Ticha Cosmetic เมคอัพออนไลน์ โกอินเตอร์ รายได้ 7 แสน

อดีตนางแบบรักการแต่งหน้า สร้างแบรนด์เครื่องสำอางเป็นของตัวเอง ขายออนไลน์ ดังไกลถึงต่างประเทศ มีตัวแทนจำหน่ายทั้งในไทย ญี่ปุ่น อังกฤษ อเมริกา เกาหลี กระตุ้นยอดขายด้วยคลิปรีวิวจากเน็ตไอดอล ลงทุน 400,000 บาท แค่ครึ่งปีคืนทุน ขายดีเว่อร์ รายได้กว่า 700,000 บาทต่อเดือน

ฐิติชญา บุญหลง หรือคุณส้ม เจ้าของแบรนด์ Ticha Cosmetic ได้เล่าถึงที่มาของการเริ่มต้นทำธุรกิจว่า

“เริ่มจากการทำงานเป็นนางแบบ ต้องถ่ายแบบ ต้องแต่งหน้าเยอะ ก็เลยชอบและสนใจเรื่องการแต่งหน้า ฝึกแต่ง ก็เป็นแรงบันดาลใจเริ่มแรก อีกทั้งสมัยเรียนเคยเปิดร้านขายเครื่องสำอาง ทำให้เรารู้จักโปรดักส์หลายชนิด ก็เลยคิดว่าเราเคยขาย ก็น่าจะทำเป็นธุรกิจ โดยมีแบรนด์เป็นของตัวเอง และมองถึงการขายออนไลน์ซึ่งมีคนขายเยอะมาก แต่ส่วนใหญ่จะเป็นจำพวกครีมและอาหารเสริม แต่มองว่าเราถนัดการแต่งหน้า จึงเลือกเมคอัพ โดยไลน์สินค้าจะเป็น ทำความสะอาดผิว สกินแคร์ และเมคอัพ มีตัวแทนจำหน่ายทั้งไทยและต่างประเทศ

โดยผลิตภัณฑ์ของเรากลุ่มการตลาดจะเน้นสำหรับคนที่มีผิวมัน เป็นสิว ผิวแพ้ง่าย เจาะคนกลุ่มนี้เพราะผู้หญิงไทยส่วนใหญ่จะมีปัญหาผิวด้านนี้เยอะ กลุ่มที่เรียนจบ ทำงาน และวัยกลางคน เพราะมองว่าวัยนี้เป็นวัยที่มีกำลังซื้อ โดยจะเน้นในช่วงอายุ 20 ปีขึ้นไป จนถึง 45-50 ปี ก็เป็นลูกค้าของเรา”

ถึงจะเป็นแบรนด์หน้าใหม่ แต่ก็ประสบความสำเร็จอย่างรวดเร็ว เนื่องจากศึกษาข้อมูลโรงงาน และมีวอลุ่มจากการขายที่มาก สร้างรายได้เป็นที่น่าพอใจ ซึ่งคุณส้มเล่าต่อว่า

“การเตรียมความพร้อมในตอนเริ่มทำธุรกิจนั้นก็ศึกษาเรื่องข้อมูล ค้นหาข้อมูลจากอินเทอร์เน็ต หาข้อมูลรายละเอียดเกี่ยวกับโรงงาน ซึ่งในไทยมีเยอะมากทั้งใหญ่เล็ก ตระเวนดูหลายที่ จนตัดสินใจเลือกโรงงานใหญ่ที่มีคุณภาพตอบโจทย์คุณภาพสินค้าเราได้

ใช้ทุนเริ่มต้นประมาณ 400,000 บาท โดยใช้ระยะเวลาคืนทุน 6 เดือน ดำเนินธุรกิจมา 2 ปี ปัจจุบันรายได้เฉลี่ยต่อเดือนอยู่ที่ 500,000-700,000 บาท ปัจจัยที่ทำให้ได้กำไรเยอะนั้นมาจากวอลุ่มสินค้า เนื่องจากเรามีตัวแทนทำให้เราวอลุ่มกับโรงงานได้เยอะ กำไรเราก็เพิ่มขึ้นเป็นเท่าตัว”

Ticha Cosmetic ใช้วิธีขายออนไลน์ มีจุดเด่นคือทำคลิปรีวิวด้วยตัวเอง และใช้คนดังหรือเน็ตไอดอลทำการตลาดกระตุ้นยอดขาย

“มองว่าการทำตลาดผ่านสื่อออนไลน์ได้ผลเป็นอย่างมาก เนื่องจากเราไม่มีเงินทุนสำหรับทำการตลาดที่สูงมาก ก็เลยเน้นทำการตลาดผ่านสื่อออนไลน์ โดยใช้ตัวเองนำเสนอสินค้า ทำคลิปออกมาเองเพื่อโปรโมท แนะนำสินค้า สาธิตวิธีการใช้ เนื่องจากเรียนจบมาทางด้านนิเทศและเป็นนางแบบจึงพอมีความสามารถทางด้านนี้ เลยใช้ตรงนี้ให้เป็นประโยชน์

โดยการทำคลิปออกมานั้น จะลงทุนจ่ายค่าโปรโมทคลิปเพื่อให้เข้าถึงกลุ่มคนในวงกว้าง เราทำออกมาหลายๆ คลิป แล้วดูว่าคลิปไหนที่มีการตอบรับเยอะ มีคนแชร์เยอะ เราจะโปรโมทอย่างต่อเนื่องให้ยอดวิวขึ้นสูงเพื่อให้การแชร์ไปได้อีก ยิ่งแชร์มาก คอมเมนต์มาก สินค้าเราก็จะดูน่าสนใจ นอกจากนี้ยังต้องเสริมในเรื่องของคนดังหรือเน็ตไอดอลเข้าไปด้วย บางครั้งลูกค้าอาจไม่ได้จำแบรนด์ของเราแต่เห็นผ่านตาจากคนดังหรือเน็ตไอดอล เนื่องจากคนเหล่านี้มีคนติดตามเยอะ มองว่าเขาดังในกลุ่มคนประเภทไหน หากเป็นกลุ่มคนทำงานซึ่งตรงกับเป้าหมายของเราก็ติดต่อไปเพื่อโปรโมทสินค้า มีการลงทุนตรงนี้ด้วย ซึ่งเป็นการตลาดโดยใช้โซเชียลที่เห็นผลจริง ๆ เจ้าของแบรนด์ กล่าว

ส่วนการบริหารงานให้ประสบความสำเร็จและการเอาชนะคู่แข่งนั้น คุณส้มมองว่า

“ข้อแรกคือใช้หลักการบริหารตัวแทน เนื่องจากเราใช้ระบบตัวแทนจำหน่าย ซึ่งเริ่มมาจากลูกค้าที่สนใจจะนำสินค้าของเราไปขาย มีการวางระบบเป็นสามเหลี่ยม หรือแบบพีระมิด เริ่มจากเป็นเมมเบอร์ คือกลุ่มลูกค้าประจำ มีการแนะนำบอกต่อ จากนั้นเป็นตัวแทนรายย่อย สต็อกสินค้าไว้ระดับหนึ่ง จะได้กำไรมากขึ้นเวลาไปขายต่อ  และตัวแทนรายใหญ่ คือเป็นเหมือนมือซ้ายมือขวา สั่งของจำนวนมาก และสามารถกระจายของสู่ตัวแทนได้อีกต่อหนึ่ง โดยให้ทำการตลาดแบบเดียวกับเรา มองว่าการตลาดระบบตัวแทนจะโตได้ไว เช่น หากตัวแทนเรา 1 คน มีเพื่อน 10 คน เพื่อน 10 คนนั้นก็จะเห็นของเรา

อย่างที่สองคือการบริหารเงิน โดยตอนนี้เราอยู่ในช่วงของการเอาส่วนกำไรมาบริหาร ซึ่งเราแบ่งสัดส่วนโดยเมื่อเราขายไปก็จะเก็บกำไรไว้เพื่อผลิตสินค้าตัวใหม่ และอีกส่วนหนึ่งไว้สำหรับทำการตลาด

ควบคุมคุณภาพสินค้า สินค้าเราผ่านการรับรองจาก อย. ผ่านมาตรฐานทุกอย่าง ส่วนผสมถูกต้อง นอกจากนี้ยังติดต่อกับโรงงานตลอด มีการสุ่มตรวจ เช่น สินค้ามา 10,000 ชิ้น จะแกะทดสอบ หากพบว่าใน 100 ชิ้น พบปัญหา 2-3 ชิ้น จะหยุดกระจายของ และติดต่อโรงงานเพื่อตรวจสอบปัญหาของสินค้าทันที

และในส่วนของการดูแลลูกค้า เราให้คำปรึกษากับลูกค้าเป็นอันดับแรกในด้านสภาพผิว ว่าเหมาะกับผลิตภัณฑ์ตัวไหนของเรา หลังจากซื้อของเราไปใช้จะคอยดูกระแสตอบรับว่าเห็นผลอย่างไร ดีหรือไม่ดียังไง รับฟังลูกค้า มีปัญหาหรือต้องการคำปรึกษาสามารถแจ้งมาทางเพจเฟสบุ๊กได้ จะมีแอดมินช่วยตอบ

ส่วนเรื่องคู่แข่งมองว่าเราจับกลุ่มลูกค้าถูก จุดแข็งคือเน้นที่กลุ่มคนที่มีผิวหน้ามัน มีสิว แพ้ง่าย ถ้าลูกค้าผิวหน้าแห้งมาเราจะบอกเลยว่าผลิตภัณฑ์ของเราไม่เหมาะ เราจะคัดกลุ่มลูกค้าทันที เรามีจุดยืน ทำให้อยู่ได้อย่างมั่นคง ลูกค้าใช้แล้วเห็นผลจริง ๆ คุมความมัน กันน้ำ กันเหงื่อ เป็นข้อแตกต่างที่ลูกค้าสัมผัสได้ เราทำโฆษณาให้ตรงกับคุณภาพสินค้าของเราจริง ๆ”

สุดท้าย คุณส้มได้พูดถึงแนวโน้มธุรกิจและการพัฒนาต่อยอดในอนาคตไว้ด้วยว่า

“ธุรกิจด้านเครื่องสำอางมีเงินหมุนเวียนอยู่ที่ 10,000 ล้าน ถ้าเราแบ่งมาได้แค่ 1% ก็เพียงพอแล้ว มองว่าสำหรับผู้หญิงเครื่องสำคัญเหมือนเป็นปัจจัย 4 ยังไงก็ต้องซื้อแน่นอน ธุรกิจนี้จะไปได้เรื่อย ๆ อยู่ที่ว่าเราจะเจาะกลุ่มหรือยึดหลักลูกค้าแนวไหน

วางระบบตัวแทนให้มั่นคงขึ้น ดันโปรโมทตัวแทน รักษากลุ่มตัวแทน ทุกวันนี้แบรนด์เราประสบความสำเร็จได้เพราะมาจากตัวแทน เวลาเราทำการตลาดอะไรเราก็ต้องซับพอร์ตตัวแทนด้วย เพราะถ้าตัวแทนอยู่ได้ เราก็อยู่ได้ และแบรนด์ก็จะมั่นคงขึ้นอีกด้วย นอกจากนี้ยังพยายามสร้างแบรนด์ให้เป็นที่รู้จัก โดยตอนนี้กำลังวางแผนทำการตลาดต่างประเทศทั้งหมด 4 ภาษา ที่เรามีตัวแทนอยู่ คือ ญี่ปุ่น อังกฤษ อเมริกา เกาหลี และกำลังจะขยายตลาดเพิ่มไปที่จีน ซึ่งคนจีนชอบสินค้าไทยและเครื่องสำอางไทยก็กำลังเป็นที่นิยมของคนจีน เป็นตลาดใหญ่ที่กำลังจะขยายออกไป และในส่วนด้านโซเชียลนั้นกำลังจะขยายช่องทางการสื่อสารโดยเปิด Youtube Channel จากแผนทำการตลาด 4 ภาษาที่วางไว้ เราเพิ่มช่องทางนี้ก็เพื่อให้รองรับชาวต่างชาติที่จะเข้ามาดูเรามากขึ้น”

สนใจสินค้าหรือเป็นตัวแทนจำหน่ายดูรายละเอียดได้ที่ https://www.facebook.com/tichacosmetic/

สนใจลงทุนธุรกิจสามารถปรึกษา Bangkok Bank SME เราเป็นเพื่อนคู่คิด มิตรคู่บ้านทุกช่วงการเติบโตของธุรกิจ สายด่วน 1333

set-up_%e0%b8%aa%e0%b9%89%e0%b8%a1-ticha-cosmetic-22

แสดงความคิดเห็น