Cococream ไอศกรีมมะพร้าว ถล่มรายได้ที่ 5 แสนบาทต่อเดือน

ไอศกรีมเข้มข้น ได้รสชาติของเนื้อมะพร้าวแท้ ๆ วางแผนธุรกิจดี ประสบความสำเร็จสร้างยอดขายครึ่งล้าน

คุณรัฐเขต เนตรประภา เจ้าของธุรกิจแฟรนไชส์ไอศกรีมมะพร้าว Cococream เปิดเผยว่า

“เป็นผู้บริหารมาก่อน สนใจอยากทำธุรกิจเพิ่ม มีสูตรไอศกรีมมะพร้าว เคยทดลองทำกินเองแล้วรู้สึกว่าอร่อยมาก เลยคิดน่าจะลองทำเป็นผลิตภัณฑ์และจำหน่ายได้ ปรับปรุงสูตรนิดหน่อย เป็นไอศกรีมมะพร้าว ที่เลือกมะพร้าวเพราะคิดว่าเป็น 1 ในราชาของผลไม้ ไม่ใช่เฉพาะคนไทยที่ชอบ แต่รวมทั้งชาวต่างชาติ ยุโรป จีน อาหรับ ล้วนชอบมะพร้าวทั้งสิ้น  ซึ่งไอศกรีมของเราทำจากมะพร้าวเผา ไม่หวานมาก เป็นไอศกรีมที่เน้นรสชาติของมะพร้าวแท้ ๆ ส่วนผสมหลักจะเป็นเนื้อและน้ำมะพร้าว ในบ้านเรานั้นมีไอศกรีมหลายแบรนด์ แต่ไอศกรีมมะพร้าวยังไม่มีที่เป็นเฉพาะ ที่โฟกัสมะพร้าวเลยยังมีน้อย ซึ่งเราก็มีตลาดและมั่นในใจในความอร่อย

กลุ่มเป้าหมายในตอนแรกที่มองไว้คือผู้สูงอายุ วัยกลางคนขึ้นไปมองว่าน่าจะชื่นชอบรสชาติของเรา แต่พอจำหน่ายออกไปจริง ๆ กลับเป็นกลุ่มวัยรุ่นที่ชื่นชอบ รวมถึงหนุ่มสาววัยทำงานก็นิยมกินเช่นเดียวกัน ปัจจุบันกลุ่มเป้าหมายจึงเป็นทุกเพศทุกวัย”

ในเรื่องการเตรียมความพร้อมก่อนทำธุรกิจนั้น คุณรัฐเขตเริ่มจากการลองตลาด ศึกษาข้อมูล ตลอดจนขอคำปรึกษาจากผู้เชี่ยวชาญ ส่งผลให้ธุรกิจประสบผลสำเร็จโดยใช้ระยะเวลาไม่นาน

“เตรียมความพร้อมโดยการหาตลาดก่อน สิ่งแรกเลยคือต้องไปหาตลาดก่อนว่าใหญ่เพียงพอไหม บางทีคิดว่าสินค้าที่เรามีดีอยู่แล้วแต่อาจไม่ใหญ่เพียงพอหรือเป็นที่ต้องการของตลาดก็ได้ ใช้เวลาปีกว่า ๆ  ในการหาว่ามีตลาดรองรับหรือไม่ ลูกค้ากลุ่มไหนที่สนใจ ถูกใจชาวต่างชาติหรือไม่ จะทำให้เรารู้และมีฐานตลาดกว้างเพื่อทำเป็นอุตสาหกรรมได้ ซึ่งการมองตลาดโดยการออกบูธตามงานแสดงสินค้าต่าง ๆ หรือลองขายออนไลน์ จะช่วยให้เรารู้ว่าสินค้าของเราจะขายได้หรือไม่

ศึกษาหาข้อมูลความรู้ ซึ่งในยุคนี้สะดวกมาก ใช้อินเทอร์เน็ตในการหาข้อมูล นอกจากนี้ยังต้องปรึกษาผู้เชี่ยวชาญทางด้านนี้ การบริหารธุรกิจก็ส่วนหนึ่ง ส่วนความเชี่ยวชาญเฉพาะด้านในธุรกิจนั้นก็อีกส่วนหนึ่ง เราก็ต้องหาข้อมูลเตรียมความพร้อมตรงนี้ด้วย เช่นการกำหนดราคา วิธีการขาย เราก็คุยกับผู้ใหญ่บางท่าน เพื่อนบางคนที่เป็นดีลเลอร์ไอศกรีม ก็ศึกษาจุดนี้เพื่อเอาความรู้ที่เป็นองค์รวมมาประเมิน เป็นการเตรียมความพร้อม
ส่วนในเรื่องการเตรียมตัวเรื่องเงินทุนนั้นในช่วงแรกใช้ทุนอยู่ประมาณเกือบ ๆ 1 ล้าน แต่ไม่เกิน ใช้ในเรื่องการศึกษาตลาด ซื้อเครื่องจักร ค่าจ้างบุคลากร การซื้อวัตถุดิบ ออกแบบบรรจุภัณฑ์ รวมถึงเรื่องทำการตลาด และนอกจากนี้ยังเตรียมทุนสำรองไว้ก้อนหนึ่งเพื่อหมุนเวียนและประคองธุรกิจในตอนเริ่มต้นด้วย

ธุรกิจได้ผลตอบรับดีพอสมควรซักระยะหนึ่งก็สามารถสร้างกำไรได้ โดยใช้ระยะเวลาประมาณ 2 ปีครึ่งก็คืนทุนได้ ปัจจุบัน มีจุดจำหน่ายประมาณ 90 จุด ตามร้านอาหารและสถานที่ท่องเที่ยว ใน กทม. เป็นหลัก และต่างจังหวัดบ้างเล็กน้อย  ยอดขายต่อเดือนประมาณ 500,000 บาท สัดส่วนกำไรอยู่ที่ 20-30% ส่วนปัจจัยที่ทำให้ได้กำไรนั้นมาจากวอลุมการสั่งซื้อที่มีจำนวนมากพอสมควร” คุณรัฐเขตกล่าว

สำหรับหลักการบริหารและการเอาชนะคู่แข่งของ Cococream คุณรัฐเขตอธิบายว่า

“มองว่าต้องเริ่มจากความเชื่อ และอย่าคิดมาก ก่อนหน้านี้เคยคิดช้า ทำช้า ต่อพอผ่านประสบการณ์การทำงานมาพอสมควรทำให้รู้ว่าบางเรื่องไม่จำเป็นต้องคิดเยอะ แค่ในระดับหนึ่งพอ ซึ่งบางเรื่องนั้นต้องเดินไปก่อน ไปแล้วเจอเรื่องราว เจอปัญหา ถ้าไม่เดินอาจไม่เสียเงิน แต่จะไม่รู้อะไรเลย พยายามเดินให้ไว ก่อนเดินทุกคนล้วนคิดรอบด้าน แต่การคิดของแต่ละคนนั้นไม่เหมือนกัน ถ้าไม่ลองเสี่ยงเช่นการเสียเงินในการแสดงสินค้าแม้จะขาดทุนกลับมาแต่อาจจะได้ในส่วนอื่น ๆ โดยที่ไม่รู้ตัว แล้วเป็นประโยชน์กับธุรกิจในอนาคต ต้องออกเดินแล้วเราจะเจอทาง ถ้าไม่เดินเราจะอยู่กับที่ตลอด

ส่วนในตลาดการแข่งขันนั้น เป็นที่รู้กันว่าธุรกิจไอศกรีมในบ้านเรามีเจ้าใหญ่อยู่ไม่กี่เจ้า ซึ่งเจ้าใหญ่ใช้วิธีลงตู้กระจายสินค้าออกไปเป็นจำนวนมาก ในทุกจุดที่ลงได้ แต่ศักยภาพเราวันนี้ยังทำไม่ได้ถึงขนาดนั้น เราใช้วิธีเลือกตลาดลง คนละช่องทางกับเขา เช่นในตอนแรกเราสนับสนุนเรื่องตู้ให้กับลูกค้า แต่ปัจจุบันใช้วิธีขายให้ แต่ละร้านที่ลงไอศกรีมเราต้องซื้อตู้เอง ทำให้ได้เจอกับลูกค้าที่รักเรา อยากขายสินค้าเราจริง ๆ ซึ่งขายได้ประมาณ  50 ตู้ ที่ตัวแทนซื้อเองและติดแบรนด์ของเรา สรุปคือเราเลือกคู่ค้าที่พร้อมจะเดินไปกับเรา โดยเชื่อว่ามีมากพอ”

Cococream มีแนวทางพัฒนาธุรกิจในเรื่องการส่งออก ตลอดจนขยายตลาดในประเทศด้วยระบบแฟรนไชส์

“เป้าหมายหลักคือการส่งออก ตอนนี้มีเครือข่ายทางการค้าในต่างประเทศมากพอสมควร ในเอเชียมีทุกประเทศ ตอนนี้กำลังเตรียมความพร้อมเรื่องกำลังการผลิต ด้านโปรดักต์ชั่น มาร์เก็ตติ้ง ทีมงาน แต่มั่นใจได้ในระดับหนึ่งแล้วว่ามีคนต้องการสินค้าเรา คาดว่าประมาณกลางปีหรือต้นปีหน้าจะพยายามส่งออกไปให้ได้อย่างน้อย 1 ประเทศ

ส่วนในประเทศนั้นก็จะขยายตลาดไปเรื่อย ๆ  เป็นการขายขาดโดยมีตัวแทนรับสินค้าไป ขายเป็นแพ็กเกจ ราคา 20,000 บาท มีตู้ให้ 1 ตู้ ไอศกรีม 100 ถ้วย และอุปกรณ์สนับสนุนการขาย อีกทั้งตอนนี้ยังมีแนวทางในการจัดทำแฟรนไชส์ กำลังคิดและออกแบบในเรื่องของรายละเอียด คิดว่าอีกไม่นานน่าจะกำหนดรูปแบบเสร็จ”  คุณรัฐเขตกล่าวทิ้งท้าย

สนใจลงทุนธุรกิจสามารถปรึกษา Bangkok Bank SME เราเป็นเพื่อนคู่คิด มิตรคู่บ้านทุกช่วงการเติบโตของธุรกิจ สายด่วน 1333

set-up_%e0%b9%84%e0%b8%ad%e0%b8%a8%e0%b8%81%e0%b8%a3%e0%b8%b5%e0%b8%a1%e0%b9%82%e0%b8%84%e0%b9%82%e0%b8%84%e0%b8%84%e0%b8%a3%e0%b8%b5%e0%b8%a1-22

แสดงความคิดเห็น