่งถึงแม้ว่าจะมีอุปสรรค แต่ก็ควรจะฝันให้ใหญ่ แล้วเริ่มต้นลงมือทำแบบค่อยเป็นค่อยไป โดยเรียนรู้จากประสบการณ์ที่เกิดขึ้นจริง ซึ่งเป็นสิ่งที่นักการตลาดเก่ง ๆ กระทำกัน “คิดได้ คิดเป็น คิดแล้วทำ”

แสดงความคิดเห็น