M.Win Coffee กาแฟเพื่อสุขภาพ รักษ์ป่า คุณค่าสู่สังคม

กาแฟออร์แกนิกปลอดสารพิษ 100 % มาตรฐานระดับโลก ขั้นตอนการปลูกการผลิตและแปรรูปเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ช่วยเหลือสังคม เพิ่มรายได้ให้เกษตรกร ดีต่อสุขภาพผู้บริโภค ราคาเป็นธรรม

เอ็มวินคอฟฟี่ บริหารงานโดย มาวินดี หงส์พันธ์ Managing Director ซึ่งคุณมาวินดี ได้เล่าถึงจุดเริ่มต้นและแรงบันดาลใจในการทำธุรกิจกาแฟออร์แกนิกแบรนด์เอ็มวินคอฟฟี่ให้ฟังว่า

“เริ่มจากความชอบส่วนตัว เป็นวิศวกรในโรงงาน เวลาทำงานก็ดื่มกาแฟ  ติดกาแฟ ตอนแรกที่กินเป็นกาแฟซองทรีอินวันธรรมดา ต่อมาพอได้ลองกินกาแฟสดก็ติดใจในรสชาติ  ชอบจนถึงขั้นอยากมีร้านเป็นของตัวเอง ตระเวนกินกาแฟตามร้านต่าง ๆ ไปทั่ว ร้านไหนรสชาติดีก็ขอซื้อสูตรเพื่อไปขายต่อ แต่ไม่มีร้านไหนขาย จนไปเจอร้านเล็ก ๆ ร้านหนึ่งซึ่งกาแฟรสชาติดีกลมกล่อมและร้านกำลังจะปิดตัวเขาจึงยอมขายสูตรให้ จึงได้เริ่มต้นเปิดร้าน  โดยตลาดที่เข้าไปเปิดคือโรงงาน ที่โรจนะ  ซึ่งหลังจากที่เปิดขายก็ได้การตอบรับอย่างดี เดือนแรกสร้างรายได้ 40,000-50,000 บาทต่อเดือน และยังเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ จึงตัดสินใจลาออกจากงานประจำมาทำธุรกิจร้านกาแฟอย่างเต็มตัว หลังจากนั้นไม่นานธุรกิจมาหยุดชะงักเนื่องวิกฤติน้ำท่วมปี 2554 ทำให้ต้องหยุดขาย โดยช่วงที่ร้านกาแฟหยุดเพื่อรอเริ่มต้นใหม่นั้นได้มีโอกาสเข้าไปเรียนหลักสูตรการทำธุรกิจของกระทรวงพาณิชย์ ทำให้มีความรู้ด้านการบริหารงานและวิธีการเปิดแฟรนไชส์

ส่วนแรงบันดาลใจของกาแฟปลอดสารพิษนั้นมาจากการได้กลับบ้านที่จังหวัดอุบลราชธานี  ที่บ้านคุณพ่อปลูกผักเลี้ยงปลากินเอง ทุกอย่างปลอดสารพิษ ทำให้มีสุขภาพร่างกายแข็งแรง จึงคิดว่าเราควรหากาแฟที่เป็นเกษตรอินทรีย์ ปลอดสารเคมี เพื่อที่จะได้เป็นกาแฟที่ดีต่อสุขภาพของผู้บริโภค จากนั้นจึงหาข้อมูลจนไปพบแหล่งกาแฟออร์แกนิกปลอดสารเคมีที่จังหวัดเชียงราย จึงตัดสินใจเริ่มต้นธุรกิจกาแฟขึ้นมาใหม่ เป็นกาแฟออร์แกนิกปลอดสารพิษในชื่อแบรนด์ “เอ็มวินคอฟฟี่” โดยเปิดดำเนินการเมื่อปี 2556 ปัจจุบันเปิดมาได้ 3 ปี มีร้านและแฟรนไชส์ซีรวม 8 สาขา”

และในกรรมวิธีในการผลิต คุณมาวินดีเล่าต่อว่า

“เป็นกาแฟที่อยู่ต้นน้ำ อำเภอแม่สรวย จังหวัดเชียงราย มีพื้นที่ปลูกประมาณ 7,000 ไร่ เป็นโครงการเกษตรอินทรีย์รักป่า ปลอดสารเคมี 100% โดยมีออดิตจากต่างประเทศเข้ามาตรวจสอบทุกขั้นตอนในกระบวนการ เริ่มตั้งแต่พื้นที่ การปลูก การดูแล เก็บเกี่ยว การนำเมล็ดไปคั่ว จนถึงการบรรจุหีบห่อ ทุกขั้นตอนต้องปลอดสารพิษสารเคมี เป็นไปตามระบบออร์แกนิก  กาแฟที่ได้มีใบการันตีระดับโลกรับรองคุณภาพ”

นอกจากมีรสชาติดีแล้ว เอ็มวินคอฟฟี่ยังเป็นกาแฟที่มีจุดเด่นและคุณค่าอีกด้วย

“คุณค่าผลิตภัณฑ์ คือ กาแฟของเรามีส่วนช่วยเหลือสังคม ช่วยเหลือเกษตรกรในพื้นที่ให้มีรายได้ รักษาป่ารักษาสิ่งแวดล้อมเพราะขั้นตอนการปลูก เก็บเกี่ยว แปรรูป ไม่มีสารเคมี ปลอดภัยกับผู้คนและไม่เป็นพิษต่อสิ่งแวดล้อม นอกจากนี้ยังมีราคาที่เป็นธรรม ไม่ค้ากำไรเกินควร ส่วนคุณค่าทางจิตใจนั้น อย่างแรกคือคุณค่ากับตัวเอง มองที่ตัวเราก่อน เพราะได้ทำในสิ่งที่รัก เรามีความสุขก็คือเรามอบคุณค่าให้กับตัวเอง อย่างที่สองคือคุณค่ากับคนรอบข้าง แบ่งปันให้ลูกค้าได้สัมผัสลิ้มลองรสชาติกาแฟเพื่อสุขภาพและปลอดสารพิษ เอื้อเฟื้อมีเจตนาที่ดีและจริงใจให้กับผู้บริโภคได้มีสุขภาพที่ดีผ่านธุรกิจของเรา

เรามีจุดเด่นคือเป็นกาแฟออร์แกนิก 100% ผสมกับนม น้ำตาล ที่เป็นออร์แกนิกเช่นเดียวกัน ไม่ใช่แค่ตัวกาแฟอย่างเดียว ส่วนประกอบทุกอย่างในหนึ่งแก้วของเราออร์แกนิกปลอดสารเคมี และที่สำคัญที่สุดคือกาแฟของเรามีที่มาจากการช่วยเหลือเกษตรกร เป็นการรักษาป่า รักษาต้นน้ำ เป็นการค้าที่เป็นธรรม เราก็ต้องมีราคาที่เป็นธรรมกับผู้บริโภค คือราคาของเราไม่แพง ราคากาแฟเริ่มต้นเพียงแก้วละ 40 บาท รวมถึงค่าแฟรนไชส์ของเราก็อยู่ในระดับที่ผู้ประกอบการหน้าใหม่เข้าถึงได้ ไม่ค้ากำไรเกินควร  เพื่อให้สิ่งที่ดีกับสังคม ให้ผู้บริโภคของเรามีสุขภาพดี” คุณมาวินดีกล่าว

แม้ช่วงแรกผลตอบรับยังไม่ดี แต่ด้วยคุณภาพ การสนับสนุนจากภาครัฐ รวมถึงการบริหารจัดการแฟรนไชส์ที่ดี ทำให้เอ็นวินคอฟฟี่เติบโตขึ้นเรื่อยๆ โดยคุณมาวินดี อธิบายว่า

เราทำการตลาดเจาะกลุ่มผู้บริโภคในระดับทั่วไป ราคาไม่แพงสามารถเข้าถึงได้ ตอนนี้มีแฟรนไชส์ 7-8 สาขา ทั้งกทม.และต่างจังหวัด มีรายได้เป็นที่น่าพอใจ มีกำไรพอสมควร อยู่ที่ 40% ขึ้นไป เครื่องดื่มแต่เมนูได้กำไรแตกต่างกันไปขึ้นอยู่กับต้นทุน โดยมีกาแฟออร์แกนิกเป็นตัวชูโรงดึงดูดลูกค้า เอกลักษณ์ของแบรนด์

โดยระบบแฟรนไชส์ของเรามีระบบแฟรนไชส์สแตนดาร์ด ลูกค้าถ้าหากต้องการใช้แบรนด์เอ็มวินคอฟฟี่ ต้องเข้าเงื่อนไขคือมีค่าธรรมเนียมแรกเข้าและรายเดือนจากยอดขาย และในระบบของ OEM ลูกค้าไม่จำเป็นต้องมาซื้อแบรนด์ของเรา เพียงแค่ต้องการผลิตภัณฑ์ออร์แกนิกของเราเพื่อไปขายในนามของเขา โดยเราผลิตให้ ก็เป็นอีกทางหนึ่งในการกระจายสินค้าออร์แกนิกให้เข้าถึงผู้บริโภค สรุปคือ 2 อย่าง ซื้อทั้งแบรนด์และซื้อแค่เมล็ดกาแฟ

ช่วงแรกประมาณปี 55-56 ก็ยังไม่ดีเท่าไหร่ แต่พอปี 57-58 ที่ภาครัฐได้ประชาสัมพันธ์ออกมาพูดเรื่องสุขภาพ เรื่องออร์แกนิกเกษตรอินทรีย์ รวมถึงให้การสนับสนุน คนก็เริ่มสนใจในเรื่องสุขภาพของตัวเองมากขึ้น อย่างของเราเองดูจากยอดวิวในเว็บไซต์ที่มากขึ้นเรื่อยๆ ทุกวัน คือช่วง 2 ปีที่ผ่านมาคนเริ่มสนใจมากขึ้น กระแสเริ่มเข้ามา เราก็มีลูกค้ามากขึ้น ล่าสุดอย่างในงานออกบูธที่ผ่านมาก็มีผู้ที่สนใจแฟรนไชส์ 4-5 ราย ส่วนในเรื่องของ OEM ก็มีจากต่างชาติ คือสิงคโปร์ ได้ติดต่อเข้ามา รวมถึงร้านกาแฟทั่วไปก็สนใจอยากที่เปลี่ยนจากกาแฟธรรมดาเป็นกาแฟออร์แกนิก ซึ่งมองว่าผลตอบรับดีขึ้นเรื่อยๆ ผู้ประกอบการร้านกาแฟและผู้บริโภคเริ่มให้ความสนใจมากขึ้น

สุดท้าย สำหรับแนวทางการพัฒนา คุณมาวินดีมองถึงอนาคตในการทำงานไว้ว่า

“ต้องการต่อยอดร้านกาแฟของเรา ซึ่งในปีหน้าร้านกาแฟของเราทุกร้านจะไม่ใช่แค่ร้านกาแฟอย่างเดียว เราจะทำเป็นออร์แกนิกมาร์เก็ต คือตลาดออร์แกนิก ลูกค้าที่มาร้านเราจะไม่ได้แค่กาแฟ แต่จะมีผักและผลไม้ปลอดสารพิษขายในร้านด้วย เป็นออร์แกนิกช็อป ราคาถูกกว่าห้างสรรพสินค้า คนเข้าถึงง่าย

และสำหรับแผนในอนาคตนั้น จะยึดมั่นในเรื่องของคุณค่าต่อสังคมเป็นหลักตลอดไป คือต้องการทำธุรกิจโดยไม่หวังผลกำไรเพียงอย่างเดียว ต้องมองถึงสังคม สิ่งแวดล้อม และการแบ่งปันด้วย มองทัศนคติแนวคิดของคนที่จะมาซื้อแฟรนไชส์หรือทำธุรกิจด้วยต้องมีความคิดตรงนี้ไปในทิศทางเดียวกัน คือช่วยเหลือสังคม ช่วยเหลือเกษตรกร ช่วยเหลือให้คนทั่วไปเข้าถึงสินค้าที่ปลอดภัยมีคุณภาพ ให้สิ่งที่ดี และจะต่อยอดธุรกิจไปด้วยกันได้ กำไรพอประมาณ ให้สิ่งดีๆ กับสังคม แนวคิดตรงนี้จะทำให้ธุรกิจอยู่ได้อย่างยั่งยืน”

สนใจลงทุนธุรกิจสามารถปรึกษา Bangkok Bank SME เราเป็นเพื่อนคู่คิด มิตรคู่บ้านทุกช่วงการเติบโตของธุรกิจ สายด่วน 1333

 

%e0%b8%81%e0%b8%a3%e0%b8%b5%e0%b8%99%e0%b8%a1%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b9%8c%e0%b9%80%e0%b8%81%e0%b9%87%e0%b8%95_%e0%b9%80%e0%b8%ad%e0%b9%87%e0%b8%a1%e0%b8%a7%e0%b8%b4%e0%b8%99%e0%b8%84%e0%b8%ad%e0%b8%9f

แสดงความคิดเห็น